เพราะมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่อยากทำงานรับใช้ประเทศชาติ จึงทำให้หนุ่มนักเรียนนอก ปั๊บ-ร.ท.ภาคภูมิ กันทาธรรม ผู้มีพร้อมทั้งความรู้ความสามารถ และฐานะทางบ้าน ตัดสินใจเข้ารับราชการทหาร กินเงินเดือนแบบพอเพียง แทนการนั่งทำงานในองค์กรเอกชนที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นการเดินตามรอยบุพการี สวัสดิภาพ กันทาธรรม อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยการเข้าทำงานในส่วนของสำนักงบประมาณ สำนักงานปลัดกลาโหม
ย้อนกลับไปในชีวิตวัยเรียน ต้องบอกว่า ปั๊บ เป็นลูกชายคนเล็กในจำนวนลูกเพียงสองคนของ สวัสดิภาพ และ วรรณพร กันทาธรรม เจ้าของโรงเรียนอนุบาลผึ้งน้อยที่โด่งดังในอดีต ความที่เป็นลูกผู้ชาย ปั๊บ และพี่ชายจึงถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ไฮสกูล เพื่อให้ ได้ภาษาอังกฤษที่แกร่ง จนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจจาก Bellevue University ประเทศสหรัฐอเมริกา ปั๊บ จึงตัดสินใจกลับมาเรียนต่อปริญญาโท ด้านการจัดการ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์ และทำงานหาประสบการณ์อยู่พักใหญ่ จนค้นพบว่าตัวเองอยากเป็นเหมือน พ่อมากกว่าจะทำงานมีเงิน เดือนเยอะๆเพียงอย่างเดียว
“อยากเป็นเหมือนพ่อ คือ อยากมีความเป็นผู้นำ เวลาพูดอะไรคนรู้สึกทึ่ง รู้สึกเกรงขาม และนำไปปฏิบัติตาม ได้สอน ได้พัฒนา ได้ทำอะไรเพื่อประเทศชาติ ในเมื่อเราพอมีเงินพอลงทุนทำโน่นทำนี่ได้โดยไม่ต้องใช้เวลาไปอยู่กับมันเต็มที่ เราก็ควรเอาเวลามาทำอะไรเพื่อประเทศชาติ เพื่อความภาคภูมิใจ เลยตัดสินใจเข้ารับราชการทหาร และได้ทำงานที่แผนกการจัดงบประมาณกลาโหม สำนักงบประมาณ สำนักงานปลัดกลาโหม”
ปั๊บ บอกถึงสิ่งที่เลือกทำ เพราะมองว่า อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ จะมากหรือน้อยก็ถือเป็นความภาคภูมิใจ โดยยึดในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง เพราะได้รับการปลูกฝังจากบุพการีมาตลอด โดยท่านอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานที่มีคนมานำเสนอผลประโยชน์ให้มากมาย แต่ท่านไม่รับสินบนใคร ซึ่งคนที่พูดแบบนี้ได้ พื้นฐานจิตใจต้องมีความพอเพียงทั้งในด้านฐานะ และด้านจิตใจ ไม่คิดจะเอาของใคร ที่สำคัญคือ ปั๊บ ยังเป็นคนที่เกลียดคนโกง และเกลียดคนที่ไม่มีความละอายใจ
เมื่อมีจิตใจที่หนักแน่นและพร้อมจะรับใช้ประเทศชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเช่นนี้ ต้องถือเป็นข้าราชการตัวอย่าง ที่เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนดีและซื่อสัตย์อีกด้วย ซึ่งทุกวันนี้หาได้น้อยมากแล้ว!!!
...