พร้อมรับสั่งพ่อแม่ยุคใหม่ต้องเข้าใจลูก เลี้ยงลูกด้วยเหตุผล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกก็ต้องเข้าใจพ่อแม่ด้วย...

พระทัย อันอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นที่ประจักษ์ชัดมาตลอด โดยเฉพาะพระกรุณาที่มีต่อเด็กวัยรุ่น   ซึ่งเป็นที่มาของ การริเริ่มโครงการทูบีนัมเบอร์วัน   เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของวัยทีนทั่วประเทศ

จากที่ได้ทรงงานใกล้ชิด กับเด็กและเยาวชนมาตลอดระยะเวลาหลายปี   ทำให้ทูลกระหม่อมหญิงทรงเข้าพระทัยในปัญหาของวัยรุ่นยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ดังที่ได้ประทานสัมภาษณ์แก่นิตยสาร   Volume   ฉบับปักษ์แรก เดือนสิงหาคม เกี่ยวกับการลดช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กยุคปัจจุบันว่า สมัยเป็นวัยรุ่น โดยมากจะอยู่ต่างประเทศ จึงเหมือนเราก้าวหน้าไปกว่าเด็กไทยหน่อยหนึ่ง   แต่เหมือนมีปัญหาใกล้เคียงกับเด็กปัจจุบัน วัยรุ่นฝรั่งสมัยก่อนมีปัญหาเรื่องความรัก มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ปัจจุบันเด็กไทยกับเด็กฝรั่งมีปัญหาทันกันแล้ว   ตอนนี้เด็กไทยก็มีเพศ สัมพันธ์เร็วมาก ประมาณ ม.1 วิธีรับมือดีที่สุดคือ ผู้ใหญ่ ต้องเปิดเผยกับเขา ต้องทำความเข้าใจกับเขา สอนให้เขามีความรักอย่างมีสติ และเน้นวิธีป้องกัน ไม่ใช่ป้องกันไม่ให้มีเพศสัมพันธ์ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ต้องป้องกันโรคติดต่อ   และปัญหาอื่นๆที่อาจตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์   และอันที่จริงเราต้องให้เขาหยุดและถามตัวเองว่าพร้อมหรือยัง   จะทำอะไรก็ต้องทำอย่างมีสติ

ทูลกระหม่อมหญิงยังแสดงถึงน้ำพระทัยอัน กว้างขวาง โดยทรงกระตุ้นสังคมไทยให้เปิดใจกว้าง ยอมรับคนเพศที่สามว่า เราเกิดมาก็เจอพวกเขาเหล่านี้ วันหนึ่งๆในชีวิตของเราเจอผู้ชายน้อยมาก...เกย์ กะเทย หรือเพศใดก็แล้วแต่เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เราบอกกับเด็กๆผ่านรายการทูบีนัมเบอร์วันเสมอ...ไม่เห็นเป็นไร ชอบผู้ชายได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ตอนนี้สังคมไทยเปิดกว้างเรื่องนี้   ถ้าครอบครัวไหนลูกมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ   พ่อแม่ต้องพยายามเข้าใจเขา เพราะเป็นสิ่งแก้ไม่ได้  เปลี่ยนไม่ได้  จะให้ทำอย่างไร ...ก็ต้องเข้าใจ   ต้องรักเขา   เพราะเขาก็เป็นคนมีประโยชน์

เมื่อทูลถามว่า   การเลี้ยงลูกในปัจจุบันกับอดีตแตกต่างกันหรือไม่   ทูลกระหม่อมหญิงรับสั่งว่า   สมัยนี้คงต้องเข้าใจลูกมากๆ  พูดจากันด้วยเหตุผล   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกก็ต้องเข้าใจพ่อแม่ด้วย สำหรับเราเองเลี้ยง "น้องพลอย" กับ "น้องใหม่" และ "น้องพุ่ม" อย่างเปิดกว้างพอสมควร เพราะอยู่ในสังคมฝรั่ง อย่าง "น้องพลอย" กับ "น้องใหม่" นี่มี ความเป็นฝรั่งมาก   แต่พูดภาษาไทยได้ ส่วน "น้องพุ่ม" มีความเป็นไทยที่สุด เราให้อิสระกับลูกๆเต็มที่ โดยเฉพาะอิสระด้านความคิด เมื่อมีความเห็นต่างกัน เรามีความเห็นของเรา เขามีความเห็นของเขา ก็ต้องมาเจอกันตรงกลาง ตอนนี้ "น้องพลอย" กับ "น้องใหม่" เรียนจบแล้ว "น้องพลอย"   ทำงานด้านไฟแนนซ์อยู่ที่ฮ่องกง   ส่วน   "น้องใหม่"   ฝึกงานด้าน แฟชั่นอยู่ที่นิวยอร์ก

จากนั้นได้ทูลถามว่า   ทรงอยากให้พระธิดากลับมาอยู่เมืองไทยด้วยกันหรือไม่ ทูลกระหม่อมหญิงรับสั่งว่า คงต้องแล้วแต่ลูกๆ เพราะเขาเติบโตที่เมืองนอก ถ้ากลับมาอยู่เมืองไทยอาจจะลำบากหน่อย เพราะต้องปรับตัวเยอะเพื่อให้เข้ากับสังคมไทย  แม้ตอนนี้จะอยู่ห่างกัน  เวลาคิดถึงกันก็คุยกันทางอีเมล์  และเมื่อทูลถามว่า   ในฐานะพระมารดา   ทรงคาดหวังอะไรในตัวลูกๆบ้าง   ได้รับคำตอบว่า   ไม่คาดหวังเลย   เพราะเขาโตแล้ว   ตอนนี้เขาเรียนจบ   ก็เหมือนประสบความสำเร็จแล้ว   อยากให้เขามีความสุขมากที่สุด.

...