ราชอาณาจักรตองกา เป็นเพียงประเทศหมู่เกาะเล็กๆในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ซึ่งมีประชากรอยู่แค่แสนกว่าคนเท่านั้น พื้นที่รวม 748 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ 160 กว่าเกาะ มีเพียง 52 เกาะ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริง มีทำเลที่ตั้งบนแผนที่โลกอยู่ระหว่างนิวซีแลนด์ กับรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา รายได้หลักส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว, ประมง, การเกษตร, เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และเงินแรงงานในต่างประเทศ
สำหรับประชาชนชาวไทยรู้จักชื่อเสียงของราชอาณาจักรตองกาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็เมื่อครั้ง สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5 แห่งตองกา ซึ่งขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ฯเสด็จเยือนประเทศไทย ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549
นอกจากนี้ นักอ่านชาวไทยยังมีโอกาสได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของราชอาณาจักรตองกา ผ่านตัวอักษรที่โลดแล่นในหนังสือ “มนต์รักทะเลใต้” บทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงบันทึกไว้ระหว่างเสด็จฯเยือนประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เมื่อปี 2539 โดยมีตองกาเป็นเป้าหมายสำคัญ
...
เพื่อรำลึกถึงการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์นักพัฒนาประชาธิปไตยแห่งตองกา “สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5” อันเนื่องมาจากโรคมะเร็ง เม็ดเลือดขาว ขณะมีพระชนมายุ 63 พรรษา ณ โรงพยาบาลควีนแมรี่ เกาะ ฮ่องกง เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2555 เวลา 15.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐจึงขอหยิบยกเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับตองกา ตลอดจนภาพความประทับใจที่มีต่อกษัตริย์หนุ่มใหญ่ผู้ครองตัวเป็นโสดทั้งชีวิตมาเล่าสู่กันฟัง แถมด้วยบทวิเคราะห์ถึงอนาคตของตองกา ภายใต้การปกครองของกษัตริย์หนุ่มองค์ใหม่
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเล่าไว้ว่า ราชอาณาจักรตองกาปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญโดยราชวงศ์ตูปู มีสภานิติบัญญัติ แต่มีสมาชิกแค่ 28 คน มาจากการเลือกตั้ง 9 คน คณะรัฐมนตรี 10 คน เป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ประกอบด้วยเกาะประมาณ 160 กว่าเกาะ ประชาชนเป็นคนเชื้อชาติโพลินีเซีย มาตั้งถิ่นฐานอยู่นานแล้ว ชาวตะวันตกมาถึงครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 17 พวกมิชชันนารีมาเผยแพร่คริสต์ศาสนาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 กษัตริย์ชาวพื้นเมืองเลื่อมใส ในช่วงนั้นมีชาติตะวันตกมาเผยแผ่อิทธิพลหลายชาติ จนในที่สุดมีปฏิญญาเบอร์ลินกำหนดให้ตองกาเป็นเขตกลาง ต่อมาเยอรมนีกับอังกฤษตกลงกัน โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้รับรองให้ตองกาเป็นดินแดนในอารักขาของอังกฤษในปี 1900 และเป็นเอกราชในปี 1970
