พลเรือตรีหญิงสุรัชฎา ชลออยู่ หัวหน้าสำนักงานทหารเรือหญิง (ที่ 2 จากซ้าย) ต้อนรับวิทยากร กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช และ สารี อ๋องสมหวัง.
สำนักงานทหารเรือหญิง จัดงานประชุมประจำปี 2555 นำเสนอนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และนิทรรศการพระกรณียกิจ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงงานในฐานะนักกฎหมาย รวมทั้งนิทรรศการทหารเรือหญิง โดยได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานที่หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อเร็วๆนี้
ในงาน พลเรือตรีหญิงสุรัชฎา ชลออยู่ หัวหน้าสำนักงานทหารเรือหญิง กล่าวว่า กองทัพเรือได้จัดตั้ง สำนักงานทหารเรือหญิง เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2537 เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการทหารเรือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลความประพฤติและการปฏิบัติตัวของทหารหญิงให้อยู่ในมาตรฐานที่สมควร ป้องกันและกำจัดความเสื่อมเสียและพร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์และคุณค่าของทหารเรือหญิง ทั้งนี้ ได้จัดการประชุมเพื่อให้ข้าราชการหญิง ลูกจ้าง และพนักงานราชการหญิง จากหน่วยต่างๆในกองทัพเรือ ได้มีโอกาสมาประชุมและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำทุกปี
ในงานยังได้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “ผู้หญิงไทยก้าวไกลด้วยศักยภาพ” โดยผู้หญิงเก่งอย่าง กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ผู้บริหารโตชิบา ได้กล่าวว่า ทำธุรกิจประสบความสำเร็จทุกวันนี้ต่างมาจากคุณพ่อและคุณแม่ที่สั่งสอนมา โดยคุณแม่ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ มักจะบอกเสมอว่า คนเราเกิดมามีหน้าที่ เรามีวันนี้เพราะมีคนอื่นเขาทำส่งต่อให้เรา วันนี้เราจะอยู่เพื่อตัวคนเดียวไม่ได้ จึงคิดเสมอว่า หน้าที่พลเมืองของเราคือ การนำสิ่งที่ดีสู่สังคม สู่ลูกหลาน ไม่ต้องรอให้ใครบอก หรือให้ใครสอน การสร้างคนเป็นสิ่งที่เราต้องทำ คนคืออนาคตของประเทศ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามีเงินเท่าไหร่ ซึ่งการสร้างคนต้องมาจากการสร้างใจ คนโตชิบาไม่เชื่อเรื่องฮีโร่ เราเชื่อเรื่องใจสู้ มีใจศรัทธา เชื่อในตัวเอง เชื่อในทีมงาน แล้วงานจะออกมาดีเอง ส่วนคุณพ่อ-ดร.กร จะสอนและเป็นแบบอย่างให้เห็น ท่านได้เขียนติดเอาไว้ในโรงงานถึงความพากเพียร ความซื่อสัตย์ และความประหยัดคุณพ่อเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่มีความพยายาม ท่านไม่เชื่อเรื่องคนเก่ง แต่เชื่อเรื่องใจสู้ และความสามารถของตนเองที่เอาออกมา
อีกหนึ่งผู้หญิงเก่ง สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิผู้บริโภค กล่าวว่า การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนได้มาจากแม่ ซึ่งที่บ้านมีสวนยางพารา และมีคนงานเป็นพม่าเยอะ ตั้งแต่เล็กๆ จะเห็นว่าสวนของที่บ้าน แม่จะให้เงินค่าจ้างคนงานอย่างเท่าเทียมกับลูกจ้างไทย ซึ่งที่อื่นจะกดค่าจ้างแรงงานต่างด้าว พอไปถาม แม่ก็บอกว่า “พม่าก็เป็นคน” เป็นการจุดประกายให้เราเป็นนักสู้มาตลอด การทำงานด้านนี้อยากให้ทุกคนคิดว่า สิทธิเป็นสิ่งที่เราต้องหวงแหน เราต้องเคารพสิทธิตนเอง สิทธิของคนอื่น และสิทธิของสังคม อย่าคิดว่าเราเป็นคนธรรมดา เป็นจุดเล็กๆ แล้วจะทำอะไรไม่ได้ หลายเรื่องที่สะเทือนสังคมได้เกิดจากคนเล็กๆ.
...