ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองทำหน้าที่เป็นประตูบานใหญ่เปิดสู่ประเทศไทยมาเกือบร้อยปี โดยให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2457 ไม่ว่าพระราชวงศ์ ผู้นำระดับโลก ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดัง นักกีฬา หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ต่างก็เคยมาเยี่ยมเยือนแล้วทั้งสิ้น น่าเสียดายที่สนามบินดอนเมืองต้องถูกทิ้งให้ว่างเปล่าอยู่หลายปี หลังจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ในฐานะท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานดอนเมืองกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้ง ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ภายใต้การนำของ “ภาระณี วรรธโนทัย” ผู้อำนวยการหญิง คนแรกในประวัติศาสตร์ของท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ซึ่งได้รับความไว้วางใจเต็มร้อยให้เข้ามาปัดกวาดทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เพื่อปลุกชีพสนามบินดอนเมือง โดยตั้งเป้าว่าจะดึงดูดผู้โดยสารมาใช้บริการไม่ต่ำกว่าปีละ 30 ล้านคน
...
สาหัสไหมคะ กว่าจะฝ่าด่านมาเป็นผู้อำนวย การหญิงคนแรกของท่าอากาศยานดอนเมือง
ก็ผ่านการคัดสรรมาตามกระบวนการนะคะ ผู้ใหญ่คงเห็นว่าเราเป็นคนลุยและทำงานจริงจัง เข้ามาทำงานที่ท่าอากาศยานไทยตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี เมื่อปี 2526 กระทั่งปีนี้อายุ 54 ปีแล้ว สมัยนั้นยังเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม ใช้ชื่อว่า การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท. ต่อมาเมื่อปี 2545 ได้มีการแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน ภายใต้นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจไทย ซึ่งก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้ดูแลเรื่องนี้ เรียกว่าเราเป็นลูกหม้อของ ทอท.โดยตรง เติบโตมาในสายประชาสัมพันธ์ และไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนจะมานั่งเก้าอี้รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (สายอำนวยการ) และเป็นที่ปรึกษา 10 ตอนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ก็รับผิดชอบดูแลเรื่องการป้องกันน้ำท่วมสนามบินดอนเมืองอย่างเต็มที่ ถือเป็นผู้หญิงและพลเรือนคนแรกที่ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง ตั้งแต่เปิดให้บริการมา 98 ปี ก็รู้สึกภูมิใจมาก
ในยุคของ “ผอ.ภาระณี” สนามบินดอน เมืองจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปแค่ไหน
อยากให้สนามบินดอนเมืองพลิกฟื้นกลับมาคึกคักเหมือนในอดีต และเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในปี 2557 อย่างสง่างามที่สุด ในฐานะท่าอากาศยานนานาชาติ เตรียมพร้อมรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 เพื่อช่วยแบ่งเบาผู้โดยสารจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยภารกิจเร่งด่วนคือ จะต้องเร่งปรับปรุงอาคาร 1 ซึ่งเคยเป็นอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ให้กลับมามีชีวิตชีวารวดเร็วที่สุด เหมือนยกสุวรรณภูมิกลับมาดอนเมือง