เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สวยโดยไม่ต้องเจ็บตัวเท่ากับการผ่าตัด…ไทยรัฐออนไลน์พาไปรู้จักกับการทำศัลยกรรมพร้อมกับพาไปทดสอบความเจ๋ง แจ๋ว ของคลินิก NYC แบรนด์คุณภาพคับแก้วจากนิวยอร์ก ไปดูว่าสวย-หล่อด้วยเทคนิคใหม่ๆ แบบไม่เจ็บตัวเป็นอย่างไร...!
คำแนะนำ มือใหม่ ...
"เทรนด์ใหม่คือสวยโดยไม่ต้องเจ็บตัว...?" นพ.ปิยวัฒน์ ภูมิสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและชะลอวัยเริ่มต้นประโยคเรียกความสนใจ ก่อนจะแนะนำขั้นตอนแรกสำหรับมือใหม่ในการทำสวยหล่อด้วยมือแพทย์ว่า ขั้นตอนแรกคนที่จะมาทำหน้าจะหาข้อมูลมาพอสมควร พร้อมกับมีปัญหาอยู่ในใจว่าอยากทำอะไรกับตัวเองบ้าง
“แพทย์ต้องจูนและสื่อสารความต้องการให้ตรงกัน ว่าเขาเหมาะกับอะไร บางคนกังวลเรื่องเม็ดสี มีฝ้ามีกระ แต่เขามีริ้วรอย แก้มคล้อยมากกว่า ซึ่งตัวเองไม่ได้คิด พอเข้าใจกัน เราก็จะวางแผนให้เขาทั้งหมดว่าจะแก้อย่างไร พร้อมกับบอกข้อดีข้อเสียแต่ละอย่างเราก็ต้องพูดให้เขาฟัง”
เทรนด์ วีเชฟ สวยไม่ต้องเจ็บตัว...
แพทย์ประจำคลินิก NYC ชื่อดังบอกว่า เทรนด์วีเชฟ (หน้ารูปตัววี) โดยไม่ต้องศัลยกรรมก็กำลังได้รับความนิยม
...
“เราก็จะต้องบอกทางเลือกว่าทำอย่างไรจะให้หน้าเรียวได้ 1.ใช้เครื่องยกกระชับหน้าหรือโดยจะมีการฉีดโบท็อกซ์ร่วมเข้าไปด้วย ซึ่งถ้าเป็นการนวดกระชับหน้า ข้อเสียมันคือต้องทำหลายครั้ง แต่ข้อดีก็คือสบายนอนธรรมดาไม่เจ็บตัวแต่ทำแบบเป็นคอร์ส ยาวราว 9-12 ครั้ง (ครั้งละ 5,000 บาท) 1- 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลา วิธีนี้กับผู้หญิงที่มีอายุเยอะ อาจจะมีส่วนในกลุ่มวิตามินเสริมเข้าไปด้วย (ผู้หญิงหน้าจะดร็อปในช่วงวัย 25 ปี แต่ว่าเริ่มเห็นด้วยตาเปล่าอายุ 28-29 ปี ส่วนผู้ชายหน้าจะดร็อปอายุ 30 ปี) ซึ่งการยกกระชับใบหน้านี้ ถ้าคุณอายุ 60 ปี จะสามารถทำให้หน้าเหมือนคนที่อายุ 30 ปีได้เลยทีเดียว”
'ร้อยไหม' ฮิตติดลมบน..
