หลังจาก “เรดบูล” เครื่องดื่มชูกำลังของคนไทย ติดปีกบินไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังมาแล้วทั่วทุกมุมโลก ในฐานะเครื่องดื่มเพิ่มพลังของคนยุคใหม่ ด้วยฝีมือปลุกปั้นของ “เฉลิม อยู่วิทยา” ลูกชายคนโตของ “โกเหลียว-เฉลียว อยู่วิทยา” มหาเศรษฐีระดับตำนานของเมืองไทยผู้ล่วงลับ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ “เรดบูล” จะหวนคืนสู่ถิ่นกำเนิด เพื่อตอกย้ำความเป็นเครื่องดื่มของคนไทยโดยคนไทยเพื่อคนไทย!!
เมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว “อาณาจักรเรดบูล” ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของ “โกเหลียว-เฉลียว อยู่วิทยา” และ “มร.ดีทริช เมเทสซิทซ์” มหาเศรษฐีรวยที่สุดอันดับหนึ่งของประเทศออสเตรีย โดยได้รับการปลุกปั้นจนกลายเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอันดับหนึ่งของโลก มียอดขายปีละมากกว่า 5 พันล้านกระป๋อง วางขายใน 170 ประเทศทั่วโลก ก็ด้วยฝีมือของ “เฉลิม อยู่วิทยา” จอมทัพแห่งเรดบูล ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสูตรผสมให้โดนใจตลาด
ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นด้านไหน
คนไทยเก่งจริงๆมีความสามารถหลายด้าน ทั้งด้านเกษตรกรรม ค้าขาย และธุรกิจการท่องเที่ยว ถ้าคนไทยมีความสามัคคีกัน เคารพความคิดเห็นกันและกัน รับรองว่าไม่แพ้ใครในโลก
ทำไมถึงอยากนำ “เรดบูล” มาวางขายใน เมืองไทย ทั้งๆที่ก็มี “กระทิงแดง” อยู่แล้ว
ก่อนอื่นเราต้องพูดชัดเจนก่อนว่า กระทิงแดง และเรดบูลเป็นของคนไทย อันนี้แน่นอน แต่ที่ผ่านมาเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้มากนัก เราได้นำเรดบูลไปขายในตลาดต่างประเทศมานาน 30 ปี แล้ว จนมีความสำเร็จคว้าแชมป์ที่หนึ่งของโลกในตลาดเครื่องดื่มประเภทบำรุงกำลัง มียอดขายปีละมากกว่า 5 พันล้านกระป๋อง วางขายใน 170 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเป็นต้นกำเนิดของเรดบูล ฉะนั้น ผมมีความตั้งใจเสมอว่าอยากนำเครื่องดื่มของคนไทยกลับสู่บ้านเกิด ที่สำคัญเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี มีการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน พัฒนาด้านการกีฬาและการท่องเที่ยว เรดบูลอยากเข้ามามีส่วนร่วมต่อการพัฒนา ประเทศ โดยเฉพาะด้านการกีฬาและศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งทางเรดบูลให้การสนับสนุนอยู่แล้วทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีม แต่เป็นอะไรก็ได้ที่มีเอกลักษณ์และมีภาพลักษณ์เข้ากับเครื่องดื่มของเรา เรดบูลพร้อมที่จะนำประสบการณ์เหล่านี้เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส
“เรดบูล” แตกต่างกับ “กระทิงแดง” อย่างไร
ตลาดคนละกลุ่มกันครับ ความแตกต่างอยู่ที่การวางตัวสินค้าและหน้าตา ส่วนประกอบและประโยชน์ ต่างๆในเครื่องดื่มเหมือนกันหมด แต่ต่างกันตรงรสชาติ เรดบูลจะมีคาร์บอเนต เน้นการดื่มเพื่อความสดชื่น ต่างจากกระทิงแดงที่เน้นดื่มเพื่อประโยชน์เป็นหลัก กระทิงแดงราคา 10 บาท มาตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อ 40 ปีที่แล้ว และยังคงราคาเดิมจนถึงปัจจุบัน ขณะที่เรดบูลต้องนำเข้าจากยุโรป ทำให้มีต้นทุนสูงกว่า กำหนดราคากระป๋องละ 60 บาท
