รศ.พญ.พรรณทิพา
การค้นคว้าหานวัตกรรมที่ดีที่สุด เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับเด็ก นับเป็นสิ่งที่แพทย์ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ล่าสุดแพทย์ไทยได้ร่วมนำเสนอ ผลสำเร็จของการวิจัยนวัตกรรมโภชนาการด้านซินไบโอติกในเด็กไทย ในการประชุมวิชาการทาง การแพทย์ เพื่ออัพเดทความรู้ล่าสุดเกี่ยวกับการเสริมสร้างภูมิต้านทาน เพื่อช่วยป้องกันและลด ปัญหาด้านสุขภาพแก่เด็กไทย ที่ “ดูเม็กซ์” หนึ่งในผู้นำด้านโภชนาการเด็กระดับโลก จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้
รศ.พญ.จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ หัวหน้าหน่วยโรคภูมิแพ้และอิมมูนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า ทุกวันนี้เด็กเล็กมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ประกอบกับถ้าต้องนำไปฝากเลี้ยงที่เนิร์สเซอรี่ ก็จะทำให้เด็กมีโอกาสป่วยสูงขึ้น ยิ่งต้องเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างมาก ทำให้สภาพร่างกายตั้งรับไม่ไหว
ด้าน รศ.พญ.พรรณทิพา ฉัตรชาตรี จากหน่วยโรคภูมิแพ้และอิมมูนวิทยา จุฬาฯ กล่าวถึงแหล่งสร้างภูมิ คุ้มกันที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของร่างกาย คือลำไส้ ซึ่งมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้าน ทานของร่างกาย “และ อาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้จุลินทรีย์เหล่านี้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จึงได้มีการศึกษาว่า จะทำอย่างไรที่จะช่วย เพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพในเด็กวัย 1-3 ปี ซึ่งเป็นวัยซน มีโอกาสติดเชื้อโรคได้มาก โดยการทดลองปรับสูตรนมที่เป็นอาหารหลักของเด็กวัยนี้ โดยเพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือโพรไบโอติก ร่วมกับใยอาหาร หรือพรีไบโอติก ที่ช่วยให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตได้ดี มีจำนวนเพียงพอที่จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน ซึ่งอาหารที่มีทั้งโพรไบโอติก และพรีไบโอติกนี้รวมเรียกว่า “ซินไบโอติก”
จากผลการศึกษาในเด็กไทยที่ได้รับนมสูตรซินไบโอติกพบว่า จะมีจุลินทรีย์สุขภาพบิฟิโดแบคทีเรียเพิ่มมากกว่าเด็กที่ได้รับนมสูตรทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มขึ้นถึง 33% ของปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด และเด็กที่ได้รับนมสูตรซินไบโอติกยังถ่ายได้ง่ายขึ้น ทำให้ท้องผูกน้อยลง ที่สำคัญคือเด็กควรได้รับซินไบโอติกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสุขภาพของลำไส้ให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง.
...