ช่วงนี้นอกจากอากาศจะร้อนถึงขั้นระอุกันแล้ว แต่หลายคนก็เลี่ยงที่จะไม่โดนแสงแดดได้ยาก เพราะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เรื่องของแสงแดดก็เป็นปัญหาใหญ่ที่หนุ่มสาวกังวล ทางที่ดีที่สุดก่อนออกไปเล่นน้ำ จึงต้องรู้วิธีป้องกันไว้ก่อน ซึ่งเริ่มต้นก็คือการเลือกใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้องนั่นเอง
เรื่องของครีมกันแดดมีอยู่หลายกระแสที่ต่างโฆษณาชวนเชื่อให้ลองใช้ จะว่าด้วยเรื่องสรรพคุณความขาวเสียส่วนมาก ซึ่งก็มีหลายแบรนด์ให้เลือกมากอีกด้วย แต่ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนเหมาะกับผิว ใช้ได้ผลจริงๆ จะดูที่ค่า SPF อย่างที่ได้ยินจนติดหู ก็คงไม่ใช่ เพราะผู้ใช้เองก็ยังไม่เข้าใจถึงคำนี้ดีพอด้วยซ้ำ สิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญมากกว่าก็คือเรื่องของแสงแดด แม้ว่าจะมีประโยชน์ตรงที่ช่วยสังเคราะห์วิตามินดี ช่วยฆ่าเชื้อโรคในตอนเช้า แต่ในช่วงเวลากลางวันนั้นแสงแดดกลับมีรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ซึ่งหมายความว่ามีผลกับผิวโดยตรง ทั้งนี้รังสีที่มีผลต่อผิวหนังมากที่สุดคือรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิด ตามความยาวคลื่น ได้แก่
UVA จะสามารถผ่านผิวหนังชั้นหนังกำพร้าลงไปถึงชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ แสบไหม้ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้ชั้นคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังเสื่อมสภาพเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้เซลล์ผิวหนังผิดปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็ง
UVB จะมีผลต่อผิวชั้นหนังกำพร้า ทำให้ผิวแสบไหม้มากกว่า UVA และทำให้ผิวหมองคล้ำ
UVC ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง แต่เดิม UVC ไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศลงมาที่ผิวโลกได้ แต่ปัจจุบันชั้นโอโซนลดลงทำให้มี UVC บางส่วนผ่านลงมาได้
ทั้งนี้ความเข้มข้นของรังสี UV จะมากที่สุดในช่วง 10.00-15.00 น. ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลานี้ เราจึงควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำ และดูคุณสมบัติของครีมกันแดดที่เราต้องการ คือ ช่วยดูดซับและกันไม่ให้รังสี UV ผ่านเข้าไปถึงผิวหนัง ช่วยสะท้อนและกระจายแสงออกจากผิว
ในปัจจุบันเราแบ่งสารกันแดดเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สารเคมีกันแดด (Chemical Sunscreen) ซึ่งจะช่วยดูดซับรังสี UV ไว้ และเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดลดลงตามระยะเวลาที่โดนแดด
ข้อดีของสารเคมีกันแดด คือ ทาแล้วไม่ทำให้หน้าขาววอก แต่สารบางตัวอาจกันได้แค่ UVB แต่ไม่กัน UVA เช่น Salicylate, Cinnamate และสารที่กันได้ทั้ง UVB และ UVA ได้แก่ สารที่ลงท้ายด้วย –benzone, mexoryl sx, mexoryl XL แต่ครีมกันแดดรุ่นใหม่ จะมีสารกันแดดผสมกัน 2-3 ตัว และมีคุณสมบัติกัน UVA ได้มากขึ้น
ข้อเสียของสารเคมีกันแดด คือ อาจทำให้เกิดการแพ้ระคายเคืองจากสารเคมีได้
สารกันแดดกุล่มที่ 2 คือ สารสะท้อนแดด (Physical Sunscreen) ได้แก่ ไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide), ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) สารเหล่านี้จะสะท้อนแดดออกจากผิว
...