เพื่อดึงดูดผู้โดยสารให้มาใช้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยอาคารนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 16.5 ล้านคน ส่วนอาคาร 2 ก็รองรับผู้โดยสารได้ 9 ล้านคน ถ้าปรับปรุงแล้วเสร็จก็น่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการมากถึงปีละ 25.5 ล้านคน ขณะที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 8.5 ล้านคน ตอนนี้ สายการบินโลว์คอสต์เกือบทุกแห่งได้ย้ายมาทำการบินที่สนามบินดอนเมืองแทนสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว นำโดยสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งสมัครใจย้ายฐานมาอยู่ที่สนามบินดอนเมืองทั้งหมด พร้อมให้บริการทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ตามมาด้วยสายการบินนกแอร์, นกมินิ, โอเรียนท์ไทย และโซล่าร์แอร์
หนักใจไหมคะที่ต้องรับภาระหนักอึ้งขนาดนี้
เรามีโอกาส และได้รับความไว้วางใจ ก็ต้องทำให้เต็มที่ เป้าหมายสำคัญที่สุดก็คือ การฟื้นฟูดอนเมืองให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ต้องให้บริการที่รวดเร็ว ทั้งด่านศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บริการการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งเทคโนโลยีการสื่อสาร และความปลอดภัย มั่นใจว่าเรามีทุกอย่างครบเหมือนสุวรรณภูมิ
เป็นผู้บริหารแนวไหน หนักทางบุ๋นหรือบู๊
เป็นคนจริงจังเรื่องงาน แต่ขณะเดียวกันก็ให้โอกาสลูกน้องทุกคน และเชื่อมั่นในเรื่องการทำงาน เป็นทีม มากกว่าการฉายเดี่ยว ซึ่งไม่ก่อให้เกิดพลัง!! ลูกน้องทุกคนต้องทำงานด้วยใจและความทุ่มเท เวลาประชุมกันจะชอบให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นของตัวเอง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ถ้าเกิดปัญหาก็ต้องเด็ดขาด เพราะเราเป็นผู้นำ ทุกวันนี้ มีพนักงานในสังกัดประมาณ 1,500 คน ที่ผ่านมาสนามบินดอนเมืองอาจบริหารในแนวกึ่งราชการ แต่เมื่อถึงยุคของเราก็พยายามคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อให้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น ต้องมุ่งไปข้างหน้าให้ถึงเป้าหมาย และชัดเจนในจุดยืน ห้ามวอกแวก
หลักการครองใจคน
จะบอกทุกคนเสมอว่า ความสำเร็จมาจากคนทุกคน ไม่ใช่ใครคนเดียว และเชื่อมั่นว่า ถ้าเราให้ใจเค้า เค้าก็ให้ใจเรา ทำอะไรต้องซื่อสัตย์ โปร่งใส และจริงใจ ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคน แม้แต่พนักงานตัวเล็กๆ
อุปสรรคใหญ่ในการพลิกฟื้นสนามบินดอนเมืองอยู่ตรงไหน
ต้องสะสางทุกอย่างใหม่หมดเลย!! เพราะสนามบินดอนเมืองถูกปล่อยทิ้งไว้เปล่าๆหลายปี พื้นที่ทั้งหมดเกือบ 4 พันไร่ ก็ต้องค่อยๆ ปรับปรุงและพัฒนาไปทีละโซน ที่ผ่านมาต้องแบกภาระขาดทุนปีละ 500 ล้านบาท เพราะแทบไม่มีรายได้จากกิจกรรมด้านพาณิชย์ พนักงานก็เหลือน้อยเต็มที สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจ ต้องทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และรักสนามบินดอนเมือง อยากช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อปัดกวาดให้บ้านของเราสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้น ถือเป็นงานที่ท้าทายมาก ต้องมีศรัทธา และถ้าคิดดี ทำดี ก็จะสำเร็จ
...
ส่วนไหนคือภารกิจด่วนที่ต้องเร่งปรับปรุง?!
