กลุ่มชาวบ้านจากหมู่บ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นำโดย นายพงษ์ชยุตน์ โพนะทา ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดฝีมือในการทอผ้าไหมแพรวา จึงได้รับการสนับสนุนจาก นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สิน ทางปัญญา นำภูมิปัญญาที่สั่งสมมาเนิ่นนาน หลอมรวมกับหัวใจจงรักและภักดี รังสรรค์ผ้าแพรวาผืนพิเศษผืนเดียวในโลก ที่มีลายดอกมากที่สุด สีมากสุด และขนาดกว้างยาวใหญ่สุด ถวายแด่สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในมหา มงคลวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 5 รอบ 60 พรรษาในปี 2558 ซึ่งได้เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายแล้ว เมื่อวันพุธ (27 มี.ค.) ที่ผ่านมา ในงานประชุมสัมมนาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โลก ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์

ความพิเศษของผ้าแพรวาผืนนี้ นายพงษ์ชยุตน์ เผยว่า เป็นการรวมลายดอกของแพรวา และรวมสีในลายดอกที่มากถึง 60 สี จึงเป็นผ้าแพรวาที่มีถึง 10 ดอกลายในผืนเดียว อาทิ ลายพรรณมหา ลายเบอบุญ ฯลฯ แต่ละดอกลายอาจจะมี 9 สี 8 สี 7 สี แยกเป็นกลุ่มๆ ดอกลายหนึ่งอาจจะออกโทนสีฟ้า เทาม่วง ชมพูม่วง แตกต่างเป็นอย่างมากกับผ้าโบราณที่ทอเพียง 5 สีและจะหว่านสีให้กระจายทั้ง 10 ดอก ซึ่งยังไม่เคยมีใครเคยทำ และเนื่องจากผ้าแพรวาผืนนี้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย จึงเน้นเฉดสีโทนสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ และในโทนสีม่วง ก็ยังมีการแยกเป็น 60 สีเพื่อนำไปจก โดยมีขนาดของผืนผ้าทั้งหมด คือยาว 5 เมตร กว้าง 73 เซนติเมตร ถือเป็นผ้าแพรวาที่ขยายหน้ากว้างมากที่สุด และได้ตั้งชื่อลายผ้าแพรวาผืนนี้ว่า “ลายเบอบุญอุ้มดอกพรรณมหา”

...

ในโอกาสที่นายพงษ์ชยุตน์นำผ้าแพรวาผืนพิเศษ เข้าทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ทรงมีรับสั่งกับนายพงษ์ชยุตน์ด้วยว่า พระองค์ทรงห่วงใยว่าจะมีคนรุ่นต่อไปสืบสานภูมิปัญญาอันล้ำค่านี้หรือไม่ ทรงถามถึงการถ่ายทอดวิธีการทอผ้าแพรวาด้วยว่า คนรุ่นเก่าๆที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงส่งเสริมไว้ยังอยู่กันหรือไม่ และมีการสอนคนรุ่นต่อไปหรือไม่  ทรงเป็นห่วงว่าการทอผ้าแพรวาจะหมดไป อย่างไรก็ตาม ทรงชื่นชมผลงานการทอผ้าแพรวาที่นายพงษ์ชยุตน์เข้ามาส่งเสริมด้วยว่า มีลวดลายที่งามวิจิตรและสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการพัฒนาผสมสีและลายที่มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ นายพงษ์ชยุตน์ ถือเป็นคนรุ่นใหม่คนแรกที่ได้ต่อยอดการออกแบบลายของผ้าแพรวาขึ้นใหม่ 100% โดยคิดลาย ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด 20 ลาย และได้จดลิขสิทธิ์แล้ว 15 ลาย อาทิ ลายช่อหยาด ลายกนกแทงช่อ ลายเส้นแลป ลายน้ำหยด ลายเบอซ้อน ลายดาวหว่าน ลายคั่นไม้คาน ลายเบอเส ลายเก๊ว ลายในน้ำ ลายโหหย่อน ลายเคอโค้ง ลายสนกาฬสินธุ์ ลายกะจอน ลายเคอไต่ไม้ ฯลฯ ซึ่งกว่าจะได้ผ้าแพรวาลายใหม่ๆนั้น นายพงษ์ชยุตน์บอกว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  เพราะผู้ใหญ่ที่ทอผ้าแต่ละคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไม่ได้ กระทั่งตนพยายามเคี่ยวเข็ญให้ลองทำดู  เมื่อทำได้หนึ่งลาย ก็ทำให้มีกำลังใจ และสนุกที่จะทำลายอื่นๆเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ก็พยายามเอาลายโบราณมาปรับสี ปรับลาย ให้ดูงดงามยิ่งขึ้น รวมถึงได้อนุรักษ์ลายโบราณดั้งเดิมควบคู่กันไปด้วย.