คนหนุ่มรุ่นใหม่อนาคตไกลที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง กฤษณะ ถนอมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรัพย์ทวี แลนด์ จำกัด ที่เข้ามาต่อยอดพัฒนาที่ดินของครอบครัว โดยสร้างอาณาจักรเอ็มเพลส ให้กลายเป็นศูนย์รวมสถาบันกวดวิชาที่ใหญ่ที่สุดในย่านฝั่งธนบุรี และขยายธุรกิจไปสู่ไลน์อื่นๆ อีกมากมาย
กฤษณะ หรือ “เอก” นักบริหารวัย 36 ปี ลูกชายคนโตของ ทวี–อารีรัตน์ ถนอมทรัพย์ เล่าให้ฟังถึงหน้าที่การงานว่า ที่บ้านทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ พอเรียนจบปริญญาตรีและโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
จึงได้มาช่วยธุรกิจของที่บ้าน ซึ่งทำเกี่ยวกับการพัฒนา ที่ดินภายใต้บริษัท ทรัพย์ทวี แลนด์ จำกัด โดยสร้างตึกเอ็มเพลส ให้เป็นศูนย์รวมสถาบันกวดวิชา และพอได้คลุกคลีกับวัยรุ่นที่มาใช้บริการของสถาบันกวดวิชาในตึกเอ็มเพลส เลยได้เห็นโอกาสทางธุรกิจอื่นๆต่อไปอีก จึงเปิดบริษัท บีลิงค์ มีเดีย จำกัด และบริษัท บีลิงค์ ออร์แกนไนเซอร์ จำกัด ผลิตสื่อโฆษณาให้กับสถาบันกวดวิชา โดยได้สัมปทานสื่อโฆษณาในอาคารวรรณสรณ์ ศูนย์รวมสถาบันกวดวิชาที่ใหญ่ในกรุงเทพฯด้วย และยังได้ทำสื่อภายในมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่า U Channel ซึ่งมีทั้งป้ายโฆษณา และ LED TV ที่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ รวมทั้งยังได้ขยายธุรกิจ ทำโฆษณาไลท์บ๊อกซ์ในศูนย์การค้า ตลาดนัดต่างๆอีกด้วย ส่วนงานล่าสุดที่แตกไลน์ออกไปไม่เกี่ยวกับสื่อโฆษณาเลยคือ การเข้าสู่วงการธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ในชื่อ Perfect Life ที่รับรองคุณภาพว่า มีความปลอดภัยต่อร่างกายสูงสุดและปราศจากสารเคมี 100%
ในการลุยงานแบบไม่ยั้งเช่นนี้ เอก บอกว่า ตนยึดปรัชญาธุรกิจตะวันออกแบบง่ายๆ คือ น้ำบ่อใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านการขยายไลน์ธุรกิจใหม่ๆแบบไม่หยุดยั้ง ถ้าเราคิดว่าสามารถขยายไปในพื้นที่ใหม่ได้ ธุรกิจนั้นก็เป็นน้ำบ่อใหม่ของเรา การทำธุรกิจแบบนี้ทำให้รู้สึกน่าตื่นเต้น เพราะได้ศึกษาอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะถ้าเราเริ่มจากศูนย์ เราก็ได้คำตอบที่คนอื่นเขามองไม่เห็นกัน ส่วนสไตล์การทำงาน หนุ่มคนนี้บอกว่า เวลาจะทำอะไรสักอย่าง ต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล
อย่างรอบด้าน ทั้งด้านดีและไม่ดี ไม่คิดเข้าข้างตัวเอง และเมื่อมั่นใจแล้วค่อยลงมือทำ ถ้าลงมือทำแล้วก็อย่ากลัวความล้มเหลว ตนเป็นคนไม่เอาเป็นเอาตายกับงาน แต่พร้อมจะสู้ไปกับงาน และชอบที่จะทำธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้เราได้เรียนรู้และสนุกอยู่ตลอดเวลา
“ผมชอบทำธุรกิจแบบพอเพียงครับ พอเพียงของผมคือ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ไม่คิดตักตวงผลกำไรจนเกินตัว จนทำให้ตัวเองเกิดความทุกข์และเกิดความอยากได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเรารู้สึกพอเพียงแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะทำให้เรามีความสุขกับชีวิตได้ตลอดเวลา”.....สไตล์การทำงานของนักบริหารหนุ่มคนนี้ น่าจะเป็นข้อคิดให้กับสังคมยุคนี้ได้เป็นอย่างดี.
...