การเดินทางเพื่อสัมผัสกับความรื่นรมย์ของอดีต และงดงามในความรู้สึกของผู้คนในปัจจุบัน ผ่านงานสถาปัตยกรรมย้อนสมัยที่ยังคงความงดงาม และงานศิลปะชั้นสูงอันประณีตและวิจิตรบรรจง ซึ่งเป็นผลงานการรังสรรค์ของช่างฝีมือคนไทย คือมรดกทางด้านศิลปะที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่หลายคนมองข้าม
ธนาคารกสิกรไทย ร่วมมือกับ “บีเอ็มดับเบิลยู เยอรมัน ออโต้” จัดกิจกรรม “Royal Journeys with the BMW 7 Series and THE WISDOM” เพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า และงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของประเทศไทย โดยได้เข้าชมความงดงามของ วังลดาวัลย์ซึ่งได้รับการพัฒนาเชิงอนุรักษ์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็น “อนุสรณ์แห่งรัชสมัย” และต้นแบบในการบูรณะอาคารอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้เข้าชมพระที่นั่งอนันตสมาคม รวมถึง ความวิจิตรบรรจงของงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูงของนิทรรศการ “ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 5” โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มาถ่ายทอดความรู้และ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพระราชวังในประเทศไทย และงานวิจิตรศิลป์ที่ทรงคุณค่า
...
อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ เล่าว่า การได้เดินทางชมสถาปัตยกรรมและวิจิตรศิลป์ทั้งวังลดาวัลย์ พระที่นั่ง อนันตสมาคม และนิทรรศการศิลป์แผ่นดิน เป็นเสมือนสะพานเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต และทรงคุณค่า ทำให้เราได้ทราบเรื่องราวในอดีตที่เป็นพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในการถ่ายทอดและอนุรักษ์ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ให้พวกเราชาวไทยได้ภาคภูมิใจกับมรดกศิลป์ของประเทศไทย
วังลดาวัลย์ หรือวังแดง สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ ออกแบบโดยนายยี บรูโน นายช่างชาวอิตาเลียน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ทาสีเหลือง ตั้งอยู่โดดเด่นกลางสนามหญ้าเขียวขจี มีความสูงโดยทั่วไป 2 ชั้น มีมุขระเบียงทางเข้าด้านหน้า และหอคอยสูง 4 ชั้น สร้างขึ้นด้วยรูปแบบที่สง่างามตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก โดยมีรายละเอียดคล้ายกับอาคารในยุโรปยุควิกตอเรีย (พ.ศ. 2373-2444) และวิลล่าแบบอิตาเลียน
จากแรกสร้างถึงปัจจุบัน วังลดาวัลย์มีอายุ 105 ปี นอกจากการเป็นอาคารอำนวยการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แล้ว วังลดาวัลย์ยังเป็นที่ตั้งของ “ห้องสมุดมั่นพัฒนา” ซึ่งเป็นคลังความรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
นอกจากนี้ อาจารย์เผ่าทอง ยังเล่าเพิ่มเติมว่า สมัยพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระราชโอรสและพระบรมวงศานุวงศ์เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนต่างประเทศ เพื่อให้มีโอกาสเรียนรู้ศิลปวิทยาการใหม่ เพื่อนำมาใช้พัฒนาบ้านเมือง เมื่อพระราชโอรสสำเร็จการศึกษา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังพระราชทานเป็นที่ประทับ ในสมัยนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างวังมากที่สุดยุคหนึ่ง ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “วังแดง” เพราะกำแพงวังทาสีแดงมาตั้งแต่แรกเริ่ม และจากการที่ท่านเจ้าของวังทรงชื่นชอบศิลปะการแสดง โดยเฉพาะดนตรีไทยเป็นพิเศษ ทำให้วังลดาวัลย์แห่งนี้ได้เป็นต้นกำเนิด “วงลดาวัลย์” หรือ “ปี่พาทย์ วังแดง” ที่มีชื่อเสียงด้านการบรรเลงมโหรี ปี่พาทย์ประจำยุคสมัยนั้นอีกด้วย จนมีคำกล่าวขวัญกันว่า 'เสียงเลื่อน เสียงขับ มิเคยจางหายไปจากวังลดาวัลย์’
ต่อมาที่ความวิจิตรตระการตาสไตล์อิตาเลียนในสมัยเรอเนสซองซ์ของ "พระที่นั่งอนันตสมาคม" เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมชั้นเลิศที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อสร้างพระที่นั่งองค์นี้ขึ้นในพื้นที่ของพระราชวังดุสิต เมื่อ พ.ศ. 2450 ปัจจุบัน พระที่นั่งอนันตสมาคม นอกจากจะใช้เป็นที่เสด็จออกมหาสมาคมแล้ว ยังใช้เป็นสถานที่เปิดประชุมของรัฐสภา เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธี และรัฐพิธีต่างๆ
...
ปัจจุบันภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม มีการจัดแสดงนิทรรศการ “ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 5” นำผลงานช่างชั้นสูงจากฝีมือชาวบ้านที่อยู่ในโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเกิดจากพระเมตตาและพระวิริยอุตสาหะของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เช่น บุษบกห้ายอดไม้แกะสลัก พระที่นั่งพุดตานถมทอง พระที่นั่งพุดตานคร่ำทอง วอสีวิกากาญจน์ เรือพระที่นั่งจำลองศรีสุพรรณหงส์ ฉากผ้าปักป่าหิมพานต์ ฉากไม้แกะสลักตำนานนพรัตน์ ภาพเขียนสุเรนทรจรจักรวาฬ โคมระย้าแต่งปีกแมลงทับ แผ่นลิเภาสานลายผ้าโบราณ โต๊ะพระราชทานเลี้ยง ฯลฯ
อาจารย์เผ่าทอง เล่าว่า “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงทอดพระเนตรผลงานแต่ละชิ้นอย่างละเอียด โดยเฉพาะฉากปัก “หิมพานต์” ซึ่งปักจากไหมน้อย หักดิ้น แล่งเงิน-ทอง สอดไส้ไหมสีเลื่อมเงินทอง และลูกปัด ลูกแก้วนานาสีแบบโบราณวิธี โดยปักหนุนตัวภาพอย่างที่นิยมกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชิ้นงานที่นำมาแสดงทั้งหมดนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ท่านให้เก็บไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักและเกิดความภาคภูมิใจในงานหัตถศิลป์ ระดับ มรดกศิลป์ของชาติที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 9 และตกทอดเป็นสมบัติของชาติให้คนรุ่นหลังต่อไป”
การเดินทางสัมผัสกับมรดกศิลป์ในครั้งนี้ จึงเป็นความรื่นรมย์ที่งดงามในความรู้สึกและเป็นความภาคภูมิใจกับการรังสรรค์อันวิจิตรของเอกลักษณ์ไทย.
...