ด้วยสภาพภูมิประเทศอันอุดมสมบูรณ์แบบเขตร้อนชื้น มีแสงแดดอบอุ่นตลอดปี ทำให้ประเทศไทยอุดมไปด้วยมรดกธรรมชาติ ที่โดดเด่นและมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สุด ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่ามหาศาลที่หาชาติไหนเทียบเคียงได้ยากยิ่ง ล่าสุด กลิ่นหอมจรุงใจของดอกไม้พื้นเมืองจากทุกภูมิภาคทั่วไทย กำลังขจรขจายไปไกลสู่ระดับโลก ด้วยฝีมือการปลุกปั้นของสาวไทยสุดแกร่ง “แจน–เจนนิสา คูวินิชกุล” เจ้าของแบรนด์เครื่องหอมไทยชื่อก้อง Jainnisa และ ปริมมาลัย ซึ่งฮิตฮอตไปทั่วเกาะอังกฤษ, ตลาดเอเชีย และตะวันออกกลาง

“แจน-เจนนิสา” เป็นผู้หญิงทำงานเก่ง แถมแต่ละงานเป็นงานหนักต้องลุยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับ “Glencore” ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยักษ์ใหญ่ด้านทรัพยากรธรรมชาติของโลก ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจน้ำมัน, เหมืองแร่, ดีบุก, อะลูมิเนียม การเปิดบริษัทเทรดสินค้าของตัวเองในชื่อ “Prosta Asia” ตลอดจนเคยเป็นหนึ่งในทีมงานของบริษัทคอนซัลติ้งชั้นนำ “แมคเคนซีย์” กระทั่งมาถึงปัจจุบันรั้งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงดูแลกิจการอะลูมิเนียมของครอบครัว “MT Alumet” หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านอะลูมิเนียมระดับภูมิภาคเอเชีย

จากซีอีโอหญิงบ้างาน  ผันตัวมาทำเครื่องหอมที่ดูผู้หญิงๆ ได้อย่างไร

ธุรกิจเครื่องหอมเริ่มต้นมาจากความเครียดและกดดันกับงานที่ทำอยู่ “แจน” ทุ่มเทให้กับงานมาก และต้องเดินทางบ่อย ทำให้ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง คุณภาพชีวิตก็ดร็อปลง แต่ก่อนนี้รู้สึกว่าการเป็นผู้หญิงเป็นอะไรที่ด้อย เพราะเราทำงานกับผู้ชายเยอะมาก ตอนทำงานอยู่แมคเคนซีย์ที่ฮ่องกง คนแวดล้อมเป็นผู้ชาย โรงงานที่บ้านก็ผู้ชาย โรงงานกลั่นน้ำมันก็ผู้ชาย ไฟแนนซ์ก็เป็นโลกของผู้ชาย มีหลายครั้งที่หลบเข้าห้องน้ำไปร้องไห้ เพราะเครียดและกดดันมาก แต่พอออกมาต้องทำหน้ายิ้มสู้ต่อ

...

“แจน” กลัวตัวเองจะนอตหลุดซะก่อน เลยขอพักเบรกจากเรื่องเครียดๆ หันมาทำอะไรสวยๆงามๆบ้าง ตอนเปิดตัว Jainnisa ที่ประเทศอังกฤษ มีนักข่าวถามว่าแบ็กกราวนด์มาจากธุรกิจความงามเหรอ ก็ตอบไปว่า เปล่าค่ะ ทำอะลูมิเนียม (หัวเราะ) แต่ก็เข้าใจสินค้าเป็นอย่างดีนะ เพราะการพักผ่อนจริงๆของ “แจน” ตอนอยู่เมืองนอกคือ การหนีไปนอนตามรีสอร์ตสวยๆ และเข้าสปา ลองมาแล้วทั่วโลกค่ะ จึงรู้ดีว่าผู้หญิงต้องการอะไร

