งานคือชีวิต...ชีวิตคืองานบันดาลสุข

ได้รับการขนานนามให้เป็นเจ้าแม่วงการความงามที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเมืองไทย สำหรับ “อัมพรพิมพ์ วัชราภัย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ วัย 57 ปี แห่งค่ายเอลก้า ประเทศไทย เพราะกุมเครื่องสำอางระดับท็อปของโลกไว้ในมือถึง 15 แบรนด์ดัง ครองส่วนแบ่งการตลาดคอสเมติคส์สูงสุด 45% และสร้างยอดขายปีละหลายพันล้านบาทได้อย่างอะเมซซิ่ง จนติดอันดับผู้บริหารมือทองไร้เทียมทานของ “เอสเต้ ลอเดอร์ คอมปานีส์” อาณาจักรธุรกิจเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก

ก่อนจะมาเป็นเจ้าแม่เอลก้า “คุณอี่” คลุกคลีตีโมงอยู่แวดวงไหนมาก่อน

หลังเรียนจบปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณวิเคราะห์ เจาะลึกเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ระดับสูง จากเพนซิลเวเนีย สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา ก็สมัครเข้าทำงานที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด โดยเริ่มจากการเข้าโครงการแมนเนจเมนต์ เทรนนี เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ก็ได้เป็นแบรนด์แมเนเจอร์ภายในเวลาแค่ปีเศษ โดยรับผิดชอบดูแลสบู่ลักซ์ และไลฟ์บอย ทำงานไปสักพัก จึงย้ายตามเจ้านายไปบุกเบิกธุรกิจไอศกรีมวอลล์ และชาลิปตัน ถือเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ยูนิลีเวอร์ปลูกชาขายเอง และทำโรงงานไอศกรีม ทำอยู่ยูนิลีเวอร์ 12 ปี ได้ประสบการณ์เยอะมาก ยูนิลีเวอร์สอนคนให้มีความชำนาญเฉพาะด้านแบบเจาะลึก นอกจากการวางกลยุทธ์การตลาด ยังต้องออกสำรวจตลาด, ตระเวนดูคู่แข่ง, พูดคุยกับร้านค้า, ตรวจโรงงาน, คุยกับเซลส์ คือทำทุกอย่างเพื่อให้สินค้าขายดี

เข้ามาโลดแล่นในวงการเครื่องสำอางได้อย่างไร


ชีวิตชอบความสวยความงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะได้รับการปลูกฝังจากคุณแม่ (ม.ล.ปฤถา “ศิลปิกุล” สุทัศน์ ณ อยุธยา) เรื่องกิริยามารยาทและความเป็นกุลสตรีไทย กระทั่ง “เอลก้า” เข้ามาตั้งบริษัทในเมืองไทย ช่วงกลางปี 1991 จึงได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้จัดการคนไทยคนแรก ตอนนั้นอายุแค่ 36 ปี จากที่เคยทำแต่ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ได้มาอยู่กับเครื่องสำอางก็สนุกมาก สมัยแรกๆมีเครื่องสำอางแค่ 3 แบรนด์ คือ เอสเต้ ลอเดอร์, คลีนิกข์ และอรามิส ซึ่งเป็นแบรนด์หลักของกลุ่มธุรกิจเอสเต้ ลอเดอร์ คอมปานีส์ และมีพนักงาน 30 คน จนทุกวันนี้ บริษัทเติบโตขึ้นมาก มีการนำเข้าเครื่องสำอางมาจำหน่ายในเมืองไทย 15 แบรนด์ จาก 25 แบรนด์ในเครือ ส่วนพนักงานก็เพิ่มขึ้นเป็นพันคน

ธุรกิจเครื่องสำอางแข่งขันขับเคี่ยวรุนแรงไหม อะไรทำให้ “เอลก้า” ยิ่งใหญ่เช่นทุกวันนี้


