ร้าน Chu Chocolate Bar & Cafe ร้านดังครองใจสาวๆ น้อยใหญ่ เพราะนอกจากอาหารที่อร่อยติดลิ้นแล้ว เชฟสุดหล่อ 'เต้ย-จิรยุว์ ณ ระนอง' ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้กำกับ แต่สุดท้ายชีวิตกลับผกผันให้หันมาจับกระทะแทน
เม้าท์ตัวเองก่อนเริ่ม
“เดิมทีในชีวิตไม่เคยมีแพลนว่าจะทำร้านอาหารเลย แต่เป็นคนที่ทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ ภาพในความทรงจำเป็นภาพคุณยายทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน ส่วนผมก็ขลุกอยู่ในครัวคอยดูคุณยาย พอโตขึ้นก็ช่วยหยิบจับทำโน่นนี่บ้าง เรียกว่าเอาตัวรอดได้ ไม่อดตาย จำได้แม่นเลยว่าสมัย 6-7 ขวบ ผมแอบเข้าไปในครัวคนเดียวด้วยความหิวและอยากกินข้าวไข่เจียว จึงจัดการเปิดเตาเจียวไข่ด้วยตัวเอง ย้อนกลับไปนึกดูถึงรู้ว่าอันตรายเหมือนกัน เด็กขนาดนั้นไม่ควรอยู่ใกล้ไฟ น้องๆ เด็กๆ อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะครับ (หัวเราะ)"
ชีวิตวัยเรียน
“ผมเลือกเรียนปริญญาตรีด้านนิเทศศาสตร์ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ด้วยความฝันจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์กับเขาบ้าง ส่วนการทำอาหารนั้นเป็นเหมือนทักษะติดตัวที่ไม่เคยมองว่าวันหนึ่งจะกลายมาเป็นอาชีพได้ กระทั่งเรียนจบกลับมาเมืองไทย จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยได้เข้าใกล้การเป็นผู้กำกับเลย เพราะผมเริ่มต้นการทำงานด้วยการเป็นนักเขียน เขียนรีวิวร้านอาหารให้นิตยสารภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง จากนั้นก็ย้ายมาทำแนวท่องเที่ยว การได้เดินทางไปพบเจอและชิมอาหารต่างๆ นี่ละครับที่ช่วยให้ความรักการทำอาหารของผมแจ่มชัดขึ้น จนตัดสินใจเปิดร้านนี้เมื่อประมาณปลายปี 2553 ที่ผ่านมา"
...
เริ่มชอบอาหาร
“แม้การทำอาหารจะเป็นเรื่องไม่เกินความสามารถ เพราะผมทำอาหารเองตั้งแต่เด็กๆ แต่การทำร้านอาหารนี่เป็นคนละเรื่องเลยครับ ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานโชคดีที่ทำร้านในแบบที่ตัวเองชอบ เป็นสไตล์ร้านในเมลเบิร์นที่คุ้นเคยด้วย ชื่อร้านก็มาจากขนมสุดโปรด นั่นคือ 'ชูร์โรส' หรือปาท่องโก๋แบบสเปนที่กินคู่กับช็อกโกแลต แต่ไปๆ มาๆ ชูร์โรสกลับไม่ใช่พระเอก กลายเป็นเมนูบรั๊นช์ที่เรียกคะแนนนิยมจากลูกค้าได้มากกว่า โดยเฉพาะชาวต่างชาติขาประจำ จริงๆ ที่ร้านมีทั้งของหวานและของคาวนะครับ เมนูทั้งหมดในร้านเป็นของที่ผมชอบกิน ปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบชั้นดีแบบที่ทำกินเอง อยากให้เป็นเหมือนเพื่อนทำให้เพื่อนกินน่ะครับ คุกกิ้งสไตล์ผมคือ ทำตามใจชอบ หลักๆ เน้นไปที่รสชาติ ความอร่อยต้องมาก่อนไม่ใช่แค่หน้าตาสวย เพราะอาหารสวยเหมาะเป็นมื้อพิเศษ ส่วนอาหารอร่อยต่างหากที่คนอยากจะมากินทุกวันครับ"
ขอโชว์ฝีมือ
“อาหารที่เลือกมาโชว์คราวนี้อยากให้เป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ ผมจึงเลือกไข่เจียวฝรั่งหรือฟริตตาต้า ใส่แซลมอนกับชีสและผักร็อกเกตลงไปด้วย ได้ประโยชน์ครบครัน เหมาะสำหรับทุกคนทุกวัย ยิ่งหนุ่มๆที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ เมนูอุดมโปรตีนจานนี้ก็เหมาะเลยครับ หรือหากใครอยากมาชิมที่ร้านเชิญได้ที่ชั้น 2 ตึก Exchange Tower แยกอโศกฯ เดินจากรถไฟฟ้าเข้าตึกได้เลยครับ ร้านเปิดทุกวัน ติดตามความเคลื่อนไหวของร้านได้ที่ www.facebook.com/chu.bkk นะครับ”
Egg White Frittata with Smoked Salmon and Mozzarella Cheese
ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
เตรียม 20 นาที ปรุง 15 นาที
ส่วนผสม Frittata
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
Caramelized Onion 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศราชินีผ่าครึ่ง 4 ลูก
ไข่ไก่ฟองใหญ่ (เฉพาะไข่ขาว) 3 ฟอง
ครีมสด 1 ช้อนชา
แซลมอนรมควันหั่นชิ้นพอคำ 70 กรัม
มอซซาเรลลาชีสขูด 25 กรัม
ผักร็อกเกต 2 หยิบมือ
เกลือและพริกไทยดำ อย่างละเล็กน้อย
...