ในบทพระราชนิพนธ์ดังกล่าว ทรงเล่าถึง “สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5” ซึ่งขณะนั้นยังทรงดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร ด้วยความชื่นชมว่า เจ้าชายมีพระชนม์ 48 พรรษา ยังมิได้ทรง อภิเษกสมรส ทรงศึกษาที่ตองกา นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมและมัธยม เรียนทหารที่วิทยาลัยแซนด์เฮิร์สต์ และเรียนการต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ส่วนมากจะทรงงานด้านต่างประเทศและการท่องเที่ยว
เมื่อเสด็จถึงเขตตำหนักเดอะ วิลล่า ของมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเล่าว่า “เจ้าชายพระทัยดี ให้ข้าพเจ้าอยู่ ส่วนท่านเองไปประทับ โรงแรม เมื่อมาถึงตำหนัก เจ้าชายทรงรอรับอยู่ในห้องรับแขก ท่านทรงบ่นว่าโปรแกรมของข้าพเจ้าดูจะแน่นไป อยากให้ทำตัวสบายๆ อยากจะทำอะไร หรือไม่อยากทำอะไรก็บอก ไม่ต้องเครียด คืนนี้ก็รับประทานอาหารกันแบบกันเอง แล้วท่านก็ให้ข้าพเจ้าพักผ่อน ประมาณทุ่มหนึ่ง ออกไปตรงที่เขาเตรียมจัดโต๊ะ พวกเจ้าภาพเอาพวงมาลัยดอกไม้มาให้ทุกคน...เจ้าชายเสด็จมาคุยด้วยเล่าเรื่องที่ท่านเสด็จเมืองไทย และธุรกิจดาวเทียม โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ สักพักท่านเข้าครัวไปบอกว่าจะทำกับข้าวให้ ขอไปดูก็ไม่ให้ดู ทำท่าลึกลับ ข้าพเจ้าเลยให้ทีวีเข้าไปถ่าย ข้าพเจ้า และคนอื่นๆไปนั่งรับประทาน เจ้าชายทำปลานึ่ง
...เจ้าชายนั้น ท่านคุยเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรเยอะ ท่านมีความรู้กว้าง อธิบายได้ดี แปลกที่ข้าพเจ้ารู้จักใคร และลองพูดถึง ท่านก็รู้จักเสียเป็นส่วนมาก เมื่อรับประทานเสร็จตามธรรมเนียมสากล เขาก็ต้องมีการปราศรัย เจ้าภาพจะต้องพูดก่อน แต่ธรรมเนียมที่นี่คือผู้ใหญ่ไม่พูดเอง ต้องมีโฆษก เลขาธิการสำนักนายกฯ ออกมาพูด ก็พูดเรื่องยินดีต้อนรับตามธรรมเนียม...ประมาณหกโมงเช้าออกจากตำหนักไปสนามบิน เมื่อเลี้ยวเข้าสนามบิน เจ้าหญิงท่านทักว่านั่นรถเจ้าชายอยู่ตรงนั้น เจ้าชายมาส่ง ไม่ได้มีหมายว่าท่านจะมา ระหว่างคอยเวลาขนของ ท่านเล่าว่าท่านรู้จักเกาะคุกเป็นอย่างดี นั่งรถครึ่งชั่วโมงก็ทั่ว บ้านเรือนสิ่งก่อสร้างต่างก็อยู่แต่ริมทะเลรอบๆ เกาะตรงกลางเป็นภูเขาไฟ”
ด้วยนิสัยใจคอที่เป็นมิตรแบบชาวเกาะของ ตองกา ทำให้ราชอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้ยึดถือนโยบายต่างประเทศสำคัญคือ การผูกมิตรกับทุกประเทศ โดยเน้นความร่วมมือด้านการพัฒนาและการค้ากับต่างประเทศเป็นหลัก ในเวทีแปซิฟิก ไอซ์แลนด์ส ฟอรั่ม ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก 16 ประเทศ ราชอาณาจักรตองกามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาด้านคมนาคม, โทรคมนาคม และประมง ขณะเดียวกัน ตองกายังยกย่องให้นิวซีแลนด์เป็นพี่ใหญ่ เนื่องจากทั้งสองประเทศผูกพันลึกซึ้งทั้งทางเชื้อชาติ, ศาสนา และประวัติศาสตร์ นิวซีแลนด์ยังเป็นผู้บริจาครายใหญ่สุดของตองกา ทำให้ตองกาได้รับอิทธิพลทางการเมืองและการปกครองจากนิวซีแลนด์อย่างมาก
...