“เอลก้า ประเทศไทย” ทำยอดขายสูงสุดในเอเชียอาคเนย์ โดยครองส่วนแบ่งการตลาด 40-45% ธุรกิจเครื่องสำอางแข่งขันกันรุนแรงมาก คู่แข่งก็เก่งมาก ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง เราไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นยักษ์ใหญ่ เพราะถ้าใหญ่แล้วไม่ทำอะไรเลยก็คงอยู่ไม่ได้!! ธุรกิจเครื่องสำอางวัดกันที่ยอดขายแบบดอร์บายดอร์ โดยจะเอาทุกแบรนด์ที่อยู่ในระดับเดียวกันมาจัดอันดับแรงกิ้งยอดขายทุกเดือน ตอนนี้ตลาดที่โตเร็วมาก ยอดขายโต 20-30% คือ เคาน์เตอร์ตามต่างจังหวัด เช่น ห้างฯโรบินสัน จังหวัดตรัง และเชียงใหม่ แบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดคือ เอสเต้ ลอเดอร์ รองลงมาก็เป็นคลีนิกข์ ปัจจุบันเรามีเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำถึง 57 แห่ง นอกจากจะให้ความสำคัญกับการวางแผนการตลาด, โฆษณา และประชาสัมพันธ์ เรื่องการฝึกอบรมพนักงานก็เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจนี้ โดยเฉพาะพนักงานที่เคาน์เตอร์ ซึ่งให้บริการลูกค้าโดยตรง ต้องตอบคำถามลูกค้าได้หมด และสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า จะบอกน้องๆเสมอว่า แค่ลูกค้าแวะมาทักทายก็ดีใจแล้ว แสดงว่าลูกค้านึกถึงเรา ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกครั้ง

รู้สึกยังไงบ้างที่คนเรียกว่า “เจ้าแม่ เอลก้า”  จนติดปาก


แปลกมากเลย!! ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าแม่นะ  คงเพราะเราทุ่มเททำงานหนัก  และเป็นคนเด็ดขาด!! ยอมรับว่าเป็นคนดุ แต่ถ้าลูกน้องรับได้ ก็จะเจริญก้าวหน้า ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร คนเราถ้าไม่ทำผิดก็ไม่จำเป็นต้องกลัว ปกติจะเป็นห่วงลูกน้องเหมือนคนในครอบครัว และให้ความสำคัญกับเรื่องการทำงานอย่างไรให้มีความสุข

ใครคือโรลโมเดล เป็นต้นแบบชีวิตของ “เจ้าแม่เอลก้า”

คุณพ่อ  (ถนัด  ศิลปิกุล)  ท่านเป็นต้นแบบในทุกอย่าง ท่านเป็นคนเก่งมาก และมีวิสัยทัศน์คุณพ่อมีโรงเลื่อย  และทำสัมปทานป่าไม้อยู่ที่กบินทร์บุรี บริเวณชายแดนติดกับเขมร มีโรงหินอยู่ที่สระบุรี และเหมืองแร่แมงกานีสอยู่ที่แม่สาย จำได้ว่า ทุกปิดเทอมครอบครัวของเราจะไปอยู่ที่กบินทร์บุรี ดิฉันกับพี่สาววิ่งเล่นอยู่ในป่าตั้งแต่เด็กๆ ที่โรงเลื่อยมีคนงานและครอบครัวอาศัยอยู่มากกว่า 4 พันคน คุณพ่อรักคนงานมาก สิ่งที่ซึมซับมาจากท่านก็คือ ความเป็นผู้นำ, มีเมตตา และยุติธรรม ท่านเสียชีวิตเมื่อ 16 ปีที่แล้ว เสียใจมากที่ไม่มีโอกาสดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้าย เพราะตอนนั้นอยู่ระหว่างไปดูงานที่อเมริกา แต่คุณพ่อก็ยังอยู่ในใจเสมอ ส่วนคุณแม่แข็งแรงดี ตอนนี้อายุ 90 ปี อยากบอกลูกๆทุกคนว่า ถ้านึกอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ก็รีบทำซะ จะได้ไม่เสียใจตอนท่านจากไปแล้ว

