ประวิทย์ มาลีนนท์ บิ๊กช่อง 3 และไบรอัน แอล มาร์การ์ ผู้บริหารบีอีซี–เทโร พร้อมด้วยมิสไทยแลนด์เวิลด์ ร่วมต้อนรับ จูเลีย มอร์ลี่ ซีอีโอ มิสเวิลด์ (ที่ 4 จากขวา) และหยู เหวินเซียะ มิสเวิลด์คนล่าสุด

นับเป็นครั้งแรกของ “หยู เหวินเซียะ” นางงามชาวจีนวัย 24 ปี ซึ่งคว้ามงกุฎมิสเวิลด์ 2012 คนล่าสุด ได้เดินทางมาเยือนเมืองไทยระหว่างวันที่ 13-18 ก.พ.56 พร้อมกับคณะ และ “จูเลีย มอร์ลี่” ซีอีโอ Miss World Limited ผู้จัดการประกวดมิสเวิลด์ โอกาสนี้ทั้งคู่ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ ที่อาคารมาลีนนท์ทาวเวอร์ โดย หยู เหวินเซียะ มิสเวิลด์ 2012 กล่าวว่า เป็นครั้งแรกของตนที่ได้มาเมืองไทย รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมาก ปีนี้ (ปีมะเส็ง) ตรงกับปีเกิดของตนเอง รู้สึกโชคดีมาก การมาเมืองไทยครั้งนี้ประทับใจหลายอย่าง และได้เดินทางไปหลายแห่ง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ตนได้มีโอกาสเข้าพบนายกรัฐมนตรีของไทย และได้ร้องเพลงให้ท่านฟัง รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้ไปดูหลินปิง (แพนด้า) ด้วย จากที่เดินทางไปหลายแห่งได้สัมผัสถึงความเป็นมิตรของคนไทยที่มีต่อคนจีน ซึ่งถ้าตนมีโอกาสก็ยินดีที่ช่วยสานความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวจีนให้ดียิ่งขึ้นไปอีก


มิสเวิลด์คนล่าสุด ยังเผยอีกว่า การได้รับตำแหน่งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต จากเด็กที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย ยังไม่มีประสบการณ์อะไร เมื่อเป็นมิสเวิลด์ ตนได้มีโอกาสพบปะผู้คน ได้เดินทางไปประเทศต่างๆ นอกเหนือจากนั้นยังได้ประสบการณ์ทางจิตใจอีกด้วย จึงอยากฝากถึงผู้เข้าประกวดรุ่นน้องว่า นอกจากความสุขที่จะได้รับจากการเข้าร่วมประกวด อันเป็นความฝันของผู้เข้าประกวดทุกคนแล้ว อยากให้ทุกคนได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ร่วมกัน  เมื่อถามถึง “ความสวย” ในมุมมองของเธอ “หยู เหวินเซียะ” กล่าวว่า ความสวยงามไม่ใช่อยู่แค่ภายนอกอย่างที่ทุกคนรู้ ต้องมาจากภายในจิตใจด้วย ที่จะสะท้อนความงามนั้นออกมา

ด้าน จูเลีย มอร์ลี่ ซีอีโอ มิส เวิลด์ กล่าวถึงโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดมิสเวิลด์บ้าง ด้วยว่า  เมืองไทยมีโอกาสในอนาคต แต่ตนไม่อยากให้คนไทยเปรียบการประกวดเวทีนี้เหมือนการประกวดทั่วไป ซึ่งเวทีมิสเวิลด์มีผู้ร่วมเข้าประกวดมากสุด 125-130 ประเทศ และการประกวดมิสเวิลด์ มีจุดมุ่งหมายที่อุทิศตนให้สังคม ช่วยเหลือผู้คนที่ด้อยโอกาส ซึ่งหากว่าตนได้มีโอกาสทำอะไรให้กับเด็กๆที่ด้อยโอกาส หรือคนเจ็บป่วยที่เมืองไทยได้ ตนก็อยากที่จะมาจัดการประกวดที่เมืองไทยแน่ ทั้งนี้เพราะมงกุฎของมิสเวิลด์ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเด็กๆทั่วโลก ที่เราสามารถจะให้ความช่วยเหลือและโอกาส มากกว่าการเป็นสัญลักษณ์ของความงาม ตนอยากให้คนเห็นความงามของผู้หญิงไม่ใช่แค่ใบหน้าเท่านั้น แต่มองเห็นถึงความสามารถของผู้หญิง ซึ่งสามารถทำอะไรก็ได้อย่างที่เราฝัน.

...