ยากไหมคะกว่าจะพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพระดับสากล

ถ้าคิดจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง เมืองไทยน่าจะได้อะไรสักอย่างด้วย!! “แจน” คิดอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่ทำ เรามีส่วนผสมวัตถุดิบจากเมืองไทย เป็นการยืนยันว่าเรา got the best from both world คือได้เทคโนโลยีที่ดีของอังกฤษ และส่วนผสมที่ดีที่สุด จริงแท้ที่สุด เฉพาะตัวที่สุดจากเมืองไทย “แจน” บอกทีมงานเสมอว่า ถ้าทำแล้ว “แจน” ไม่อยากใช้...ไม่ต้องทำ และถ้าทำแล้ว เสียชื่อเมืองไทย ก็ไม่ต้องทำ!! สินค้าที่ทำออกมาต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจริงๆ เพราะตั้งเป้าไว้แบบนี้ กว่าจะพัฒนาโปรดักส์ได้อย่างที่ต้องการ จึงมีการรีเจ็คกลับไปเยอะมาก

ทำไมถึงเลือกเปิดตัวเครื่องหอมไทยในอังกฤษ

เพราะคนที่นั่นเข้าใจผลิตภัณฑ์แนวนี้มากกว่าบ้านเรา “แจน” ได้เจออดีตบรรณาธิการความงามของโว้ก ยูเค พอเขาได้ลองผลิตภัณฑ์ แล้วชมว่า...ว้าว! เท็กซ์เจอร์ดีมาก ต้องฮิตแน่ๆ ทำให้เราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง คือกูรูด้านความงามยังโหวตให้สินค้าของเรา และยอมรับว่าเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ แสดงว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว

คิดว่าเสน่ห์ของดอกไม้ไทยอยู่ตรงไหน

“แจน” มองว่า การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นคือการแบ่งปันประสบการณ์เพื่อให้ผู้ใช้ได้มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ยังมีอีกโลกที่สวยงามมากๆ ดอกไม้ไทยในมุมของ “แจน” มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใครในโลก ในขณะที่ยี่ห้อเครื่องหอมชื่อดังของอังกฤษไม่มีดอกไม้เยอะเท่าเรา ต้องหาทางออกไปเป็นสมุนไพรบ้างและผลไม้บ้าง แต่ของบ้านเรามีดอกไม้เยอะแยะกว่าพวกฝรั่งเป็นร้อยเท่าพันเท่า ซึ่งเราสามารถนำมาทำอะไรได้มากกว่าเขาเยอะ

...

...

และที่สำคัญยังเป็นการอนุรักษ์ดอกไม้ไทยด้วยนะคะ โดยดึงเอากลิ่นหอมของดอกไม้พื้นเมืองจากภูมิภาคต่างๆของเมืองไทยมาสร้างสรรค์เครื่องหอมคุณภาพ เช่น ดอกพิกุลจากพระนครศรีอยุธยา ดอกไม้ขนาดเล็กสีขาวที่มีกลิ่นหอมตลอดปี แต่มีอายุสั้นและร่วงหล่นง่าย ต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญสูงในการสกัดกลิ่น, ดอกลำเจียกจากนครศรีธรรมราช เป็นดอกไม้กลิ่นบางเบาแต่แหลมหวานคล้ายกลิ่นผลไม้ตระกูลส้ม การเก็บดอกลำเจียกต้องทำในช่วงเช้าก่อนดอกจะบานเพื่อรักษากลิ่นหอมให้อยู่ได้นานที่สุด การกลั่นสกัดจึงต้องทำในภาชนะปิดเพื่อรักษาคุณภาพและกลิ่นเฉพาะตัว หรือแม้แต่กระดังงาไทยจากแพร่, จำปาจากชัยภูมิ, มะลิซ้อนจากนครปฐม และพุดซ้อนจากเชียงใหม่ ก็ล้วนแต่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

อะไรคือจุดขายที่โดดเด่นของเครื่องหอมแบรนด์  Jainnisa

เราไม่ได้ใช้กลิ่นของดอกไม้ชนิดหนึ่งชนิดใดโดยเฉพาะ แต่ใช้กลิ่นที่เรียกว่ามาลัย เป็นการรวมตัวของดอกไม้สี่ห้าชนิด ในลักษณะเดียวกับพวงมาลัย ซึ่งพวงหนึ่งจะประกอบไปด้วยดอกไม้ไทยหลายชนิด เช่น ดอกจำปี, ดอกโมก, กุหลาบ และมะลิ ทำให้เกิดกลิ่นหอมพิเศษมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เมื่อประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตชั้นสูง ซึ่งเราลงทุนจ้างคนปรุงเครื่องหอมมือหนึ่งของเครื่องหอมชื่อดังประจำเกาะอังกฤษ ทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเราได้มาตรฐานระดับโลก โดยโปรดักส์สร้างชื่อให้แบรนด์ Jainnisa คือ น้ำมันหอมหยดใส่อ่างอาบน้ำ และบอดี้ซูเฟล

...

