ลบคำว่ารักแท้แพ้ระยะทางออกจากพจนานุกรมไปได้เลย เมื่อมาเจอสูตรรักเหนือเมฆในสไตล์ “ก้อง–กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี” ทายาทราชครูรุ่นใหม่ วัย 35 ปี ที่อาศัยยุทธการค่อยๆแทรกซึมทีละน้อยต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาถึง 10 ปีเต็ม กระทั่งเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าสัวเนสกาแฟ “ณา–อุษณา มหากิจศิริ” แบบเนียนๆ...กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็ตกหลุมรักเข้าเต็มเปาแล้ว!!
คู่นี้โคจรมาปิ๊งกันได้อย่างไร ทั้งๆที่อยู่คนละแวดวง
ก้อง : ผมรู้จัก“น้องณา” เพราะเป็นเพื่อนกับพี่ชาย คือ “กึ้ง-เฉลิมชัย” ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมอุตสาหการ ที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 1999 ผมเล่นบาสเกตบอลกับ “กึ้ง” และชอบไปเล่นเกมเพลย์สเตชั่นที่บ้านเขา จู่ๆวันหนึ่งคนที่เดินมาเปิดประตูบ้านให้กลับกลายเป็นสาวน้อยหน้าเหมือน “กึ้ง” มาก ผมก็อึ้งไปเหมือนกัน ตอนนั้นในใจคิดว่าเด็กคนนี้น่ารักจังเลย อัธยาศัยดี ผมแอบปลื้มลึกๆ แต่ยังไม่คิดอะไร เพราะน้องยังเด็กมาก อายุห่างจากผม 3 ปี และผมก็มีคนที่คบอยู่แล้วด้วย
ณา : ช่วงนั้นกำลังเรียนอยู่ปีสองค่ะ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบินไปเยี่ยม “พี่กึ้ง” ที่บอสตัน ตอนเจอ “พี่ก้อง” ครั้งแรก ไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เพราะเรายังเด็กมาก เพิ่งอายุ 18 ปี และรู้จัก “พี่ก้อง” ในฐานะเพื่อนพี่ชาย ตอนที่ “ณา” ไปเรียนต่อปริญญาตรีด้านบริหารที่บอสตัน “พี่ก้อง” ก็ใกล้จะเรียนจบปริญญาโทด้านการเงิน และกำลังเตรียมตัวบินกลับเมืองไทย เลยแทบไม่มีโอกาสสนิทสนมกัน
ณา : (หัวเราะเขิน) ก็พอรู้บ้าง!! เพราะก่อน “พี่ก้อง”จะกลับเมืองไทย ก็มาบอกให้รู้บ้าง แต่ตอนนั้นโฟกัสเฉพาะเรื่องเรียน กลับมาเมืองไทยก็ยังเรียนต่อปริญญาโทด้านเอ็มบีเอ ที่ศศินฯ แล้วมาช่วยธุรกิจที่บ้าน ทำด้านอสังหาฯและคอนโดฯ
ก้อง : ก่อนบินกลับเมืองไทย ผมได้แจ้งความจำนงไว้นิดหนึ่ง บอกน้องว่า ผมถูกใจและสนใจ “น้องณา” (หัวเราะเขิน) ผมบอกเขาว่า พี่ต้องกลับเมืองไทยก่อนนะ แต่ขอให้เรายังติดต่อกันอยู่ได้ไหม สมัยนั้นยังไม่มีเฟซบุ๊ก ก็คุยกันทางอีเมล์ เรียกว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตเขาเลย จะพยายามติดต่อกับน้องตลอด เพราะผมอยากให้น้องรู้ว่า เราอยากอยู่ในชีวิตเขานะ!!
ใช้ข้ออ้างอะไรเข้าไปเจ๊าะแจ๊ะกับ“น้องณา”
ก้อง : ไม่ได้อ้างนะ แต่ทุกวันสำคัญๆในชีวิตผมจะนึกถึง “น้องณา” เป็นคนแรกเสมอ มันเป็นเองตามหัวใจ ผมจะส่งของขวัญให้ “น้องณา” ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด, วันวาเลนไทน์, วันรับปริญญา หรือกระทั่งวันตรุษจีน (หัวเราะ) วันเกิดของน้องทุกปี ผมจะตื่นตั้งแต่ตีห้ามาทำบุญใส่บาตรกับเขาตลอด คือไม่ได้คาดหวังมากนะ แต่ทำให้ด้วยใจมากกว่า
ณา : ก็มีบ้างค่ะ (ยิ้มอาย)
ก้อง : มีเยอะเลยครับ เพราะเขาเป็นคนสดใสน่ารัก โชคดีที่น้องโฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลักอะไรทำให้ใจอ่อนยอมเปลี่ยนสถานะจากพี่น้องเป็นคนรู้ใจ
ณา : ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปค่ะ เขาเป็นเหมือนเพื่อนมากกว่า เวลามีเรื่องสุขเรื่องทุกข์ เขาก็โทร.มาเล่า เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เพิ่งเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เราทั้งคู่เริ่มคุยกันมากขึ้น ให้โอกาสเรียนรู้กันมากขึ้น
ก้อง : คราวนี้เปลี่ยนจากการแทรกซึม มาเป็นแจ้งความจำนงอย่างเป็นทางการแล้วครับ (หัวเราะ) ทุกอย่างก็ใช้เวลา ค่อยๆรู้จักกันมากขึ้น
หลงเสน่ห์สาวน้อยเนสกาแฟเข้าเต็มเปาเลยสิคะ?!
