โดยงานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว นอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าคอลเล็กชั่น “ช้างสำริด” แล้ว ยังได้ชมนิทรรศการ "ภูมิปัญญาไทยในหัตถกรรมโลหะ" ด้วย

เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยให้คนเมืองได้เรียนรู้และภาคภูมิใจ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้จัดนิทรรศการหมุนเวียน ครั้งที่ 6 ขึ้นในเรื่อง "ภูมิปัญญาไทยในหัตถกรรมโลหะ" โดยร่วมกับภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นำเสนอเรื่องงานหัตถกรรมโลหะของไทย ที่สะท้อนภูมิปัญญาไทยในด้านเทคโนโลยีการใช้ไฟ เพื่อสร้างสรรค์วัตถุทางวัฒนธรรมตั้งแต่อดีตกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
ศ.คุณหญิงสุชาดา
ในการจัดนิทรรศการหมุนเวียนนี้ ศาสตราจารย์ คุณหญิงสุชาดา กีระนันท์ ประธานคณะทำงานดำเนินงานร้านภูฟ้า ได้เกริ่นว่า ร้านภูฟ้าผสมผสานได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 2 แล้ว การจัดทำนิทรรศการหมุนเวียนนี้มาจากพระดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงตระหนักว่าภูมิปัญญาไทยมีมากมาย คนไทยและเด็กไทยน่าจะมีโอกาสได้ชื่นชม จึงทรงมีพระดำริให้จัดนิทรรศการขึ้นในศูนย์การ ค้า เพื่อให้คนไทยสะดวกในการเข้าชม จึงเป็นที่มาของร้านภูฟ้าผสมผสาน ส่วนร้านภูฟ้านั้นจะดำเนินกิจการครบ 8 ปีแล้วในเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 สาขา อยู่ในกรุงเทพฯ 8 แห่ง ในต่างจังหวัด 2 แห่งได้แก่ ภูเก็ตและหัวหิน ตลอดที่ผ่านมารายได้จากร้านภูฟ้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานช่วยเหลือเด็กในถิ่นทุรกันดารเป็นเงินถึง 63 ล้านบาทแล้ว
สำหรับนิทรรศการ "ภูมิปัญญาไทยในหัตถกรรมโลหะ" นี้ ได้นำเสนอหัวข้อน่าสนใจต่างๆ เช่น ความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น, ประวัติย่อของการโลหะกรรมสมัยโบราณในประเทศไทย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์, ยุคประวัติศาสตร์ รวมไปถึงการทำโลหะด้วยกรรมวิธีโบราณในประเทศไทยสมัยปัจจุบัน และแหล่งโบราณคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโลหะในสมัยโบราณของไทย โดยนิทรรศการนี้จะจัดไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ที่ชั้น 4 สยามพารากอน
ภายในงานยังจะได้ชื่นชมและซื้อสินค้าคอลเลกชั่น "ช้างสำริด" ที่จำลองจากภาพวาดลายเส้นฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนฯ ในโอกาสพิเศษต่างๆ ได้แก่ ช้างชูดอกไม้ ที่ทรงวาด เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2525, ช้างตาโต ทรงวาดเพื่อความเพลิดเพลิน, ช้างเป่าทรัมเป็ต ที่ทรงวาดขึ้นเพื่อใช้เป็นลายปักเดินเส้นบนกระเป๋าสำหรับใส่แผ่นโน้ตดนตรี ที่ทรงทำขึ้นด้วยพระองค์เองและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธ.ค. 2530 โดยรูปช้างเป่าทรัมเป็ตนี้ หมายถึงพระองค์เอง ที่ทรงเรียนเป่าทรัมเป็ตจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และโปรดการเขียนรูปช้าง จึงทรงวาดภาพนี้เป็นสัญลักษณ์ของพระองค์เอง และสุดท้ายเป็น ช้างเรือช้าง ที่ทรงเขียนขึ้นเพื่อความเพลิดเพลิน ต่อมานาวาเอกสำเภา พลธร ผู้บังคับการเรือ "ช้าง" ได้กราบทูลขอพระราชทานอัญเชิญไปไว้ที่เรือ "ช้าง".
...