เป้าหมายสำคัญของ “เรดบูล” ในประเทศไทย มุ่งเน้นตลาดกลุ่มไหน
เรดบูลมุ่งเน้นตลาดกลุ่มที่แอ็กทีฟ ทั้งในด้านการงานและการใช้ชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มที่เล่นกีฬาท้าทาย
คาดหวังความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน
ผมตั้งความหวังไว้ค่อนข้างสูง เพราะดูตัวอย่างจากประเทศต่างๆที่มีประชากรหลายกลุ่ม เช่น อเมริกาและบราซิล ก็ประสบความสำเร็จสูงมาก เราเพิ่งจัดงานเปิดตัวเรดบูลเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เรดบูลยังได้จัดกิจกรรมสนุกๆสไตล์เรดบูลอย่างคึกคัก เพื่อให้คนไทยได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดขบวนรถมินิวิ่งวนรอบหน้าวัดพระแก้ว, การโชว์ความเก๋าของนักจักรยานวิบากแชมป์โลก “ปีเตอร์ เคร้าช์” ควงจักรยานคู่ใจฝ่าการจราจรคับคั่งของถนนสุขุมวิท, การโชว์ลีลาเลี้ยงบอลกลางอากาศบนสถานีรถไฟฟ้าสยามและหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ของ “ซิยง การ์นิเยร์” นักฟุตบอลฟรีสไตล์แชมป์โลกชาวฝรั่งเศส, การโชว์ทักษะชั้นเซียนของ “วิกี้ โกเมส” แชมป์โลกจักรยาน BMX Flatlander ชาวสเปน นอกจากนี้ สองนักแข่งรถแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันจากทีมเรดบูลเรซซิ่ง “เซบาสเตียน เวทเทล” และ “มาร์ค เว็บเบอร์” ก็มาร่วมสร้างประสบการณ์น่าประทับใจสไตล์เรดบูลด้วย
ตลาดไหนขายดีที่สุด
สหรัฐอเมริกาขายดีที่สุดครับ เดือนละ 200 ล้านกระป๋อง ส่วนในเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นขายดีที่สุด มีวางขายตามตู้หยอดเหรียญ คนญี่ปุ่นนิยมดื่มมาก เดือนละเกือบ 20 ล้านกระป๋อง
โดยส่วนตัว “คุณเฉลิม” ดื่ม “เรดบูล” วันละกี่กระป๋อง
(หัวเราะ) ผมดื่มไม่บ่อยนัก แต่จะดื่มทุกครั้งที่เหนื่อย หรือต้องออกไปสังสรรค์ ซึ่งช่วยให้สดชื่นขึ้นเยอะ
จริงไหมคะที่ว่า “เรดบูล” ดื่มมากมีอันตราย!!
เข้าใจกันผิดครับ เรดบูลที่จำหน่ายในต่างประเทศ หนึ่งกระป๋องมีคาเฟอีนอยู่ 80 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับกาแฟฟิลเตอร์ธรรมดาๆแก้วเดียว ส่วนเรดบูลในประเทศ ไทย มีคาเฟอีน 50 มิลลิกรัม ผมว่าเราต้องใช้มันให้ถูกเวลา ไม่มีอันตรายหรอกครับ ไม่งั้นคงขายทั่วโลกไม่ได้
นอกจากการนำเรดบูลบุกตลาดเมืองไทยแล้ว ยังมีโปรเจกต์ อะไรอีกไหมในอนาคต
ปลายปีนี้เราจะนำการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ “The Red Bull Cliff Diving World Series 2013” มาจัดในเมืองไทยเป็นครั้งแรก ที่จังหวัดกระบี่ วันที่ 26 ต.ค.นี้ และในกลางเดือน ธ.ค.นี้ ก็จะจัดการแข่งขันระดับโลก “Race of Champion 2013” ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