ข้อดีของสารสะท้อนแดด คือ เกิดการแพ้ และระคายเคืองน้อยมาก ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถกันได้ทั้ง UVB และ UVA ไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเมื่อโดนแดดนานๆ
ข้อเสียของสารสะท้อนแดด คือ ทาแล้วจะทำให้หน้าขาววอก แต่ปัจจุบันมีการลดขนาดโมเลกุลของสารสะท้อนแดดทำให้ขาวลดลง
นอกจากส่วนประกอบของครีมกันแดดที่เราดูได้จากฉลากแล้ว ค่า SPF ของครีมกันแดดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยค่า SPF หรือ Sun Protection Factor หมายถึง ค่าพลังงานของรังสี UV ที่ทำให้ผิวที่ทาครีมกันแดดแสบแดง หารด้วยค่าพลังงานของรังสี UV ที่ทำให้ผิวที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดแสบแดง ค่า SPF ที่สูง หมายถึง ผู้ใช้ต้องโดนแดดมากขึ้นหรือนานขึ้น จึงจะเกิดอาการแสบแดงจากแดด ค่า SPF ของครีมกันแดดสำหรับคนที่เล่นกีฬากลางแจ้ง ควรใช้ตั้งแต่ SPF 30-60 แต่อย่างไรก็ตาม ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 1 1/2-2 ชั่วโมง เมื่ออยู่กลางแจ้งนานๆ เนื่องจากเหงื่อจะชะล้างครีมกันแดดออกไปบางส่วน ควรเลือกครีมกันแดดชนิด Water-resistant หรือ Waterproof จะช่วยป้องกันการชะล้างจากเหงื่อได้ดีขึ้น
ในส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการป้องกันแดดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การสวมหมวก, ใส่เสื้อผ้าที่กันรังสี UV และกางร่ม ปัจจุบันมีผ้าที่ทอพิเศษสามารถกันรังสี UV โดยมีค่า SPF 20-40 ช่วยปกป้องผิวบริเวณลำตัว และแขนขาจากแสงแดดได้
ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากการโดนแดดได้อย่างไร
หลังจากการโดนแดดแรงๆ เป็นเวลานานแล้ว ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ ผิวคล้ำเสีย มีจุดด่างดำ และเกิดริ้วรอย โดยทั่วไปก็มักจะเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์ และไวเทนนิ่ง หรืออาจพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาขาวใสดังเดิม อาทิ
1. เทคโนโลยี IPL (Intense Pulse Light) เทคโนโลยีนี้จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณ เป็นเทคโนโลยีความงามโดยการใช้คลื่นแสงธรรมชาติ IPL ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวสวยใส ดูอ่อนวัย คืนความเนียนใสให้กับใบหน้า ลบเลือนจุดด่างดำ ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมกับการทำลายเฉพาะเม็ดสีส่วนเกินในชั้นหนังกำพร้า ไม่มีอาการเจ็บและไม่ทำให้เกิดแผล หลังการรักษายังสามารถแต่งหน้าได้
2. Micropeel เป็นการปรับสภาพและฟื้นฟูผิวพรรณด้วยผงคริสตัลขนาดเล็ก ขัดนวดเบาๆ เพื่อขจัดผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวนุ่มเนียน และกระจ่างใสขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่สดใส โดยไม่ทำให้เกิดแผล สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้น และยังปลอดภัยแม้แต่สภาพผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย สามารถใช้รักษารอยหลุม รอยดำ รอยแผลเป็นจากสิว ลดริ้วรอยตื้นๆ ลบเลือนรอยแตกลายที่หน้าท้อง สะโพก และต้นขา อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน มีสีผิวที่สม่ำเสมอ
3.AHA Treatment เป็นการปรับสภาพผิวโดยใช้กรดผลไม้ AHA (Alphahydroxy Acid) ซึ่งสกัดจากผลไม้ในธรรมชาติ โดยสาร AHA จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพเกิดการหลุดออกได้เร็ว ทำให้ความหมองคล้ำและริ้วรอยจุดดำต่างๆ จางหายไป และยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณเต่งตึงยิ่งขึ้นด้วย ช่วยให้ความมันของผิวหน้าลดลง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผิวมัน
ปัญหาแดดแผดเผาผิวพรรณ เป็นเรื่องที่ต้องระวัง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเก็บตัวอยู่แต่ในที่ร่มตลอดเวลา หน้าร้อนที่แสงแดดสดใสแบบนี้ ออกไปเผชิญกับแสงแดดบ้างอย่างถูกวิธี ก็สามารถสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งได้ โดยไม่ต้องกลัวผิวเสียอีกต่อไป
ข้อมูลโดยศูนย์ผิวหนัง เลเซอร์และความงาม โรงพยาบาลเวชธานี