กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาพันธ์ไลฟ์โค้ชเข็มทิศจิตใต้สำนึก จัดอบรมหลักสูตรเข็มทิศจิตใต้สำนึกฟรี ให้กับชาว กทม.หนึ่งพันคน...
นำโดย ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใต้สำนึก และทีมไลฟ์โค้ชเข็มทิศจิตใต้สำนึก (ที่ปรึกษาชีวิตโดยใช้เทคนิคทางจิตใต้สำนึก) กว่า 200 คน ร่วมดูแล ร่วมด้วยทีมดารานักแสดงลูกศิษย์เข็มทิศจิตใต้สำนึกอย่างคับคั่ง นำทีมโดย น้องเบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา น้องกบ พิมลรัตน์ พิศัลยบุตร น้องฟ้า ชัญษร สาครจันทร์ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011 อาตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ ดีเจจอมยุ่ง จุ้มจิ้ม AF1 น้ำตาล AF1 และครูเงาะ รสสุคนธ์ ณ อาคารลุมพินีสถานสวนลุมพินี ซึ่งกิจกรรมเข็มทิศความสุขครั้งนี้จัดให้กับชาว กทม.กว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมฟรี
...
ฟ้ากรุงเทพฯ สดใสในบรรยากาศคึกๆ คักๆ เมื่อครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เจ้าของหนังสือเข็มทิศชีวิตวิทยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใต้สำนึก เริ่มต้นให้ทุกคนนึกถึงความสุขและกลับไปมีความสุขแบบเด็กอีกครั้ง จากนั้นทีมดารา นักแสดง ลูกศิษย์ครูอ้อย เต้นนำความสุข ขยับแข้งขา เป็นที่ถูกใจ
เมื่อถึงเวลาสำคัญ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างอบอุ่น และร่วมโชว์สเต็ปกับรองผู้ว่าฯ กทม. 2 ท่าน คือ รองผู้ว่าฯ ทยา ทีปสุวรรณ และรองผู้ว่าฯ ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ เต้นนำความสุขพร้อมกับทีมนักแสดงอย่างสนุกสนาน ประชาชนในฮอลล์ส่งเสียงกรี๊ดกับภาพน่ารักที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อทุกคนมีความสุขก็พร้อมแล้วที่จะเรียนรู้ ครูอ้อยได้บรรยายเรื่องเข็มทิศความสุข และวิธีการการเดินออกจากภาวะซึมเศร้า เป็นความสุข แล้วค่อยเริ่มแก้ปัญหาในชีวิต
โดยเข็มทิศความสุขนั้น มี 3 ข้อ คือ 1. ยิ้ม เราเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างน้อยที่ใจตัวเอง 2. ขอบคุณ ทุกเหตุการณ์มีประโยชน์ทำให้เราได้เรียนรู้ 3. กอด ลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ ด้วยความรักความเมตตา โดยไลฟ์โค้ชเข็มทิศจิตใต้สำนึกกว่า 200 คน ได้สาธิตเทคนิคทางจิตใต้สำนึกให้เปลี่ยนสภาวะโมโหเวลาคนทำไม่ดีกับเราเป็นอารมณ์ดีมีความสุข สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้เข้าอบรมจนเอวเคล็ด น้ำตาไหลเพราะขำมุกอำกลิ้ง
ครูอ้อยได้สอนให้คนหันมามองความรักที่อยู่รอบข้างตัวเรา โดยเฉพาะความรักของพ่อแม่ซึ่งจะเป็นพลังให้เราก้าวข้ามปัญหาทุกอย่างได้เสมอ ผู้เข้าอบรมนับพันคนในฮอลล์ต่างร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง หลังจากนั้นให้ทุกคนได้ส่งพลังความรักและความสุขโดยการโอบกอดคนรอบข้าง ผู้คนนับพันต่างลุกขึ้นมากอดกันด้วยความรัก จากการกอดกันเพียงสองคนได้รวมตัวกันเป็นวงใหญนับพันคน ทั้งฮอลล์เต็มไปด้วยความอบอุ่น
...
โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ดร.จันทนี มโนมัยพิบูลย์ (ดร.จูน) นายกสมาพันธ์ไลฟ์โค้ชเข็มทิศจิตใต้สำนึกกล่าวว่าจากการที่เราได้เรียนเข็มทิศจิตใต้สำนึกกับครูอ้อย และนำความรู้ และเทคนิคทางจิตใต้สำนึกไปทำกิจกรรมให้ความรู้ประโยชน์ในสังคมได้มาก
ทั้งนี้ในสภาพสังคมปัจจุบันคนเจอความกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทำให้คนตกอยู่ในภาวะเครียด รู้สึกปัญหารุมเร้า หาทางออกไม่เจอ ก็อาจจะเลือกคิดเลือกทำในสิ่งที่ไม่ดีกับชีวิต กิจกรรมเข็มทิศความสุข กทม.ในครั้งนี้ จะทำให้คนที่มาเข้าร่วมได้เรียนรู้การติดตั้งโปรแกรมความคิดใหม่ เลือกมอง เลือกเห็นแต่สิ่งดีๆ โดยใช้ความสุขเป็นฐาน เห็นทางออกที่ดี
มาถึง ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เข็มทิศชีวิต กล่าวว่า คนเราต้องเริ่มจากการซาบซึ้งในความรักของพ่อแม่ รู้ว่าตัวเองเป็นที่รัก มองเห็นความรัก สิ่งดีงามที่เราได้รับจากพ่อแม่ เราจึงสามารถมองเห็นคนดีดี สิ่งดีดี โอกาสดีดีรอบตัวเราได้ สร้างชีวิตจากฐานการรู้ว่าตัวเองเป็นที่รัก ชีวิตจะมั่นคง จากนั้นเราให้คนฝึกให้อภัยคนอื่น ให้อภัยตัวเอง อนุญาตให้ตัวเองมีความสุข ทำอะไรก็มีความสุข ครั้งนี้เราสอนเทคนิคบริหารจัดการอารมณ์ ความรู้สึก ร่างกายจิตใจ เพื่อให้คนมีระดับพลังกายพลังใจที่พร้อมรับมือให้เรื่อง ยากกลายเป็นง่าย
...
เรื่องธรรมดากลายเป็นทำได้ยอดเยี่ยม เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีความสุข ทำชีวิตตัวเองให้มั่นคง พอคนมั่นคง ครอบครัวมั่งคง ประเทศชาติก็มั่นคง ดีใจที่วันนี้คนกรุงเทพฯ มีความสุข พร้อมกลับไปรับมือกับความท้าทายในชีวิต ครูอ้อยกล่าวสรุป
ท่านผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้กล่าวเปิดงานด้วยความยินดีที่สามารถนำรอยยิ้มคืนให้พี่น้องกทม.ได้ สอดคล้องกับนโยบาย “ทั้งชีวิต..เราดูแล” ของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการส่งมอบความสุขให้คนกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งมีความสุขทั้งทางกายและทางใจ แถมด้วยการโชว์ลีลาเท้าไฟของท่านผู้ว่าฯ ร่วมกับทีมผู้บริหาร กทม.และดารานักแสดงลูกศิษย์ครูอ้อย
มาถึง น้องเบนซ์ พรชิตา กันบ้าง เธอบอกว่า “เมื่อก่อนเคยมีเรื่องขัดแย้งกับแม่ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ ไม่ดีพอ แต่เมื่อได้เรียนกับครูอ้อยจึงเข้าใจถึงความรักความห่วงใยของแม่ ที่แม่ว่าไม่เก่ง ไม่สวย ตัวดำ จริงๆ แล้วแม่รักเบนซ์ แต่ไม่รู้วิธีแสดงออกกับลูกเท่านั้น กระบวนการของครูอ้อยช่วยให้เบนซ์เข้าใจแม่ เข้าใจตัวเอง และเห็นคุณค่าของตัวเอง”
...
สำหรับ น้องกบ พิมลรัตน์ แย้มยิ้มมาว่า “เดิมเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง แม้เข้าวงการได้แสดงบทพระสุริโยทัยตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่ก็ยังไม่เชื่อมั่นในตนเอง เมื่อเข้าเรียนกับครูอ้อย ได้ความรู้และเทคนิคจากคลาสครูอ้อยมาใช้ปรับตัวเองใหม่ หลังจากนั้นชีวิตก็มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา มีงานดีดี คนดีดีเข้ามา วันนี้จึงตั้งใจนำเทคนิคจากคลาสครูอ้อยมาแบ่งปันให้สังคมมีความสุขและเห็นคุณค่าในตัวเอง เหมือนน้องกบค่ะ”
สาวอารมณ์ดี อาตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ กล่าวว่า “วันนี้ที่จริงอาตุ่ยไม่สบาย เป็นไข้ แต่อามองเห็นภาพตัวเราหายดีแข็งแรง เห็นตัวเองออกมาสร้างความสุขให้ทุกคน ด้วยเทคนิค ความรู้ตามที่อาเรียนมาจากครูอ้อย ทำให้คนหายเครียด อารมณ์ดี มีความสุขและรักกัน วันนี้อาได้สอนให้คนฝึกเปลี่ยนจากการโมโหเป็นอารมณ์ดียิ้มได้ เปลี่ยนคำว่า หรือคำดูถูกจากคนอื่นให้เป็นเสียงตลก อาคิดว่าเขาจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มาก เป็นอีกหนึ่งวันที่ชาวกรุงเทพฯ ฟื้นใจ
หลังผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ลงมือมีความสุขแบบไร้ขีดจำกัด ให้ความรักกับครอบครัว ให้อภัยคนอื่น ให้อภัยตัวเอง ร้องไห้ซาบซึ้งใจด้วยความปิติยินดี พร้อมมอบรอยยิ้มและอ้อมกอดให้กันนับพันคน