ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธุ์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานมูลนิธิสายเด็ก 1387 พร้อมทีมผู้บริหาร ผลบุญ นันทมานพ, ทิพยนิภา ไกรฤกษ์ และอิเลีย สมินอฟ ผอ.มูลนิธิฯ.
อีกหนึ่งหน่วยงานที่เกิดขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือเด็กๆทั่วประเทศ ที่ประสบปัญหาหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องการศึกษา, สุขภาพสาธารณสุขศึกษา, ปัญหาครอบครัว, เด็กที่ถูกทารุณกรรม, ถูกล่วงละเมิด ฯลฯ มายาวนานครบทศวรรษคือ มูลนิธิสายเด็ก 1387 โดย ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธุ์ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิสายเด็ก 1387 ได้เปิดตัวและแถลงถึง “ผลงาน และการขยายโครงการภายใต้มูลนิธิสายเด็ก 1387 เพื่อสิทธิเด็กและครอบครัว และแผนงานในอนาคต” ที่ศูนย์พัฒนาเด็ก เดอะฮับสายเด็ก ถนนไมตรีจิต เขตป้อมปราบ เมื่อเร็วๆนี้
ม.ร.ว.สุพินดา ประธานมูลนิธิสายเด็ก 1387 กล่าวว่า มูลนิธิสายเด็ก 1387 เป็นมูลนิธิองค์กรสาธารณประโยชน์ ภายใต้การควบคุมดูแลของเพื่อนแก้วสมาคม และองค์การยูนิเซฟ ซึ่งก่อตั้งขึ้นพร้อมกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยมูลนิธิฯเป็นเครือข่ายองค์กร Child Helpline International ซึ่งมีสมาชิก 150 ประเทศ การทำงานของมูลนิธิฯประกอบด้วย สายด่วน 1387 ที่รับแจ้งขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี ตลอด 24 ชม.ซึ่งนอกจากให้คำปรึกษาแนะนำปัญหาต่างๆของทั้งเด็กและผู้ปกครองแล้ว เรายังให้ความช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อนของเด็ก โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามผลอยู่เสมอ จากการทำงานที่ผ่านมาในส่วนของโครงการสายด่วนช่วยเหลือเด็ก ซึ่งเป็นโครงการแรกของเรา นับว่าประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการ มีจำนวนคนโทรศัพท์เข้ามาขอความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา คนโทร.เข้ามาถึง 9 หมื่นสาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชายที่โทร.เข้ามาพูดคุยปัญหาเกี่ยวกับสังคมจิตวิทยาและสุขภาพจิต นอกจากนี้ เรายังมีศูนย์พัฒนาเด็ก “เดอะฮับสายเด็ก” ที่ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิเอกซอดัส ประเทศออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 มีหน้าที่ช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนและเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่เขตป้อมปราบ ทางศูนย์ฯจะส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กๆมีความเคารพตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในทางที่ดี พร้อมทั้งช่วยจัดบริการสุขภาพพื้นฐาน คือ กินอิ่ม ตัวสะอาด จึงเป็นเหมือนแหล่งพักพิง บรรเทาทุกข์ยามยากแก่เด็กในระดับหนึ่งในช่วงกลางวัน แต่ไม่ใช่ที่พักถาวร โดยเรารองรับเด็กได้ประมาณ 200 คนต่อวัน ซึ่งจะมีเด็กๆสลับหมุนเวียนเข้ามาอาบน้ำ ซักผ้า กินข้าว ที่เรามีเตรียมไว้ให้ 3 มื้อ และโครงการล่าสุดที่ทำ คือ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก ชุมชนชาวมอแกน ที่หมู่เกาะสุรินทร์
ประธานมูลนิธิสายเด็ก 1387 กล่าวต่อว่า จากการทำงาน 10 ปีที่ผ่านมา ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก กระบวนการช่วยเหลือเด็กเป็นในรูปแบบสหวิชาชีพ ที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันทำงาน ในส่วนของมูลนิธิฯ เราคิดว่าเดินมาถูกทางแล้ว ซึ่งเราจะเดินหน้าทำงานต่อไป ซึ่งหากผู้มีจิตศรัทธาอยากสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ ทั้งการบริจาคเงิน บริจาคสิ่งของ หรือการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร โทร.มาได้ที่ 0-2561-0981 หรือติดตามดูการทำงานของเราได้ที่ www.childlinethailand.org นอกจากนี้ อิเลีย สมินอฟ ผอ.มูลนิธิสายเด็ก 1387 ได้เสริมว่า ปัญหาเด็กในสังคมไทยยังไม่ได้ตามมาตรฐานของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กสักเท่าไหร่ อยากให้รัฐเข้ามาดูแลเด็กได้มาตรฐานเดียวกัน ให้เด็กเข้าถึงบริการของภาครัฐในทุกๆเรื่อง ทั้งการศึกษา, สาธารณสุข.