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการร้อยไหมอันดับต้นๆ ของประเทศไทยบอกทางเลือกที่ 2 เรียกว่าการร้อยไหม บอกว่า ยกกระชับด้วยวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการยกกระชับ 1 เท่าตัว แถมยังทำเพียงครั้งเดียวมันจะอยู่กับเราไป 6- 8 เดือน
“การร้อยไหมดั้งเดิมเทคนิคมาจากฝั่งยุโรปคือการเอาไหมละลายใส่เข้าไปในใต้ผิวหน้าทั่วผิวหน้า พวกนี้ไม่ได้ไปยึดรังหรือว่าไปยึดติดกับอะไรอย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยไหมที่ลอยติดอยู่ที่ผิว แล้วก็ค่อยๆ ละลาย โดยวิธีทำอาจจะเจ็บนิดๆ ต้องทายาชาหลังจากนั้นก็ใช้เข็มพิเศษ (หัวทู่ไม่ใช่หัวแหลม) ที่มีไหมอยู่ข้างในสอดไปใต้ผิวหนัง 3 โซน เหมือนกับฉีดยา โดยปกติทั่วหน้าจะอยู่ที่ 120-180 เส้น ส่วนใหญ่แล้วถ้าอายุไม่มาก 30 ต้นๆ แค่รอยในส่วนล่างก็พอ แต่ว่าถ้าอายุมากขึ้น 40 ปี อาจจะรอย 2 ส่วนหรือรอยทั่วหน้า สนนราคาเหมารวมทั้งใบหน้า 120,000 (จากราคา 150,000บาท) ทำเพียงครั้งเดียวหน้าจะตึงแบบแสดงอารมณ์ได้และเห็นผลทันตา”
คุณหมอคนเก่งบอกว่า ข้อแตกต่างจากไหมทองกับไหมละลายว่า ไหมละลายจะละลายออกหมด 100 % แต่ไหมทองจะละลายไม่หมด โดยข้อดีของไหมทองอย่างหนึ่งก็คืออยู่ได้นาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปสร้างผิวใหม่อะไร ที่สำคัญไหมทองที่เหลืออยู่อาจจะมีปัญหาภายหลัง เช่น อาจจะทำเลเซอร์บางตัวไม่ได้ อาจจะเวลาทำฟันเอกซเรย์อาจจะมองไม่เห็นมีรายงานว่ามีไหมหักด้วย แต่กับไหมธรรมดา สามารถทำได้ทุกอย่าง ยิงเลเซอร์ ฉีดโบท็อกซ์ นวดหน้าได้ อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะทำแบบไหนก็ต้องรักษาสุขภาพอย่าดื่มเหล้ามาก นอนน้อยมันก็จะโทรมเร็ว
...
หญิง-ชาย ใครทำศัลยกรรมมากกว่ากัน..
คุณหมอมือทำสวย บอกถึงกระแสการทำศัลยกรรมระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายว่าปัจจุบัน ผู้หญิงมากกว่า แต่ตัวเลขผู้ชายจะทำเพิ่มขึ้นพอสมควร “ตอนนี้เทรนด์การทำสวย-หล่อ ที่แข่งขันกันมากมายก็คือ ทำอย่างไรให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด อย่างคลินิกเรามั่นใจได้ที่นี่ทำให้ผิวของคุณกลับมาเด็กอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การทำศัลยกรรมด้วยการผ่าตัดดึงหน้า เพราะผิวที่ตึงนั้นจะเป็นผิวที่บางแบบคนแก่ ดังนั้นเทรนด์ใหม่ในวันนี้ก็คือการย้อนวัย เป็นวิธีที่ยั่งยืนกว่า ธรรมชาติมากกว่า อันตรายน้อยกว่า บางเคส ถ้าทำหลายๆ อย่างรวมกันอย่างเหมาะสมอาจะจะดึงหน้ากลับไป 10-15 ปี
ข้อคิดปิดท้าย..
สุดท้าย คุณหมอแนะนำวิธีเลือกสถานประกอบการในการทำสวยว่าควรหาความรู้ก่อนที่จะเข้าปรึกษาสถานความงามในแต่ละที่ และควรจะเปรียบเทียบหลายที่ แล้วจึงตัดสินใจ
“ซึ่งจุดเด่นของ NYC ที่นี่คือการรวมเลือกทรีตเมนต์ที่ดีที่สุดแต่ละประเทศเข้ามามีทั้ง คนเอเชีย คนยุโรปและคนอเมริกา แล้วก็การรวมของทรีตเมนต์ให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ทรีตเมนต์ที่อัพเดต การร้อยไหมการฉีดโบท็อกซ์ก็เป็นเทคนิคแบบแอดวานซ์ ซึ่งจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติหน้าจะไม่ตึงแบบแสดงสีหน้าไม่ได้ แม้กระทั่งการฉีดฟิลเลอร์หมอที่นี่ก็ใช้การเทคนิคเข็มทู่ ซึ่งจะไม่ทำลายผิวรับประกันความพอใจแน่นอน” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิวอันดับต้นๆ ของประเทศไทยกล่าวในที่สุด
...