หนุ่มรุ่นใหม่ที่มากความสามารถ วิค–ภวิกร พวงเกตุแก้ว ลูกชายโทนของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และ วราภรณ์ เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น โดยทำงานเป็นนักการทูต ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็ได้เดินตามความฝันที่ชื่นชอบด้านกีฬาฟุตบอล

วิค–ภวิกร วัย 23 ปี เล่าอย่างอารมณ์ดีว่า ชีวิตตอนเด็กๆต้องเดินทางย้ายตามคุณพ่อไปประจำที่ประเทศต่างๆ พอกลับมาเลยเรียนที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี จนจบและไปเรียนปริญญาตรี ทางด้านรัฐศาสตร์ ที่ International University in Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พอกลับเมืองไทยจึงมาฝึกงานที่กระทรวงการต่างประเทศ 1 ปีก่อนที่จะสอบเข้าได้ ซึ่งการเลือกมาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่บ้านไม่ได้บังคับ แต่อาจจะเป็นเพราะอยู่ในสายเลือด ทั้งคุณพ่อและคุณปู่เป็นนักการทูตหมด เห็นการทำงานของคุณพ่อ และคุณแม่ ซึ่งก็ทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศมาตั้งแต่เด็กเลยซึมซับมา

“ผมทำงานที่กระทรวงฯมา 1 ปีแล้ว ดูแลงานด้านวัฒนธรรมอเมริกา ตอนที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางมาเมืองไทย ผมก็มีโอกาสได้ดูแลต้อนรับ รู้สึกเป็นเกียรติมาก ทั้งคู่เป็นมิตรมากนับเป็นประสบการณ์ที่ดี ตอนนี้ก็ทำงานฉลองครบรอบ 180 ปีความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เชิญนักบินอวกาศสหรัฐฯมาไทย หรือนำทีมฟุตบอลของสหรัฐฯมาเตะกับทีมชาติไทย เป็นต้น”

นอกเหนือจากงานประจำที่ชื่นชอบแล้ว วิค บอกว่า ตนยังได้ทำความฝันให้เป็นจริงเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล ที่ชื่นชอบมากเป็นชีวิตจิตใจ โดยได้รับเลือกให้เป็นแมวมองประจำเอเชียให้กับทีมฟุตบอล FC Basel ของสวิตเซอร์แลนด์ ในการมองหานักเล่นหน้าใหม่ ฝีเท้าดี ซึ่งการทำหน้าที่ตรงนี้ทำให้ตนหวังว่า ในอนาคตจะได้มีส่วนช่วยผลักดันนักฟุตบอลไทยรุ่นใหม่ให้ก้าวไปสู่ระดับสากลได้

...

“การได้มีโอกาสทำงานตรงนี้ ผมภูมิใจพอๆกับที่สอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศได้เป็นอันดับที่ 3 เลย เพราะเป็นงานแรก ก่อนเรียนจบทางสโมสรได้ติดต่อให้เข้าไปคุย ให้ผมเป็นเหมือนแมวมองหานักเตะรุ่นใหม่ให้เขา ตอนนั้นดีใจมาก เรียกว่าทำให้ฟรียังเอาเลย เพราะผมชอบฟุตบอลมาก หน้าที่ของผมคือ หานักเตะเยาวชนรุ่นใหม่ ฝีเท้าดี ซึ่งไม่เฉพาะในประเทศแถบเอเชียเท่านั้นนะครับ เพื่อไปหาประสบการณ์ฝึกซ้อมที่สโมสร FC Basel ทำให้บางครั้งต้องเดินทางไปค้นหา หากเข้าตาเขา ก็อาจจะมีการเซ็นสัญญาเป็นนักเตะของสโมสร ส่วนในอนาคต ผมก็อยากเชื่อมโยงระหว่างสโมสรฟุตบอลในยุโรป ให้เขามาฝึกซ้อม หรือมาเตะที่เมืองไทย อยากให้ฟุตบอลไทยได้พัฒนาไปสู่ฟุตบอลโลก แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับฟุตบอลไทย แต่เวลาทำงานผมเต็มที่กับทุกงานที่ทำ อยากให้ออกมาดีที่สุดครับ”

นับเป็นหนุ่มที่มีความตั้งใจเกินร้อยในทุกเรื่องจริงๆ.