ก้อง : น้องน่ารัก ยิ้มแล้วโลกสดใส คือถูกใจมากตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งทำให้ผมประทับใจในตัวน้อง เขาเป็นคนรักครอบครัวมาก มองโลกในแง่ดีเสมอ และขยันมากๆ ไม่เคยเห็นอยู่เฉย ว่างปุ๊บก็ต้องหาโปรเจกต์ใหม่ทำตลอด ที่สำคัญอยู่ใกล้ๆแล้วมีความสุข เพราะเขาหัวเราะง่ายมาก อารมณ์ดีตลอด และไม่เคยว่าร้ายใคร เป็นคนดี คิดบวก เวลาอยู่ด้วยแล้วทำให้ชีวิตมีแต่สิ่งดีๆเข้ามา
ณา : “พี่ก้อง” เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายมาก เคยดูแลเราดียังไง ก็ยังดูแลดีแบบนั้น ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เราผูกพันกันมายาวนาน ที่สำคัญ “พี่ก้อง” เป็นคนใจดี ใจเย็น มองโลกในแง่ดีมากๆ และมีความอดทนกับ “ณา” สูง!! คือ “ณา”
เป็นคนทำอะไรเร็ว ใจร้อน คิดเร็วทำเร็ว บางทีชอบทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน เขาจะคอยเตือนว่า ใจเย็นนะ ค่อยๆคิดหาทางออก ทุกปัญหาแก้ไขได้ เขามองเราในแง่บวกตลอด และให้แต่พลังบวก เวลามีปัญหาอะไรก็จะได้กำลังใจและแง่คิดดีๆจาก “พี่ก้อง”
เป็นน้องเล็กของบ้านทั้งคู่ เวลาทะเลาะกันใครง้อก่อน
ณา : “ณา” ไม่ขี้งอนนะคะ เพราะเขาตามใจตลอด ไม่ค่อยขัดใจ (หัวเราะ) เขาเป็นคนใจดีและใจเย็นอยู่แล้ว ให้นั่งรอกี่ชั่วโมงก็ไม่บ่น ชีวิต “ณา” ถือว่าโชคดีมาก มีคนซัพพอร์ตหลายชั้น ชีวิตไม่เครียดเท่าไหร่ มีแค่เรื่องงานนิดหน่อย
ก้อง : เราเป็นคู่สบายๆ ผมเป็นน้องคนเล็ก แต่เจอน้องเล็กกว่า จึงต้องถือคติว่า ทุกอย่างแก้ไขได้ ทำใจสบายๆเข้าไว้ คนเราคบกันต้องร่วมด้วยช่วยกัน มีอะไรก็คุยกันได้ ทุกเรื่องมีทางออกหมด ผมชอบแกล้งชอบแซวน้อง แหย่ให้น้องหัวเราะ เพราะอยากให้เขามีความสุข เมื่อน้องมีความสุข ผมก็แฮปปี้ด้วย
ณา : คุณพ่อคุณแม่ให้อิสระลูกๆได้เลือกในสิ่งที่ชอบ และไม่เคยบังคับ เพียงแต่เราเป็นลูกคนเล็ก พ่อแม่เลยเป็นห่วงมากหน่อย ท่านทั้งสองใจดีมาก ให้โอกาสลูกๆในการเลือกและใช้ชีวิต ไม่เคยบอกว่าต้องทำอะไร ต้องคบใคร หรือใช้ชีวิตยังไง จะคอยให้คำแนะนำห่างๆ สำหรับ “พี่ก้อง” คุ้นเคยกับครอบครัวเรามานาน และได้รับความเมตตาจากพ่อแม่
บ้านราชครูเห่อลูกสะใภ้คนใหม่ไหมคะ
ก้อง : ผู้ใหญ่พบเห็น “น้องณา” ก็เอ็นดูหมด เพราะเป็นเด็กดี มีสัมมาคารวะ เลยไม่มีอะไรต้องห่วง พ่อแม่ผมเอ็นดูเขาเหมือนลูกสาวครับ
ซีนที่ “พี่ก้อง” ขอแต่งงาน โรแมนติกขนาดไหน
ก้อง : (หัวเราะ) ไม่มีคุกเข่าหรืออะไรที่โรแมนติกครับ แค่บอกน้องว่า เราคบกันมาสักพักแล้วนะ น่าจะมองอนาคตด้วยกัน ผมเชื่อว่า คนเราจะรักกันได้ ต้องให้เกียรติและเข้าใจกันมากที่สุด แล้วทุกอย่างจะราบรื่น