ราชอาณาจักรแห่งนี้ยังถือเป็นราชอาณาจักรสุดท้ายของโพลินีเซียที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ปัจจุบันปกครองโดยราชวงศ์ตูปู มีพระมหากษัตริย์ปกครองประเทศมาแล้ว 5 พระองค์ รวมถึง “สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5 แห่งตองกา” ซึ่งขึ้นเสวยราชย์แทนพระราชบิดา “สมเด็จพระราชาธิบดีเตาฟาอาเฮา ตูปูที่ 4” เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2549 ขณะมีพระชนมายุ 58 พรรษา ตลอด 5 ปีเต็มของการครองราชย์ “สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5” ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นกษัตริย์นักพัฒนาประชาธิปไตย ทรงเชื่อมั่นว่า ระบอบกษัตริย์เป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศชาติ และยังทรงได้รับการกล่าวขานในฐานะสถาปนิกแห่งการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยด้วย
อย่างไรก็ดี บททดสอบแรกของการเป็นประมุขมาถึง เพียงไม่กี่เดือนหลังการเสด็จเข้าร่วมพระราชพิธีสวมมงกุฎสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของตองกา ในปี 2551 โดยมีประชาชนจำนวนมากออกเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย จนกลายเป็นเหตุให้เกิดจลาจลใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 8 คน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกดดันให้กษัตริย์หนุ่มใหญ่แห่งตองกา ต้องประกาศสละพระราชอำนาจส่วนใหญ่ โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองทุกมิติ และเปิดทางให้ปฏิรูปรัฐสภา ตลอดจนจัดการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในรอบ 165 ปี เมื่อปี 2553
ช่วงหลายเดือนมานี้ “สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จ ตูปูที่ 5” ต้องทรงต่อสู้กับมะเร็งร้ายอย่างเงียบๆ โดยเมื่อ 6 เดือนก่อน ได้เสด็จเข้ารับการผ่าตัดเนื้อร้ายที่ไตในสหรัฐอเมริกา แม้การรักษาจะได้ผลดีเกินคาด แต่มะเร็งก็ยังตามผจญไม่เลิก โดยคร่าชีวิตพระองค์ไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา
...
หลังการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตองกา พระอนุชาองค์เล็กสุดคือ “เจ้าชายตูปูโตอา ลาวากา อาตา” ซึ่งดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นครองราชย์แทนทันที โดยได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระราชาธิบดีตูปูที่ 6 นักวิเคราะห์สายราชวงศ์วิเคราะห์ว่า กษัตริย์องค์ใหม่ของตองกา อาจจะทรงมีประวัติด่างพร้อยมาบ้างจากความล้มเหลวในการบริหารธุรกิจสายการบินแห่งชาติ จนถูกกดดันให้ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อต้นปี 2549 หลังรั้งตำแหน่งมานาน 6 ปี แต่ในฐานะประมุของค์ใหม่ของตองกา น่าจะทรงปฏิบัติหน้าที่ทูตของประเทศได้ดี เพราะทรงมีบุคลิกสุภาพเรียบร้อย ไม่ฟุ้งเฟ้อ อีกทั้งยังมีประสบการณ์ทางการเมืองและการทหาร ทรงเคร่งศาสนา และหัวอนุรักษนิยม ในขณะที่กษัตริย์องค์ก่อนทรงครองตัวโสดมาตลอดชีวิต กษัตริย์องค์ใหม่กลับดูสมบูรณ์พร้อมกว่า เพราะทรงเสกสมรสกับธิดาของนายทหารใหญ่ และมีพระโอรสพระธิดาด้วยกัน 3 พระองค์
ประชาชนชาวตองกาเริ่มเรียกร้องประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2529 โดยบ่อยครั้งที่รัฐบาลไม่ได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ และการขายหนังสือเดินทางให้ชาวต่างชาติ ซ้ำร้าย กว่านั้นคือ ตองกายังถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในหกประเทศที่คอรัปชันมากที่สุดในโลก แค่สองปัญหาใหญ่ที่ว่านี้ก็สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กษัตริย์หนุ่มองค์ใหม่แน่ๆ คงต้องจับตาดูต่อไปว่า สถาบันกษัตริย์ตองกาจะสั่นคลอนหรือไม่.
...
ทีมข่าวหน้าสตรี