ต้องยกให้เป็นลูกกตัญญู ที่นอกจากจะไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับผู้เป็นพ่อแม่แล้ว แต่ยังยอมทำทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ทั้งๆที่ไม่ได้มีใจรักในงานนั้นเลยแม้แต่นิด แต่ความที่เห็นพ่อบังเกิดเกล้าต้องเล่นการเมืองอย่างโดดเดี่ยว สาวรุ่นใหม่ชาวพนมสารคามอย่าง เจี๊ยบ-ศรุตษา อัศวชัยโสภณ ทายาทคนโตของ เฮียเน้า-สมชัย อัศวชัยโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จ.ฉะเชิงเทรา กับ กรชวัล อัศวชัยโสภณ ผู้พิพากษา สมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จึงยอมทิ้งแสงสีตามประสาวัยรุ่น ออกไปลุยแดดลุยฝุ่น ช่วยเหลือชาวบ้านตามชุมชนและหมู่บ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ฐานเสียงของพ่อ จนได้ฉายา “คุณหนูจอมอึด”!!!
ก่อนจะมาลุยงานช่วยเหลือ ชาวบ้านในพื้นที่เขต 2 จ.ฉะเชิงเทรา เจี๊ยบ ก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปที่ตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียนหนังสือจนคว้าปริญญาตรี ด้านรัฐศาสตร์ จาก ม.เกษตรศาสตร์, โทด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (ภาคภาษา อังกฤษ) จากจุฬาฯ, ประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านการตลาดจาก University of Cali-fornia, Berkeley และหลักสูตรบริหารการโรงแรมจาก San Francisco State University สหรัฐอเมริกา จากนั้นก็มาช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัว ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ และการเกษตร โดยเข้ามาบริหารโรงแรมแกรนด์ จอมเทียน พาเลซ และต่อยอดธุรกิจขยายไปอีก 2 โรงแรม จนล่าสุดเพิ่งเปิดโรงแรม The Now หรือ “เดอะเน้า” ตามชื่อของคุณพ่อนั่นเอง พอธุรกิจโรงแรมเริ่มเข้าที่ก็ส่งต่อให้น้องสาว ที่เพิ่งเรียนจบอีกคนหนึ่งรับไปบริหารต่อ โดย เจี๊ยบ หันมาดูธุรกิจด้านการเกษตร ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมที่พ่อแม่ทำมาแต่แรกเริ่ม โดยมีทั้งฟาร์มเลี้ยงไก่และเป็ด ในรูปของพาร์ต-เนอร์กับบริษัทซี.พี. รวมถึงธุรกิจพืชสวนพืชไร่ต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจพื้นฐานของ จ.ฉะเชิงเทรา
พอกลับมาช่วยพ่อดูแลงานการเกษตรที่บ้านเกิด ก็เป็นจังหวะที่ทำให้ เจี๊ยบ ได้ใกล้ชิดกับพ่อมากขึ้น รวมทั้งได้ช่วยทำงานการเมืองมากขึ้น “งานหลักของป๊าคือด้านการเมือง ต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีจำนวนมากและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน ต้องใช้เวลาในการเข้าถึงประชาชน และด้วยหน้าที่ของ ส.ส. บางทีป๊าต้องมาประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กรุงเทพฯ ติดกันหลายวัน เจี๊ยบก็จะช่วยงานในพื้นที่แทน ลงไปทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ เช่น นำการฝึกอาชีพไปให้กับกลุ่มแม่บ้าน และไปร่วมงานต่างๆแทนป๊า ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรืองานศพ” สิ่งต่างๆที่ทำนั้น เจี๊ยบ บอกว่า เพื่อแบ่งเบาภาระเรื่องงานจากพ่อ เพราะเธอเห็นพ่อทำงานหนักมาก อะไรที่ช่วยพ่อได้ก็จะทำ และยิ่งรู้ว่าพ่อเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เธอจึงพยายามเป็นตัวแทนของพ่อออกไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน แม้ เจี๊ยบ จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ต้องออกไปช่วยงานชาวบ้านยามกลางค่ำกลางคืนแทนพ่อ ส่วนใหญ่พื้นที่ที่ไปก็ห่างไกล ถนนหนทางก็ไม่สะดวกนัก จึงค่อนข้างจะอันตราย แต่ด้วยความรักและอยากช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่การงานของพ่อแม่ เธอจึงทุ่มสุดตัวโดยไม่ย่อท้อ
การได้เข้ามาสัมผัสงานการเมืองในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจี๊ยบ ยอมรับเลยว่า คนเป็น ส.ส.งานหนักมาก ต้องเสียสละเรื่องส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ “พอมาช่วยป๊าทำงาน ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน เห็นเขาได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เรานำไปให้และเขายิ้มได้ เจอหน้ากันทักทายกัน แค่นี้เราก็มีความสุข ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหลายในการลงพื้นที่หายเป็นปลิดทิ้งจริงๆ” ส่วนคิดจะเล่นการเมืองตามรอยบุพการีหรือไม่นั้น สาวน้อยหน้าหวานบอกอย่างอิดเอื้อนว่า ตอนนี้ขอช่วยงานพ่อไปเรื่อยๆก่อน อนาคตข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที!!
...