เพื่อเป็นรางวัลแห่งกำลังใจให้กับดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ สำหรับ  8ปีที่มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ในพื้นที่ต่างๆที่เข้าไม่ถึงยารักษา...

จากการอุทิศตัวทำงานเพื่อสังคมและชุมชนโลกในการเยียวยารักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ ในทวีปแอฟริกา จนได้รับฉายาว่า "หมอยาไร้พรมแดน" เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ จึงได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลรามอนแมกไซไซ ประจำปี 2552 ในการเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตและการทำงานที่มุ่งมั่น เสียสละและกล้าหาญ โอกาสนี้สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (กรุงเทพฯ) และสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคไทย จึงจัดงานแสดงความยินดีในฐานะนักศึกษาเก่า ที่สโมสรทหารบก เมื่อเร็วๆนี้


ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์

ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เล่าถึงชีวิตการทำงานว่า ตอนนี้ได้ทำงานอยู่ที่ประเทศบุรุนดี ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณใจกลางทวีปแอฟริกา ความมุ่งมั่นในการทำงานของตนคือ ให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ซึ่งมีจำนวนมาก 9 ใน 10 ของประเทศเหล่านี้สามารถเข้าถึงยา จึงไปสอนให้คนท้องถิ่นผลิตยา เพื่อพวกเขาจะได้พึ่งตนเองได้ และเป็นการรักษาสัญญาที่ประเทศไทยเคยมีให้กับเขา ซึ่งตนเป็นผู้เขียนโครงการเองตอนที่ทำงานในองค์การเภสัชกรรม จาก 8 ปีที่ทำงานในทวีปแอฟริกาทำให้พวกเขาสามารถผลิตยารักษาโรคมาลาเรีย โรคที่มีการตายปีละ 2 ล้านคน และยาต้านโรคเอดส์ ซึ่งมีคนตายปีละล้านคน ได้ในราคาถูก และประสบผลสำเร็จถึง 15 ประเทศแล้ว ยังเหลืออีก 11 ประเทศที่จะต้องทำ ซึ่งก็คงจะทำไปเรื่อยๆ ได้เท่าไหร่ ก็เท่านั้น

หมอยาไร้พรมแดนยังเปิดเผยถึงประสบการณ์จากการทำงานด้วยว่า การทำงานมีความประทับใจทุกวันเพราะไม่ซ้ำกันสักวัน ทำให้รู้สึกสนุกท้าทาย ไม่เบื่อไม่เซ็ง อย่างช่วงแรกที่ไปสอนในประเทศคองโก สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ก็ใช้ภาษามือและวาดรูปเอา จนตอนนี้สามารถพูดภาษาซาวาฮิรี ภาษาถิ่นของเขาได้แล้ว ไปตลาดในท้องถิ่นเพื่อซื้อของ  คนก็จำได้ทักทายกัน   คนที่นั่นจะเรียกว่า   "มาม่าทัฟ" บ้าง หรือ "ซิมบ้า  จิกเก้"  หมายถึงนางสิงห์แห่งแอฟริกาบ้าง ความเป็นอยู่ก็สนุกไปอีกแบบ ส่วนใหญ่จะพักอยู่ที่โรงแรม ซึ่งมีสองแบบคือ โรงแรมจิ้งจกกับโรงแรมแมลงสาบ อย่างแมลงสาบก็มีเป็นพัน ต้องทำใจอยู่ให้ได้ แปรงฟันในห้องน้ำก็รอกันเต็ม บนเตียงก็ต้องเปิดพัดลมเป่าแล้วนอนคลุมโปง การอยู่ที่แอฟริกาไม่ใช่เราสอนเขาอย่างเดียว เขาเองก็สอนเราให้ได้คิด มีสติและรู้จักพอ และมีความสุขกับชีวิต

เมื่อถามถึงสิ่งที่ได้จากการอุทิศตัวทำงานที่ไม่มีใครทำเช่นนี้ ดร.กฤษณาบอกด้วยใบหน้าเป็นสุขว่า "การให้" ทำให้เรามีความสุข บอกไม่ถูก มันเป็นความสุขที่ยั่งยืน พอคิดถึงก็มีความสุข สุขแบบที่เงินซื้อไม่ได้ อย่างพอได้ยินพวกเขาบอกเราว่า สิ่งที่เราสอนเขาจะเป็นสิ่งที่ติดตัวเขา สงครามหรือโจรขโมยไม่มีใครจะเอาไปได้ เราก็ปลื้มใจ ส่วนรางวัลต่างๆที่ได้รับก็เป็นกำลังใจ ปีนี้ได้มา 7-8 รางวัลแล้วจากต่างประเทศ รางวัลแมกไซไซนี้เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ชาวต่างชาติเห็นคุณค่าและนำเสนอ เป็นนักข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์และมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์.

...