ในขณะที่คนจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตามล่าหาฝัน หนุ่มตี๋ไฟแรง “เป๋า-พบไชยส์ จิวะวิศิษฎ์นนท์” ลูกชายคนกลาง วัย 33 ปี ของ “เจ้าสัวบุญชัย จิวะวิศิษฎ์นนท์” เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์แห่งภูเก็ต และเจ้าของวังไข่มุก กลับค้นพบความฝันตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก และตั้งหน้าตั้งตาสั่งสมความรู้เพื่อสร้างฝันวัยเยาว์ให้เป็นจริง

“ผมฝันไว้ว่าอยากทำงานโรงแรมตั้งแต่เด็กแล้วครับ จำได้ว่าสมัยเด็กๆคุณพ่อชอบพาลูกทั้งสามคนไปทานบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมฮิลตัน ปาร์คนายเลิศ ผมรู้สึกประทับใจมากกับบรรยากาศและบริการของโรงแรม ก็แอบฝันไว้ว่าโตขึ้นอยากทำงานในบรรยากาศโก้หรูแบบนี้”...เอ็มดีหนุ่มวิสัยทัศน์ไกล เปิดใจถึงที่มาของความฝัน

แม้เขาจะแอบฝันเงียบๆ แต่โชคชะตาก็เข้าข้างไม่น้อย เพราะหลังจากนั้นไม่กี่ปี คุณพ่อก็ตัดสินใจกลับไปบุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ต พร้อมเปิดโรงแรมแห่งแรกบนหาดป่าตอง...“โชคดีที่คุณพ่อทำให้ความฝันของผมพอจะเอื้อมถึงได้ โดยเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ภูเก็ตยังบริสุทธิ์มากๆ คุณพ่อเห็นลู่ทางธุรกิจด้านอสังหาฯ เริ่มจากทำบ้านจัดสรรเป็นเจ้าแรกๆในภูเก็ต และเป็นคนแรกๆที่สร้างโรงแรมบนหาดป่าตองด้วย ชื่อว่า “ภูเก็ต เบย์ชอร์” เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว มีแค่ 50 ห้อง”

ด้วยความมุ่งมั่นอยากทำธุรกิจโรงแรม หลังเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนทิวไผ่งาม “เป๋า” ก็บินไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยคว้าปริญญาตรีด้านบัญชีและการเงิน จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด บรู๊คส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ก่อนจะจบปริญญาโทสาขาบริหารจัดการโรงแรมระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน แม้จะเรียนการโรงแรมมาโดยตรง แต่พอถึงเวลาทำงานจริง เขายอมรับว่า ทุกอย่างเป็นหนังคนละม้วนกับในห้องเรียน

“ผมเรียนจบปริญญาโทกลับมา อายุ 24 ปี คุณพ่อก็ให้ลุยงานที่โรงแรมภูเก็ต เบย์ชอร์ เลย โดยเริ่มจากเป็นจีเอ็ม ตอนนั้นคุณพ่อเปิดโรงแรมระดับ 4 ดาวอีกแห่ง คือ “โนโวเทล ภูเก็ต รีสอร์ต” แม้ผมจะเรียนจบการโรงแรมมาโดยตรง แต่พอมาเจอของจริง แถมเป็นธุรกิจของตัวเองด้วย ทุกอย่างจึงยากมาก ต้องรับผิดชอบเยอะมาก ปีแรกเป็นความยากลำบากสุดๆ ผมต้องลองผิดลองถูกทุกอย่างด้วยตัวเอง เริ่มจากสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่หมด เพราะทุกอย่างมั่วไปหมด ไม่มีระบบเลย ผมเริ่มจากการแก้ที่คนโดยปรับตำแหน่งหน้าที่พนักงาน ซึ่งทับซ้อนกัน จากนั้นก็เข้าไปปรับปรุงระบบบริหารจัดการโรงแรม ใช้เวลาปีหนึ่งเพื่อเซตระบบใหม่หมด จากนั้นก็ปรับภาพลักษณ์ของโรงแรม แล้วค่อยๆทำเรื่องรีโนเวท ทั้งหมดใช้เวลาเกือบ 2 ปี ตลอดเวลา 6 ปี ที่ผมบริหารโรงแรมนี้ แอบคิดตลอดว่า อยากใช้ศักยภาพของที่ดินตรงนี้ ซึ่งมีขนาดถึง 10 ไร่ อย่างเต็มที่กว่านี้ โดยสร้างโรงแรมใหม่ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น แต่ผมก็เก็บความฝันไว้ เพราะคิดว่ายังบ่มประสบการณ์ไม่พอ”

กระทั่งเมื่อปี 2010 คุณพ่อตัดสินใจทุบโรงแรมภูเก็ต เบย์ชอร์ และสร้างใหม่เป็นโรงแรม 4 ดาว ขนาด 303 ห้อง ใช้ชื่อใหม่ว่า “โนโวเทล ภูเก็ต วินเทจ พาร์ค”  ใช้งบทั้งหมด 1,700 ล้านบาท โดยผมคิดคอนเซปต์เองหมด ให้เป็นโรงแรมที่มีความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบร่วมสมัย ซึ่งก็ภูมิใจมากที่โรงแรมเราได้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของหาดป่าตอง เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผมรับตำแหน่งเอ็มดี

ผู้บริหารรุ่นใหม่ถ่อมตัวว่า ถ้าความสำเร็จมี 5 ขั้น ผมคิดว่าผมพอใจอย่างที่หวังไว้แล้ว โดยผมเน้นมากว่า ทุกคนจะต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ก ธุรกิจโรงแรมเป็นอะไรที่ดีเทลเยอะมาก เป็นธุรกิจที่เหนื่อยมาก ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด แต่ผมก็มีความสุขมากที่ได้สานฝันให้เป็นจริง.

...