ใครว่าเด็กรุ่นใหม่ไร้สาระ และดีแต่หลงตัวเอง ไม่เคยคิดถึงคนอื่น คุณจะต้องเปลี่ยนใจ หลังได้กระทบไหล่ “น้องแพท–พริมา ยนตรรักษ์” นักเรียนชั้นเยียร์ 11 (ม.4) วัย 16 ปี จากโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ กรุงเทพฯ เพราะทายาทแพทย์ผิวหนังชื่อดังของเมืองไทยคนนี้ ไม่เพียงจะเรียนเก่งระดับเหรียญทอง และเป็นนักกิจกรรมตัวยง แต่ยังเป็นเจ้าของผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์เชิงสำรวจ “แมลงกินได้ และแหล่งสารอาหารตามธรรมชาติ” คนแรกของไทย
ชื่อเสียงของ “น้องแพท” ยิ่งโด่งดังขึ้น เมื่อองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยรณรงค์ให้ชาวโลกหันมากินแมลง เพื่อต่อสู้กับภาวะอดอยากและขาดแคลนอาหาร เนื่องจากแมลงสืบพันธุ์ได้รวดเร็วแถมยังมีโปรตีนและไฟเบอร์สูงกว่าเนื้อสัตว์ที่นิยมบริโภค
ดังใหญ่แล้วเด็กไทย ขนาดยูเอ็นยังแนะให้กินแมลงสู้ภัยอดอยาก?!
(หัวเราะ) ตอนทราบข่าวก็ช็อกเหมือนกันค่ะ เพราะ “แพท” ทำรีเสิร์ชเรื่องนี้มา 2 ปี แล้วจู่ๆยูเอ็นก็สนับสนุนเรื่องการกินแมลง ถือว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว!! ในรายงานของยูเอ็น ซึ่งมีความหนา 200 หน้า ระบุว่า การกินแมลงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะทุกวันนี้มีผู้คนกว่า 2 พันล้านคน ในเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา ที่บริโภคแมลงเป็นอาหารอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างยืนยันว่า แมลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ไม่ต่างจากแหล่งโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ทั่วไป ในทางตรงกันข้าม แมลงกลับมีปริมาณไขมันต่ำ โปรตีนและไฟเบอร์สูง ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ
“แพท” กับเพื่อนๆร่วมกันก่อตั้งกลุ่ม The Lionheart Society เมื่อปี 2553 เพื่อทำกิจกรรมจิตอาสาตอบแทนคืนสังคม โดยชวนเพื่อนๆและอาสาสมัครในโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และทำกิจกรรมด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มของเราได้รับเชิญไปพูดที่ประเทศต่างๆในเอเชีย เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์ และในอนาคตจะไปญี่ปุ่น โดยมีแฟนเพจในเฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ www. lionheartsociety.com เป็นสื่อกลางไปทั่วโลก ตอนเริ่มก่อตั้งกลุ่ม มีโปรเจกต์หนึ่งที่พวกเราออกค่ายไปสอนหนังสือเด็กๆด้อยโอกาส ที่จังหวัดนครราชสีมา หลายๆครั้งที่ไปทำให้ “แพท” เห็นว่า เด็กยากจนเหล่านี้มีสุขภาพแข็งแรงดี แข็งแรงกว่าเด็กวัยเดียวกันในกรุงเทพฯด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เด็กเหล่านี้มาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่ทำงานกรุงเทพฯ ถูกทิ้งให้อยู่กับปู่ย่าตายายซึ่งไม่มีรายได้ จากการตระเวนพูดคุยกับชาวบ้าน, ครู, ผู้ปกครอง และนักเรียน ถึงรูปแบบการอยู่การกิน ทำให้ได้ข้อมูลว่าอีสานคือดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ คนอีสานนิยมทานแมลงและสัตว์เล็กๆที่หาได้จากธรรมชาติรอบตัว ไม่ต้องใช้เงินซื้อ