พอเข้ามารับตำแหน่งต้องทำเรื่องระบบป้องกันน้ำท่วมเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยการปรับปรุงระบบต่างๆด้านวิศวกรรม ซึ่งเสียหายไปเยอะ เพราะระบบทุกอย่างฝังไว้ใต้ดิน พอเจอน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้วก็เสียหายเกือบหมด ส่วนรันเวย์ยังแข็งแรงดีอยู่ เพราะโครงสร้างแน่นมาก อีกจุดที่ลำบากและต้องรีบเคลียร์ก็คือ ภาพลักษณ์ของสนามบิน ต้องเร่งจัดการปรับปรุงในส่วนของหน้าตาอาคารผู้โดยสาร การโอเปอเรชั่นต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการเรื่องรถแท็กซี่
ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เคยถูกลองของจากเจ้าถิ่นบ้างไหม
ก็มีบ้างที่สบประมาทว่า เราจะทำได้เหรอ เราเป็นผู้หญิงจะไหวเหรอ เพราะวงการนี้เป็นโลกของผู้ชาย แถมยังเป็นพลเรือนคนแรก ไม่ได้มาจากสายทหารเหมือนผู้อำนวยการคนก่อนๆ แต่เราก็ถือคติ ถ้าไม่รู้ก็ต้องถาม และอ่อนน้อมถ่อมตนไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องโอเปอเรชั่น และการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดของสนามบิน
อะไรคือจุดขายของสนามบินดอนเมืองยุคใหม่
การเดินทางสะดวกกว่าสุวรรณภูมิมาก เพราะอยู่ริมถนนวิภาวดี รังสิต สามารถ เข้าถึงได้ง่าย เป็นที่คุ้นเคยของคนไทยและนักท่องเที่ยว สิ่งที่พยายามทำอยู่ก็คือ การปรับ ปรุงภาพลักษณ์สนามบินดอน เมืองใหม่ทั้งหมด ทั้งในส่วนของอาคารผู้โดยสาร, รันเวย์ และร้านค้าต่างๆ ให้สบายตาสบายใจ โดยคิงเพาเวอร์ฯได้นำสินค้ามาให้เลือกช็อปจุใจไม่แพ้สนามบินสุวรรณภูมิ เรายังมีร้านอาหารให้เลือกชิมถึง 90 ร้าน รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิ ซึ่งเปิดให้บริการในสนามบินครั้งแรก โดยอาหารทุกร้านจะควบคุมราคาไม่ให้เกิน 15% ของราคาปกติ อันนี้ถือเป็นนโยบาย ขณะเดียวกัน ทางเดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็มาเปิดช็อปปิ้งมอลล์ในสนามบินดอนเมืองด้วย ซึ่งน่าจะทำให้บรรยากาศคึกคักมาก
...
หายเหนื่อยหรือยังคะ หลังจากลุยงานหนักมาหลายเดือนเพื่อเปิดสนามบินดอนเมืองเต็มรูปแบบ
(ยิ้มกว้าง) ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจนะคะ เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา ผู้โดยสารที่มาใช้บริการสนามบินดอนเมืองเพิ่มขึ้นจาก 13,000 คน ในช่วงซบเซา เป็น 40,000 กว่าคน และเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจาก 100 กว่าเที่ยวบิน เป็น 281 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 198 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 83 เที่ยวบิน อันที่จริงแล้ว เรามีขีดความสามารถมากพอที่จะรองรับผู้โดยสารถึงปีละ 30 ล้านคน และถ้าปริมาณผู้โดยสารเติบโตต่อเนื่องจนเต็มขีดความสามารถในการรองรับของอาคารผู้โดยสาร 1 ก็ยังมีอาคารผู้โดยสาร 2 และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศเดิมไว้รองรับ จนถึงขณะนี้ เรามั่นใจในความพร้อมเต็มที่ที่จะให้บริการผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกตามมาตรฐานสากล เริ่มตั้งแต่การเช็กอิน จุดตรวจคนเข้าเมือง จนถึงประตูขึ้นเครื่องบิน ใช้ระยะเวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้า เริ่มตั้งแต่ลงเครื่องบิน จุดตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า จนถึงเดินทางออกจากท่าอากาศยาน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่เตรียมพร้อมไว้ให้บริการ ได้แก่ เคาน์เตอร์เช็กอิน จำนวน 124 จุด จุดตรวจคนเข้าเมือง แบ่งเป็นผู้โดยสารขาออก 34 ช่อง ผู้โดยสารขาเข้า 26 ช่อง มีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรองรับไว้ถึง 303 นาย จากเดิม 49 นาย มีเครื่องเอกซเรย์ 4 เครื่อง สายพานลำเลียงกระเป๋า 3 จุด จุดจอดอากาศยานที่เชื่อมต่อกับประตูทางออกอาคารผู้โดยสาร 1 รวม 35 หลุมจอด และจุดจอดอากาศยานไม่เชื่อมต่อประตูทางออก รวม 66 หลุมจอด เชื่อมั่นนะคะว่า สนามบินดอนเมืองจะกลับมาเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ครองใจคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อีกครั้ง.
...
ทีมข่าวหน้าสตรี