ยิ่งใกล้วันประกวดเข้ามาเท่าไหร่ ความตื่นเต้นและความร้อนแรงของนางงามที่สวยระดับโลกก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้น จนกลายเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วแล้วว่านี่ยังเป็นเวทีนางงามที่ทรงคุณค่าอยู่หรือเปล่านะ...

อีกไม่กี่วันก็จะทราบผลกันแล้วว่า สาวสวยประเทศใดจะได้ครองมงกุฎผู้หญิงสวยที่สุดในจักรวาล ประจำปี 2009 โดยการประกวดมิสยูนิเวิร์สรอบตัดสิน จัดขึ้นที่แอตแลนติส รีสอร์ต ประเทศบาฮามาส ค่ำวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค.นี้ ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก สำหรับแฟนๆชาวไทยตามเชียร์ "ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช" มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2552 ได้ทางช่อง 7 สี วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า

ไหนๆก็เป็นโค้งสุดท้ายของการประกวด ขอแอบหยิกแอบเม้าท์เหล่านางงามผู้เข้าประกวดจาก 84 ประเทศทั่วโลก ก็แหม สาวสวยมารวมตัวกันเยอะๆแบบนี้ ย่อมต้องมีเรื่องสนุกๆให้พูดถึง โดย เฉพาะเรื่องแข่งกันสวยแย่งกันเด่นเพื่อดึงความสนใจสื่อ ถือเป็นกลยุทธ์ สำคัญ พอๆกับการประทินโฉมให้สวยพร้อมเอาชนะคู่แข่ง



ประเภทที่มีเรื่องฉาว จนกลายเป็นนางงามชื่อกระฉ่อน ที่สื่อตามทำข่าวใกล้ชิด ต้องยกให้ มิสออสเตรเลีย "ราเชล ฟินช์" นางแบบ และพิธีกร วัย 20 ปี ตก เป็นข่าวถูกริบมงกุฎจนเกือบไม่ได้ร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส เพราะลุกขึ้นโวยผู้จัดประกวดออสซี่ที่บังคับเซ็นสัญญาทาสยาว 3 ปี โชคยังดีที่เจ้าพ่อวงการขาอ่อน "โดนัลด์ ทรัมป์" อาสาเคลียร์เรื่องแทน ทำให้ชีวิตพลิกผันจากนางงามจอมแฉ ได้เลื่อนชั้นเป็นนางงามเต็งจ๋า ติด 1 ใน 5 คนสุดท้าย ตามแรงเชียร์ของสื่อ

รายที่ยิ่งฉาวยิ่งดังยังรวมถึง มิสเจแปน "เอมิริ มิยาซากะ" นางแบบดัง วัย 24 ปี ที่มีความสวยโฉบเฉี่ยวแบบสาวมั่นเป็นทุนเดิม แต่ก็ไม่วายโดนเทรนเนอร์เป่าหู หาเรื่องสร้างข่าวให้ดังทางลัด โดยเลือกใส่ชุดประจำชาติกิโมโนแนวพิสดาร จนถูกสื่อนอกสับเละว่า แต่งตัวไม่เหมาะสมเหมือนนางโป๊

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นางงามรัสเซีย "โซเฟีย รูดเยวา" ก็ชื่อกระฉ่อนในชั่วข้ามคืน เมื่อมีภาพหลุดว่อนอินเตอร์เน็ต โชว์ชุดประจำชาติเห็นจุกโผล่ของนางงามหมีขาว สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก จนเกือบเสียอนาคต แต่เพราะความสวยน่ารักแบบตุ๊กตา จึงช่วยให้เธอตีตื้นขึ้นมาเป็นตัวเก็งชิงมงกุฎอีกครั้ง



ช่วงโค้งแรกของการเก็บตัวยังมีกระบวนการจ้องดิสเครดิตนางงามตัวเก็ง จากละตินอเมริกาอยู่เป็นระยะๆ โดยหาเรื่องว่าทำตัวน่าผิดหวังต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น มิสเม็กซิโก "คาร์ลา คาร์ริลโล" นักเรียนดีไซน์ วัย 20 ปี ที่ถูกเหน็บว่า อ้วนเกินไป เด๋อด๋า ไม่มีความสง่างาม และเฟคเกินไป ที่ให้สัมภาษณ์ ว่า เข้ามาประกวดเพราะอยากให้โลกเห็นความสวยระดับอินเตอร์ของสาวเม็กซิกัน ขณะที่ มิสเปอร์โตริโก "เมย์รา มาทอส เปเรซ" มิสทีน อินเตอร์ฯ ปี 2006 วัย 20 ปี ถูกนักวิจารณ์ทิ่มว่า พรีเซนต์บนเวทีแข็งทื่อ และมีหน้าตาเพอร์เฟกต์เกินไป...สวยเกินไปก็ผิดด้วย!!

...

ส่วน มิสโดมินิกัน รีพับลิก "เอดา ไอมี เดอ ลา ครุซ" แม้จะมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งเรื่องใบหน้าสวยหวาน รอยยิ้มอบอุ่น ท่วงท่าการเดินมั่นใจ ทว่า ก็ไม่วายโดนขุดคุ้ยประวัติแฉว่า เธอเป็นนางงามซินเดอเรลลาตัวจริง โตมาในสลัม ใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบตั้งแต่เล็ก มีย่าเป็นพนักงานทำความสะอาด และบรรพบุรุษเป็นคนดำ สำหรับ นางงาม เวเนซุเอลา "สเตฟาเนีย เฟอร์นาน-เดซ" สื่อไม่รู้จะติอะไร จึงซ้ำเติมว่า ถึงจะขยันพรีเซนต์แค่ไหน ก็หมดสิทธิ์ชิงมงกุฎ เพราะจากสถิติของเวทีมิสยูนิเวิร์ส ไม่เคยมีประเทศใดครองตำแหน่งติดกัน 2 สมัย

คนละเรื่องเลยกับ มิสยู-เอสเอ "คริสเทน ดัลตัน" แม้จะโดนเหน็บว่า ไม่ สวยเด่นสมกับเป็นตัวแทนประเทศเจ้าของเวที แต่ ด้วยเส้นกวยจั๊บ ทำให้ สื่อเต็ม ใจเชียร์ว่า น้องหนูน่าจะติด 1 ใน 5 เพราะสดใสน่ารักแบบสาวร่างเล็ก และฉลาดพูดเป็นที่สุด

สำหรับ นางงามม้ามืดที่น่าจับตามองว่าอาจแซงทางโค้งคว้ามงกุฎไปครองเฉยๆ ก็มีอยู่หลายคน เกจิวงการขาอ่อนชวนให้ลุ้น นางงามเช็ก รีพับลิก มีดีกรีเป็นมิสโมเดลโลก ปี 2007, มิสฮอนดูรัส ที่มากับโชคได้รับเลือกเป็นตัวแทน โดยไม่ต้องประกวด เพราะเกิดวิกฤติการเมือง, นางงามฝรั่งเศส นักเรียนบริหารลูกครึ่งฝรั่งเศส-อเมริกัน รวมไปถึงนางงามมาดหงส์ เช่น มิสไอร์แลนด์, นางงามสเปน และ มิสสวีเดน.