ใช้เวลาทำโปรเจกต์แมลงกินได้นานไหม
ใช้เวลาเก็บข้อมูลเกือบ 2 ปี โดยสัมภาษณ์ละเอียด ยิบว่ามีแมลงอะไรบ้างที่คนอีสานนิยมทาน ประกอบกับการรีเสิร์ชในอินเตอร์เน็ตและตามห้องสมุด เมื่อได้ข้อมูลแน่นหนาพอ และได้ตัวอย่างแมลงหลากหลายชนิดจากชาวบ้านในพื้นที่อีสาน ก็ส่งไปให้มหาวิทยาลัยมหิดลช่วยวิเคราะห์เชิงลึกถึงคุณค่าทางโภชนาการ “แพท” ยังเปิดเว็บไซต์ www.poorlandofplenty.com เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านแมลงกินได้และแหล่งสารอาหารตามธรรมชาติ
(ยิ้ม) เคยค่ะ เพราะครอบครัวเรามีบ้านอยู่ปากช่อง ชาวบ้านแถวนั้นนิยมจับแมลงกินกัน กลางคืนก็เคยตามไปส่องไฟจับจักจั่น ทำให้มีโอกาสได้ชิมแมลงบ้าง
เมนูไหนเป็นแมลงจานโปรด
คงเป็น “ยำไข่ มดแดง” รสชาติอร่อยแซบดี ขนาดยูเอ็นยังยกให้เป็นหนึ่งในเมนูมากคุณค่า ที่จะช่วยให้ประชากรโลกพ้นจากความอดอยาก
สำหรับคนที่ไม่กล้ากินแมลง รณรงค์หน่อยว่า แมลงกินอร่อยและมีประโยชน์ยังไง
แซบมาก!! (หัวเราะ) แมลงเป็นแหล่งอาหารที่มากคุณค่าทางโภชนาการ ดูอย่างอีสาน แม้จะมีสภาพความเป็นอยู่แห้งแล้งและยากจน แต่ชาวอีสานก็ไม่เคยขาดสารอาหาร เพราะพวกเขามีแมลงในท้องถิ่นให้จับกิน คนเมืองอาจไม่เคยรู้ว่าแมลงและสัตว์บางชนิดมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์ นม และไข่ ผลการศึกษาของเอฟเอโอยืนยันว่า บนโลกของเรามีสายพันธุ์แมลงมากกว่า 1,900 ชนิด ที่สามารถทานได้อย่างปลอดภัย ไม่เว้นแม้แต่แมลงวันบางสายพันธุ์ ขณะเดียวกัน แมลงยังเป็นแหล่งสร้างรายได้มหาศาลให้ชาวบ้าน เช่น ทวีปแอฟริกา ชาวบ้านสามารถนำตั๊กแตนบรรจุขวดน้ำมาขายให้พ่อค้ารับซื้อแมลง ในราคาสูงถึง 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อจำนวนตั๊กแตน 4 ขวด ขณะที่ “ไข่มดแดง” ก็เป็นอาหารเลิศรสของคนไทย
คนอีสานนิยมกิน “ตั๊กแตนปาทังกา” โดยปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 175.86 กิโลแคลอรี แถมยังอุดมด้วยโปรตีนและแคลเซียม เวลาทานต้องหักขาและหัวออกก่อนแล้วนำมาทอด นอกจากนี้ ยังนำมาแปรรูปทำน้ำปลาและข้าวเกรียบ หรือจะใช้หมักปุ๋ยชีวภาพ และเพาะเลี้ยงพันธุ์ขายก็สร้างรายได้ดี ตั๊กแตนปาทังกาสดราคากิโลกรัมละ 200-300 บาท ส่วนตั๊กแตนปาทังกาทอดราคากิโลกรัมละ 400-500 บาท “จิ้งหรีด” ก็ทานกันเยอะ โดยนิยมนำมาแปรรูปเป็นจิ้งหรีดกระป๋องและจิ้งหรีดอบแห้ง บางบ้านก็นำไปทอด, คั่วเกลือ, ปรุงเป็นลาบและยำจิ้งหรีด ราคาสูสีกับตั๊กแตนปาทังกา แต่ให้พลังงานน้อยกว่าเล็กน้อย โดยจิ้งหรีดสด 100 กรัม ให้พลังงาน 121.5 กิโลแคลอรี
สาวน้อยวัย 16 ปี ลุกขึ้นทำวิจัยแมลงกินได้และตีพิมพ์เป็นหนังสือ คาดหวังอะไรจากสังคม