นอกจากเกาะอังกฤษแล้ว แบรนด์  Jainnisa ยังไปบุกเบิกตลาดที่ไหนอีก

หลังจากประสบความสำเร็จในการทำตลาดที่อังกฤษ “แจน” ตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์อีกยี่ห้อหนึ่งคือ ปริมมาลัย “Primmalai” เพื่อเน้นบุกตลาดในเอเชียและตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยจะมีความแมสกว่า ส่วนคอนเซปต์ก็ไทยกว่า เป็นแบรนด์ที่แอบภูมิใจ เพราะเน้นความเป็นไทยในดีกรีเข้มข้นกว่าเดิม โดยโปรดักส์ของแบรนด์ปริมมาลัย มีการสร้างสรรค์กลิ่นแปลกๆที่หาได้ยาก เช่น พิกุล ก็มีให้เลือกทั้งพิกุลหน้าร้อน, หน้าหนาว และหน้าฝน ซึ่งกลิ่นไม่เหมือนกันเลย หรือดอกปีบ, ดอกโมก และลำเจียก ที่ทั้งหอมและเปี่ยมด้วยความหมาย ก็นำมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องหอมสไตล์ไทยแท้ๆ “แจน” มั่นใจว่า สินค้าของเราไม่มีใครลอกเลียนแบบได้

ชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม  หลังมาขลุกอยู่กับเรื่องสวยๆงามๆ

แฮปปี้ที่สุดเลยคะ “แจน” ทำงานที่ต้องเจอกับความเครียดมหาศาลตลอดเวลา จึงเข้า ใจผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องทำงานหนัก ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่นำดอกไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทั้งใช้เป็นเครื่องประทินผิว เครื่องประดับ หรือเครื่องตกแต่งสถานที่ต่างๆ มีผลต่อร่างกายและจิตใจคนเรามาก เช่น กลิ่นของดอกกระดังงาช่วยให้ผ่อนคลายและลดความรู้สึกเจ็บปวด, กลิ่นของดอกมะลิช่วยให้มีสมาธิและมีความสนใจดีขึ้น, กลิ่นของพืชตระกูลมะนาวช่วยลดภาวะความจำเสื่อม บรรเทาอาการนอนไม่หลับจากความเครียดหรือเจ็บปวด

ในอนาคตแบรนด์เครื่องหอมไทยแท้ๆ มีสิทธิขึ้นหิ้งเป็นเบอร์หนึ่งของโลกไหม

(ยิ้ม) ทุกวันนี้ที่คิดสร้างธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องหอม ไม่ได้คิดการใหญ่อะไรขนาดนั้น ไม่เคยมองเป้าหมายเป็นตัวเลขหลายพันหลายหมื่นล้านเหมือนธุรกิจอะลูมิเนียมที่ดูแลอยู่ แต่ถ้าแบรนด์นี้เติบโตมากขึ้น “แจน” คงภูมิใจ และเมืองไทยก็น่าจะภูมิใจไปกับเราด้วย ที่สามารถนำจุดเด่นและคุณค่าของดอกไม้เมืองร้อนมาผสานกับศาสตร์ของสุคนธบำบัดและภูมิปัญญาคนไทย ศาสตร์อายุรเวทของเมืองไทยอย่างการนวดและสปาแบบไทยๆโด่งดังไปทั่วโลก อยากให้คนไทยคิดเหมือน “แจน” ว่า ดอกไม้ไทยของเราก็มีคุณค่าไม่แพ้พฤกษาของโลกตะวันตก และนี่คือเหตุผลที่คนทั้งโลกต่างติดอกติดใจในเสน่ห์ความหอมแบบไทยแท้ๆ.

ทีมข่าวหน้าสตรี