หนุ่มสาวออฟฟิศเมืองกรุงระวังร่างกายอาจเสี่ยงกับการขาดวิตามินดี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระดูกในอนาคต จากการบรรยายวิชาการ Luncheon Symposum ของ ศ.นพ.บุญส่ง องค์พิพัฒนกุล จากหน่วยโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสึม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในหัวข้อ “ภาวะขาดวิตามินดีในประเทศไทยและการดูแลรักษา” ซึ่งจัดโดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มเสี่ยงที่ขาดวิตามินดีในประเทศไทย คือ กลุ่มหนุ่มสาววัยทำงาน ซึ่งสวนทางกับต่างประเทศที่กลุ่มเสี่ยงจะอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ

คุณหมอบุญส่งกล่าวอีกว่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้กลุ่มหนุ่มสาวไทยขาดวิตามินดี เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยได้รับแสงแดด การทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีเป็นประจำ การบริโภคอาหารที่ไม่มีวิตามินดี เป็นต้น ซึ่งผลการขาดวิตามินดีเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้อาจส่งผลเกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดโรคหัวใจ, ความดันสูง, มะเร็งบางชนิด และการติดเชื้อ จากผลการสำรวจสุขภาพประชากรไทย พบว่าผู้ที่อาศัยในกรุงเทพฯ มีวิตามินดีต่ำกว่ามาตรฐาน มีจำนวนถึง 14.3% ขณะที่ภาคกลาง 6.5% ภาคเหนือ 4.3% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.8% และภาคใต้ 6.3%

...

สำหรับประโยชน์ของวิตามินดี คุณหมอบุญส่งบอกว่า วิตามินดี เป็นวิตามินสำคัญที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม แนวทางการทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดีอย่างเพียง พอ คือ การออกแดด หรือตากแดดบ้างเป็นเวลา 15 นาที 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์, การรับประ- ทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น เห็ดหอมตากแห้ง, ปลาแซล-มอน หรือการรับ-ประทานอาหารเสริมวิตามินดี เป็นต้น.