สาวๆรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ทั้งเก่งแกร่งและอดทน ไม่แพ้ชาย ซึ่ง แอน-ปัทมาพร นกหงษ์ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ “สมควร นกหงษ์” นักธุรกิจใหญ่ในภาคตะวันออก เจ้าของธุรกิจศูนย์การค้าแหลมทอง ที่มีชื่อของจังหวัดระยอง ได้พิสูจน์ให้เห็น หลังจากก้าวเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัวให้ขยายใหญ่โตขึ้น ท่ามกลางบททดสอบในวิกฤติต่างๆ
แอน–ปัทมาพร สาวขาลุย เล่าว่า ตนเป็นลูกคนที่ 2 ในจำนวน 4 คน ได้เห็นความตั้งใจของคุณพ่อที่อยากจะพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งท่านคิดขึ้นเมื่อ 28 ปีที่แล้ว โดยพาลูกๆไปเที่ยวศูนย์การค้า แล้วเปรยว่าทำไมบ้านเราไม่มีอย่างนี้บ้าง ลูกๆทุกคนก็ยุให้ท่านทำ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ท่านบุกเบิกสร้างศูนย์การค้าแหลมทองศรีราชา ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน อาศัยใจรักและอยากทำ ช่วงนั้นตนอายุ 10 กว่าขวบ ก็เอาใจช่วยอย่างเต็มที่ อยากให้ท่านทำสำเร็จ พอช่วงวันว่าง พวกเราเลยไม่ค่อยอยู่บ้าน ไปอยู่ที่ห้างฯ ไปช่วยดูโน่นนี่ ช่วยพนักงานหยิบจับ ทำทุกอย่างที่เด็กจะทำได้คือเราก็สนุกไปด้วย เรียกว่าโตมากับห้างฯนี้เลยพอโตขึ้นเลยเลือกเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พอเรียนจบก็ตั้งใจมาช่วยคุณพ่อทำงาน
ด้วยความตั้งใจที่ชัดเจนในการช่วยกิจการของครอบครัว ทำให้ แอน ได้เข้ามาเรียนรู้งานและภูมิใจที่ได้เป็นฟันเฟืองหนึ่งในการพัฒนาธุรกิจของครอบครัว แอน บอกว่า การทำศูนย์การค้าแหลมทองให้เป็นที่รู้จักในภูมิภาคนี้ เช่นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะความที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ปัญหาในแต่ละช่วงก็แตกต่างกันไป มีให้แก้แทบจะทุกวัน แต่ก็อาศัยความมุ่งมั่น อดทน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากพัฒนาแหลมทองให้เป็นศูนย์การค้าชั้นนำของภูมิภาค เพราะฉะนั้น อะไรที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้ ก็ทำเต็มที่
ส่วนปัญหาที่เป็นวิกฤติที่ผ่านพ้นไปเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตนั้น แอนเล่าว่า เห็นกิจการของเรารุดหน้าขยายไปหลายสาขาทั้งแหลมฉบัง, บางแสน, ระยอง ไม่ใช่ว่าจะมีเส้นทางราบรื่นตลอด เราเจอมรสุมเหมือนกัน ลูกแรกเป็นมรสุมทางเศรษฐกิจในปี 2540 ซึ่งเป็นปีแรกที่ แอน เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่หลังเรียนจบ ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในปีนั้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมาก เนื่องจากได้ใช้เงินลงทุนในการขยายสาขาเพิ่มที่ จ.ระยองด้วย แต่คนในครอบครัวก็ช่วยกันเต็มที่ ไม่หนีปัญหา พร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำให้ครอบครัวประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนัก แต่ด้วยความมุ่งมั่น ทำให้ผ่านวิกฤตินั้นไปได้ ส่วนลูกที่ 2 อาจเรียกว่าเป็นมรสุมชีวิตของตัวเองมากกว่า เพราะในกลางปี 2553 คุณพ่อได้โอนสิทธิ์ทางธุรกิจทั้งหมดของ “แหลมทอง ระยอง” ให้เธอบริหารอย่างเต็มตัว ทั้งๆที่เธอถนัดงานด้านการตลาดมากกว่า แต่การได้รับโอกาสนี้ จึงมาพร้อมกับการเรียนรู้ทุกอย่างทุกด้านของการบริหารศูนย์การค้า โดยมีคุณพ่อเป็นที่ปรึกษา ทำให้ตนได้เรียนรู้ที่จะบริหารงาน จัดการ วางแผน มองเป้าหมายในอนาคต และเป้าหมายที่เกิดจากโอกาสที่คุณพ่อให้ คือจะต้องทำทุกวันที่ได้โอกาสมาให้ดีที่สุด และบริหารสิ่งที่พ่อสร้างมาให้เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
ณ วันนี้ สาวเก่งคนนี้ได้ก้าวมายืนในจุดที่ตนเองภาคภูมิใจ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ แอน บอกเทคนิคที่ไม่เป็นความลับว่า ความซื่อสัตย์ ขยัน ขวนขวายหาความรู้ และมีความชัดเจนในการทำงาน พร้อมกับเคารพในคำพูดของตัวเองเสมอ และต้องมีมุมมองการทำงานที่แตกต่าง เช่นมองว่าวิกฤติคือโอกาส และการ เตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในวันข้างหน้า ด้วย.
...