เรดบูลกำลังร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมจัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันบนท้องถนนในกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2015 ผมถนัดแต่เรื่องเครื่องดื่ม นอกจากเรดบูลแล้ว ผมยังอยากให้เกิดไวน์คัลเจอร์ในประเทศไทย โดยบริษัทสยาม ไวเนอรี่ ได้ปลูกองุ่นหลากหลายพันธุ์ เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตไวน์ ภายใต้แบรนด์ “Monsoon Valley” และ “Montclair” รวมถึงไวน์คูลเลอร์และไวน์ค็อกเทลภายใต้แบรนด์ “สปาย” ผมอยากให้ไวน์เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค เพื่อให้คนไทยนำไวน์มาดื่มกับอาหารในชีวิตประจำวัน อาหารไทยกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก ผมเชื่อว่าไวน์ไทยก็น่าจะโกอินเตอร์ไปกับอาหารไทยได้ เท่าที่ทำมาก็ประสบความสำเร็จน่าพอใจ เป้าหมายของผมคือ ต้องการทำให้ไวน์ไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ยามว่างของ “เจ้าพ่อเรดบูล” ทำอะไรบ้าง
ปกติผมตื่นหกโมงเช้า อาบน้ำเสร็จก็มาอ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าว แล้วเซ็นเอกสารต่างๆ จากนั้นก็นัดประชุมที่บ้าน ไม่ค่อยเข้าออฟฟิศ ผมเป็นคนติดบ้านติดครอบครัว ยามว่างชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบไปพักผ่อนต่างจังหวัด ผมมีบ้านอยู่หัวหิน และกำลังสร้างบ้านที่สมุย ผมชอบต้นไม้ ชอบทานอาหารพื้นเมือง เป็นคนทานง่ายอยู่ง่าย ชอบทานก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด อาหารทางเหนือก็ชอบมาก เช่น น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แหนม หมูทอด ข้าวเหนียว ไทยรัฐแนะนำร้านไหนอร่อย ก็จะให้คนไปลองซื้อมาชิม
เวลาเหนื่อยๆท้อๆผ่านมาได้ยังไง
ถ้าเป็นเรื่องงานก็ยอมรับว่าเหนื่อย แต่จะหายเหนื่อยเมื่อได้เห็นความสำเร็จของเรดบูลและสยาม ไวเนอรี่ ผมภูมิใจที่เครื่องดื่มของคนไทยสามารถไปครองตลาดโลกได้ ภูมิใจมากที่ทำตรงนี้ได้สำเร็จ แต่ถ้าเป็นเรื่องครอบครัว ผมคิดเสมอว่าถ้าเราทำดีคิดดี ผลลัพธ์ก็จะออกมาดี สำหรับตัวเราเอง ครอบครัวของเรา อย่าไปโทษคนโน้นคนนี้ อย่าไปเที่ยวว่าคนอื่น เราพยายามทำดีเข้าไว้ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่าไปคิดมากเกินไป
“คุณเฉลิม” เป็นคุณพ่อสไตล์ไหน
ผมว่าผมตามใจลูกมากเกินไป!! ไม่ค่อยเข้มงวด คิดว่าเราน่าจะเข้มงวดมากกว่านี้ แต่ยังไงแล้วผมก็ภูมิใจในลูกๆทั้งสามคน ทุกคนเรียนจบที่อังกฤษหมด นิสัยดีทุกคน ถ่อมเนื้อถ่อมตน รักความถูกต้อง เป็นคนติดดินพอสมควร ลูกชายทั้งสองคนก็บวชแล้วที่วัดมหาธาตุ เมื่อ 2 ปีก่อน เขาขอบวชเองเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่
มีกระแสข่าวลือว่า “ครอบครัวอยู่วิทยา” จะย้ายรกรากไปอยู่อังกฤษ เพราะเบื่อเมืองไทย
ไม่จริงเลยครับ!! ยังไงเมืองไทยก็เป็นบ้านเกิดของผม ผมรักเมืองไทย จิตใจเราอยู่ที่นี่ ไปอยู่เมืองนอกประเดี๋ยวประด๋าวก็โอเค แต่ที่ไหนก็ไม่เหมือนเมืองไทย ผมมีความเชื่อว่าเมื่อเกิดเป็นคนไทย เราก็ควรอยู่รับใช้ชาติ บ้านเมือง และสังคม.
...
ทีมข่าวหน้าสตรี