วิธีทำ
1. เปิดเตาไฟกลาง ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกพอเริ่มร้อนใส่ Caramelized Onion และมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากันจนสุกหอม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
2. ผสมไข่ขาวกับครีมสด ตีให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทลงในกระทะ หรี่ไฟอ่อนขั้นตอนนี้ทำเหมือนการทอดไข่เจียว
3. เมื่อไข่ด้านบนเริ่มสุก ใส่แซลมอนลงไปตามด้วยชีสขูด แบ่งผักร็อกเกตใส่ลงไปครึ่งหนึ่ง
4. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 - 180 องศาเซลเซียสนำไข่ทั้งกระทะเข้าอบประมาณ 10 นาทีจนชีสเริ่มละลาย เมื่อสุกได้ที่นำออกจากเตา โรยผักร็อกเกตสดที่เหลืออีกครั้ง พร้อมเสิร์ฟรับประทานเปล่าๆ หรือจะแกล้มกับขนมปังก็ได้
ส่วนผสม Caramalized Onion
หอมหัวใหญ่หั่นเป็นเส้น 1 หัว
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชูหมักบัลซามิก 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่นํ้ามันมะกอกนำหอมหัวใหญ่ลงผัดจนใกล้สุก จากนั้นหรี่ไฟอ่อนๆ ใส่นํ้าตาลและบัลซามิกลงผัดให้เข้าเนื้อ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
...
ปกิณกะข้างครัวของเชฟ'เต้ย'
1. “ผมเป็นคนใจร้อน ไม่เรียบร้อย จึงชอบทำของคาวมากกว่าขนม ผมมองว่าการทำขนมเป็นเหมือนวิทยาศาสตร์ ส่วนการทำของคาวคล้ายกับศิลปะ อันแรกต้องชั่งตวงวัดชัดเป๊ะ ส่วนอันหลังพลิกแพลงได้ตามแต่ถนัด”
2. เดินทางมาเยอะ ชิมมาเยอะ แต่หนึ่งเดียวในใจที่ตั้งเป้าหมายว่าสักวันต้องไปกินให้ได้คือ “Sukiyabashi Jiro” ที่ย่านกินซ่า กรุงโตเกียว เป็นร้านซูชิอยู่ในชั้นใต้ดินของตึกออฟฟิศ ได้ 3 ดาวมิชลินด้วย ประทับใจจากภาพยนตร์สารคดีของร้าน ทำให้อยากไปเยือนสักครั้งก่อนที่ลุงเจ้าของร้านจะวางมือ
3. ชื่นชอบเชฟชาวอเมริกัน แอนโทนี บอร์เดน เป็นพิเศษ เพราะรู้สึกว่ามีมุมมองหลายอย่างคล้ายกัน ชอบสไตล์ดุเด็ดเผ็ดมันของเขา เป็นเชฟที่ไม่ดังมากแต่ทุกวันนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นอกจากฐานะเชฟ เขายังเป็นนักเขียนและพิธีกรรายการท่องเที่ยวด้วย หนังสือสไตล์แฉวงการอาหารที่โด่งดังมากของเขาคือ Medium Raw
...
4. มักหาข้อมูลทำอาหารจาก Breakfast Comforts โดย Rick Rodgers ที่รวบรวมเมนูดังจากร้านอาหารทั่วอเมริกา
ภาพ/ข้อมูล : Health & Cuisine