เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลย สำหรับ คริสเตียนโจฮัน จาดประดิษฐ (คอสเนอร์) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “นอร์เบิร์ต คอสเนอร์” เชฟชื่อดังแห่งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่กำลังจะวัดรอยเท้าผู้เป็นพ่อ ด้วยการเป็นเชฟตามที่ได้ค้นพบ และกำลังจะเปิดร้านอาหารของตัวเองตามที่ฝันอีกด้วย

เส้นทางชีวิตของหนุ่มคนนี้ ไม่ได้เริ่มต้นที่จะมาจับมีดจับกระทะอย่างตั้งใจ คริสเตียนโจฮัน หรือ โอ๊ค ชื่อไทยที่คนคุ้นเคยเรียกขาน เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) ทีแรกตั้งใจทำงานตามที่เรียน โดยได้ไปฝึกงานที่บริษัทโอบายาชิ จำกัด ในตำแหน่งโฟร์แมน ดูไซต์งานที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ทำงานในหน้าที่ประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งสนุกสนานดี แต่พอต้องเข้าไปทำงานในออฟฟิศกลับไม่รู้สึกชอบเท่าไหร่ และรู้ตัวว่าไม่ใช่เป็นหนุ่มออฟฟิศแน่นอน เลยปรึกษาคุณพ่อว่า จะเอาอย่างไรดีกับชีวิต เพราะตอนแรกตั้งใจว่า จะไปเรียนต่อด้านโยธา ที่ประเทศออสเตรเลีย พอเริ่มรู้ใจตัวเองว่าไม่ชอบเส้นทางนี้ จึงตัดสินใจไม่ไปดีกว่า คุณพ่อเลยส่งไปฝึกงานกับเพื่อน ที่ห้องอาหาร Zanotti ที่ศาลาแดง ให้ลองเข้าไปทำงานในครัวแทน

“ตอนนั้นคุณพ่ออยากให้ไปลองดูว่า จะชอบไหม ผมไปทำงานทุกอย่างในครัวอยู่ประมาณ 2 เดือน ก็ได้รู้ใจตัวเองแล้วว่า รู้สึกชอบ คุณพ่อเลยส่งไปฝึกงานในครัวต่อ ในตำแหน่ง Commis ที่ Mosimann ซึ่งเป็น private Club ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผมทำอยู่ที่นั่นกว่า 10 เดือน อยู่ที่ห้องเย็น 8 เดือน อยู่ที่ครัวร้อน 2 เดือน จากนั้นก็คอยช่วยงานหัวหน้ากุ๊ก แล้วได้เข้ามาทำงานที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ลอนดอน ในตำแหน่ง Commis ซึ่งทำอยู่ 2 ปีก็ได้โปรโมตขึ้นเป็น  Chef  de  Partie ดูแลรับผิดชอบครัวร้อน ทำหน้าที่นี้ได้ปีกว่า ก็ย้ายไปทำงานกับเพื่อนคุณพ่อที่โรงแรม Posalpina ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศอิตาลี ใกล้ๆบ้านเกิดของคุณพ่อครับ”

หลังจากค้นหาตัวตนจนเจอแล้ว โอ๊ค เดินหน้าทำงานหาประสบการณ์ตามร้านอาหารดังในประเทศอิตาลี ทั้งเมืองนาโปลี และฟลอเรนซ์ พอถึงช่วงเวลาพักร้อนได้กลับมาเมืองไทย ได้มีโอกาสคุยกับคุณพ่อถึงความฝันที่อยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง  แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น คุณพ่ออยากให้มีความรู้หลายๆด้าน รวมถึงให้รู้เกี่ยวกับครัวในสไตล์ฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นด้วย เลยให้ไปฝึกงานที่ La villa Archange ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นก็ได้กลับมาร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิท เปิดร้านชื่อ Johann Bistro โดยใช้ชื่อกลางของตนเองมาตั้งชื่อร้าน ซึ่งกำลังก่อสร้างที่ซอยทองหล่อ 5 คาดว่าจะเสร็จในกลางเดือนตุลาคมนี้

“ผมอยากมีร้านของตัวเอง เพราะอยากดูแลลูกค้าได้มากกว่า โดยคอนเซปต์ของร้านจะเป็นแนวครัวเปิด จะมีมุมซุปเปอร์มาร์เกตเล็กๆ อยู่ในร้าน สำหรับให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าไปปรุงอาหารเองที่บ้าน ส่วนอาหารจะเป็นแนวอาหารยุโรป-เอเชีย โดยผมจะนำประสบการณ์กว่า 7 ปีในครัวยุโรป มาผสมผสานกับความเป็นไทยของตัวเอง สร้างสรรค์เมนูอาหารในแต่ละจานให้ดีที่สุด  คุณพ่อสอนเสมอว่า อยากเป็นเชฟที่ดี ต้องขยัน รับฟังความคิดเห็นของทุกคน อย่ายึดว่าตัวเองเก่ง เพราะการคิดคนเดียว อย่างไรก็ตันอยู่ดี ที่สำคัญต้องทำอาหารที่ลูกค้าชอบ ไม่ใช่อาหารที่เราชอบ” .....สอนมาดีเช่นนี้ คงก้าวขึ้นมาเป็นเชฟแถวหน้าของวงการ เฉกเช่นผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน!

...