ณา : ก็คิดว่าจังหวะชีวิตลงตัวแล้ว อยู่กับ “พี่ก้อง” สบายใจที่สุด ทุกอย่างในชีวิตดีมากๆค่ะ
หลังแต่งงานแล้ว “พี่ก้อง” จะเข้ามาช่วยธุรกิจบ้านเนสกาแฟไหมคะ
ณา : ก่อนแต่งเป็นยังไง หลังแต่งก็เป็นอย่างนั้น ชีวิตคงเหมือนเดิมทุกอย่าง “พี่ก้อง” ก็ทำงานที่ชอบต่อไป ส่วน “ณา” ยังคงช่วยงานที่บ้านเหมือนเดิม คุณพ่อคุณแม่ของ “ณา” เตรียมคอนโดฯไว้ให้เราสองคนแล้ว อยู่ในบริเวณเดียวกับครอบครัว เพราะอยากให้ลูกๆหลานๆทุกคนอยู่ใกล้ชิดกัน
ณา : คุณแม่ช่วยจัดการทุกอย่างให้หมดค่ะ โชคดีมาก เลยไม่ต้องกังวลอะไร
ก้อง : งานแต่งงานของเราจะเป็นธีมบอสตันครับ อยากย้อนไปฉากนั้น วันแรกที่เราเจอกัน เป็นอะไรที่ตราตรึงอยู่ในใจ
ณา : เขาจำได้หมดทุกรายละเอียดจริงๆ ตรงกันข้ามกับ “ณา” ที่จำไม่ค่อยเก่ง
แต่งงานแล้วจะไปฮันนีมูนที่ไหน และมีลูกเลยไหม
ก้อง : คงใช้ชีวิตคู่ให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยมีลูก!! ถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีลูกสองคนครับ จะได้เป็นเพื่อนกัน
ณา : ขอให้เวลากับเรื่องงานก่อนค่ะ อยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ ท่านเหนื่อยมาเยอะแล้ว ตอนนี้ขอลุยเรื่องธุรกิจอสังหาฯและคอนโดฯให้สำเร็จ แล้วค่อยคิดเรื่องลูก
ครอบครัวในฝันของคู่หวานแห่งปีจะอบอุ่นน่ารักขนาดไหน
ณา : รู้สึกโชคดีมากๆที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อแม่ เกิดมาในครอบครัวนี้ พ่อแม่เป็นตัวอย่างของชีวิตคู่ในอุดมคติ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากสร้างครอบครัวที่มีความสุขเหมือนท่านทั้งสอง ทำให้ได้อย่างพ่อแม่แค่ครึ่งเดียวก็แฮปปี้มากแล้ว!! คุณพ่อจะสอนตลอดว่า คนเราไม่จำเป็นต้องมีความสุขทุกอย่างในโลก คนเราเกิดมาทุกข์ได้สุขได้ แต่ขอให้มีสติ ใช้ชีวิตให้เป็น และพอใจในสิ่งที่มี!! “ณา” โตมากับคุณพ่อที่ตามใจและดูแลคุณแม่ทุกอย่าง...อายุเลขหกแล้วยังถือกระเป๋าให้คุณแม่
ก้อง : โชคดีที่พื้นฐานครอบครัวเราคล้ายกัน คือโตมาในครอบครัวอบอุ่น คุณพ่อดูแลคุณแม่อย่างดี และให้เกียรติคุณแม่ทั้งคู่ เวลาคุณแม่อ่านหนังสือพิมพ์เสร็จ คุณพ่อผมยังเอาผ้าเช็ดนิ้วให้จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ซึมซับมาเยอะ และอยากดูแลน้องให้ดีที่สุด ผมอยากบอกว่า รู้สึกซาบซึ้งใจมากที่คุณพ่อคุณแม่ของน้องเปิดโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง ถ้าผมไม่เจอ “น้องณา” ชีวิตนี้ก็ไม่คิดจะแต่งงานแล้ว!! ผมจะคอยดูแล “น้องณา” อย่างดีที่สุดไปตลอดชีวิต.
...
ทีมข่าวหน้าสตรี