หวังว่าหนังสือของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรู้จักคิด และลุกขึ้นมาทำรีเสิร์ชของตัวเอง เราไม่ควรเรียนแค่ทฤษฎี แต่ควรนำความรู้จากห้องเรียนมาปฏิบัติจริงด้วย อยากกระตุ้นให้เด็กไทยคิดแบบวิทยาศาสตร์ ลองสังเกต ตั้งสมมติฐาน และหาคำตอบด้วยตนเอง กล้าที่จะคิดต่าง และพิสูจน์ให้เห็น ขณะเดียวกัน ก็อยากให้ชาวบ้านในอีสานรู้ถึงคุณค่าทางโภชนาการของแมลง และรู้ว่าการเพาะเลี้ยงพันธุ์แมลงสามารถสร้างรายได้เสริมสบายๆ
เด็กรุ่นใหม่ที่โตมากับโรงเรียนนานาชาติมีแก่นสารมากน้อยแค่ไหน
(ยิ้ม) โรงเรียนอินเตอร์สอนให้เด็กมีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง สอนให้เราเผชิญหน้ากับปัญหา และคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา แค่นั้นยังไม่พอ แต่ต้องลงมือทำจริงๆด้วย เด็กที่โรงเรียนมีหลากหลายแบบ แต่เพื่อนในกลุ่ม “แพท” ทุกคนจะเรียนเก่ง และชอบทำกิจกรรม โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสา สมัยก่อน “แพท” เป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ไม่เอากิจกรรม จนครูแนะนำว่าเรียนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสด้วย และต้องเก่งรอบด้าน “แพท” ทำกิจกรรมหลายอย่าง เคยขึ้นคอนเสิร์ตโรงเรียน และเป็นนักกีฬาโรงเรียน เล่นบอล กรีฑา และบาสเกตบอล ช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ก็จะชวนเพื่อนๆไปสอนหนังสือเด็กตามสลัม และออกค่ายสอนหนังสือเด็กๆตามต่างจังหวัด เป็นกิจกรรมที่สนุก และจุดประกายให้เด็กๆอยากมีอนาคตดีขึ้น
โซเชียลมีเดียกระทบชีวิตเรามากเกินไป อย่างไปเที่ยวกับเพื่อน เวลาทานข้าว แทนที่จะพูดคุยกัน ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น สมัยก่อนเวลาพักผ่อนคือการเดินเล่นตามสวนสาธารณะ แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนติดอยู่ หน้าคอมพิวเตอร์ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเกิน ไป “แพท” พยายามไม่ติดสิ่งเหล่านี้มากเกินไป เพราะทำให้ไม่มีสมาธิทำอย่างอื่น
ในฐานะเยาวชนดีเด่นที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศ แนะนำเพื่อนๆหน่อยว่าทำยังไงให้เรียนดี กิจกรรมเด่น
ต้องรู้จักบริหารเวลาให้เป็น และเตรียมตัวล่วงหน้าเยอะๆ ช่วงปิดเทอม “แพท” จะอ่านหนังสือเยอะหน่อย บางวิชาอ่านล่วงหน้าตั้งแต่เยียร์ 8-9 พอถึงเวลาขึ้นเยียร์ 11 จึงสบายๆเวลาอยู่ในห้องเรียน และมีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ
อนาคตของนักวิจัยแมลงกินได้ อยากโตขึ้นเป็นอะไร
ผลจากการทำวิจัยเรื่องแมลง ทำให้ค้นพบว่าประเทศไทยยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยอีกมาก “แพท” จึงตั้งใจไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ที่อเมริกา โดยเล็งสาขาวิศวกรรมพันธุศาสตร์ไว้ เพื่อนำวิชาความรู้กลับมาช่วยพัฒนาประเทศ อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด
ถือเป็นต้นแบบของเยาวชนรุ่นใหม่ที่พร้อมฝากอนาคตของชาติไว้ในมือ!!
...
ทีมข่าวหน้าสตรี