ปกครองลูกน้องเป็นพันคน มีเทคนิคมัดใจอย่างไรให้อยู่หมัด


สำคัญที่สุดคือ เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา สิ่งใดที่เราไม่อยากให้ใครปฏิบัติกับเรา เราก็ไม่ควรปฏิบัติกับเค้า การปกครองคนหมู่มาก...ต้องมีความเด็ดขาด และยุติธรรม!! ใครทำความผิดโดยเจตนา ก็ต้องมีบทลงโทษให้เห็นชัดเจน มิฉะนั้น คนที่ทำดีอยู่แล้วก็คงท้อแท้ไม่อยากทำดี ความยุติธรรมไม่ได้แปลว่าทำดีกับทุกคน เพื่อให้เกิดความปรองดองราบรื่นในองค์กร คนจะผิดจะถูกก็ดีด้วยหมด แบบนี้เรียกว่าไม่ยุติธรรม!! เราเป็นคนมีมาตรฐานสูง แต่ให้โอกาสคน พยายามเข้าใจคน ไม่ใช้มาตรฐานตัวเองไปวัดใคร แต่กับตัวเองจะวางสแตนดาร์ดไว้สูงมาก พยายามสอนลูกน้องให้มีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้น

ความผิดอะไรที่ถือว่าร้ายแรง...ให้อภัยไม่ได้


การทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ทีมเวิร์กถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เวลาทำอะไรจะต้องนึกถึงทีมงาน ฉะนั้น สิ่งที่รับไม่ได้ก็คือ คนที่บ่อนทำลายทีมด้วยเจตนาร้าย อยากเสี้ยมให้คนแตกคอกัน แบ่งก๊กแบ่งฝ่าย!! คนเราทำผิดกันได้ เวลามีปัญหาอะไร จะให้โอกาสทุกคนได้อธิบาย เพราะเชื่อว่าหลายครั้งเราอาจเข้าใจผิดก็ได้ อีกเรื่องที่รับไม่ได้คือ คนไม่มีระเบียบวินัย ไม่ตรงต่อเวลา อันนี้ทำให้คนอื่นเสียเวลาเสียงานไปด้วย ถือว่าไร้ความรับผิดชอบ

จริงไหมคะที่ว่า “ค่ายเอลก้า” เป็นสวรรค์ของสาวประเภทสอง


เราเป็นบริษัทแรกๆในเมืองไทยที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ใช้พรสวรรค์ในทางสร้างสรรค์ จุดเริ่มต้นมาจากตอนเปิดแบรนด์บ็อบบี้บราวน์ เมื่อปี 1997 ที่มีการรับพนักงานเป็นสาวประเภทสอง ก็ต้องใช้เวลาเจรจากับห้างสรรพสินค้าต่างๆอยู่นาน เพราะยุคนั้นยังไม่เปิดกว้างเรื่องนี้ อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร จะเพศไหนไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าเป็นคนยังไงมากกว่า สามารถทำงานได้ดีหรือไม่

ทุ่มเททำงานหนักขนาดนี้ เวลาเครียดๆ มีวิธีผ่อนคลายอย่างไร


ถ้าทำงานตรงนี้แล้วบริหารความเครียดไม่ได้ ก็อย่าทำเลย!! คนเราทำงานต้องมีความสุข ถึงจะไม่เบื่อไม่เครียด 20 ปี ที่อยู่กับเอลก้า มีความสุขทุกวัน ชีวิตนี้ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่คิดเรื่องงาน ลูกน้องทุกคนรู้ว่า “คุณอี่” จะเปิดมือถือตลอด 24 ชั่วโมง และจะตอบอีเมล์เร็วมาก ข้อความอะไรที่ฝากไว้รับรองว่าถึงแน่ๆ วันเสาร์อาทิตย์จะพยายามไม่ออกงาน เพราะอยากให้เวลากับคุณแม่มากที่สุด จะพาคุณแม่ไปทานข้าว และช็อปปิ้ง ระหว่างที่เดินห้างฯก็จะแอบสำรวจตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางด้วย  เห็นน้องๆทำงานกันด้วยรอยยิ้ม เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย

ตั้งเป้าไว้ไหมคะว่าเมื่อไหร่จะเกษียณอายุ


ยังสนุกกับการทำงานอยู่เลย และคิดว่าสามารถทำประโยชน์ได้อีกเยอะ ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเรื่องเกษียณ และคงทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำไม่ไหว!!

...


ทีมข่าวหน้าสตรี