ยุวดี  จิราธิวัฒน์

ใครๆก็ฟันธงว่า ภูมิภาคเอเชียถือเป็นอนาคตของโลกอย่างแท้จริง โดยจะกุมบังเหียนทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจไว้ในมือแน่ๆ ภายใต้การนำทัพของยักษ์ใหญ่แดนมังกร!! นิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย อุทิศพื้นที่ให้กับผู้หญิงเอเชีย ซึ่งนับวันจะทรงอิทธิพลและมีบทบาทอย่างสำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยจัดอันดับ 50 นักธุรกิจหญิงทรงอิทธิพลที่สุดแห่งเอเชีย ประจำปี 2012 พร้อมเปิดทำเนียบ 15 นักธุรกิจหญิงดาวรุ่งที่น่าจับตามองของภูมิภาค โดยวัดจากฝีไม้ลายมือการ บริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น และการแสดงบทบาทในการหนุนส่งความเป็นมหา- อำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย

น่าภูมิใจอย่างยิ่งที่ในปีนี้ ทำเนียบการจัดอันดับของฟอร์บส์ เอเชีย มีชื่อผู้บริหารหญิงแถวหน้าของเมืองไทยรวมอยู่ด้วยถึง 3 คน นำทัพโดย “ยุวดี จิราธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้า เซ็นทรัล จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยบอสหญิงคนเก่ง วัย 58 ปี ของค่ายเซ็นทรัล ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 50 นักธุรกิจหญิงทรงอิทธิพลแห่งเอเชีย เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างผลงานไว้โดดเด่นในการผลักดันธุรกิจของครอบครัวให้ผงาดขึ้นเป็นห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งของเมืองไทยชนิดไร้คู่แข่ง เธอยังรุกคืบไปอีกก้าว ด้วยการนำพาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล อายุเก่าแก่กว่า 65 ปี สยายปีกไปเปิดสาขาทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยมีตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งกำลังรวยวันรวยคืน เป็นเป้าหมายสำคัญ

...

อีกสองนักธุรกิจหญิงไทยที่อยู่ในทำเนียบ 15 นักธุรกิจหญิงดาวรุ่งน่าจับตามองของเอเชีย คือ “นิชิต้า ชาห์” กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท จีพี กรุ๊ป วัย 31 ปี ซึ่งถือเป็นผู้บริหารเลือดใหม่ไฟแรงสุดๆ สาวไทยเชื้อสายอินเดียผู้นี้เป็นมหาเศรษฐีรุ่นใหม่ของเอเชียที่ทั้งเก่ง ทั้งสวย แต่ไม่โสดซะแล้ว เพราะเพิ่งลั่นระฆังวิวาห์ไปกับมหาเศรษฐีชาวนิวยอร์ก ล่าสุด ปีที่แล้วยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นมหาเศรษฐีรวยที่สุดเป็นนัมเบอร์ 27 ของเมืองไทย ด้วยสินทรัพย์มูลค่า 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยครอบครัวของเธอย้ายรกรากจากอินเดียเข้ามาทำธุรกิจในกรุงเทพฯ เมื่อ 90 กว่าปีก่อน และสร้างฐานะร่ำรวยจากการค้าข้าวส่งออกขายในตะวันออกกลางและแอฟริกา หลังเรียนจบจากอเมริกา เธอได้เข้ามาช่วยงานบิดา “กิริต ชาห์” เมื่อหลายปีก่อน โดยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลกิจการทั้งหมดในเครือจีพี กรุ๊ป หนึ่งในนั้นรวมถึงการเป็นกรรมการบริหารบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจขนส่งทางทะเลใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ตลอดจนดูแลธุรกิจโรงแรม, อสังหาริมทรัพย์, สายการบินเจ็ต แอร์เวย์ส และแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้า Nsha

น่าจับตามองอย่างยิ่งในฐานะนักธุรกิจหญิงไทยที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล จนเข้าตาฟอร์บส์ ต้องยกให้ “วันดี กุญชรยาคง” ประธานกรรมการบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) วัย 53 ปี ซีอีโอหญิงสุดแกร่ง คือผู้สร้างอาณาจักรโซลาร์ ฟาร์ม ฟาร์มแสงอาทิตย์ผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครอบคลุมถึงการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 6 เมกะวัตต์ จำนวน 34 แห่ง, ธุรกิจบริการรับเหมาโซลาร์ฟาร์มแบบครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนธุรกิจบริหารด้านปฏิบัติการและบำรุงรักษาโซลาร์ฟาร์ม ความฝันสูงสุดในชีวิตของเธอก็คือ อยากสร้างพลังงานสะอาดให้กับโลก พร้อมๆกับสร้างอาชีพให้กับชาวชนบทของไทยด้วย

ทำเนียบ 50 นักธุรกิจหญิงทรงอิทธิพลแห่งเอเชียคงจะสมบูรณ์แบบไม่ได้ ถ้าขาดชื่อของซีอีโอหญิงเหล็กระดับแถวหน้าของภูมิภาค เช่น “ฮุน จอง—อึน” ประธานใหญ่ วัย 57 ปี แห่งฮุนได กรุ๊ป ซึ่งพิสูจน์ฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว หลังเข้ารับช่วงสะสางฮุนได กรุ๊ป ต่อจากสามี ซึ่งฆ่าตัวตายหนีปัญหาธุรกิจล้มละลายและคอรัปชัน เมื่อปี 2003 โดยนางสิงห์เหล็กผู้นี้ขึ้นชื่อว่ามีสายสัมพันธ์เหนียวแน่นกับผู้นำเกาหลีเหนือ และเป็นบุคคลสำคัญเพียงไม่กี่คนของเกาหลีใต้ที่เดินทางไปร่วมพิธีศพของอดีตประธานาธิบดีคิม จอง-อิล โดยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้นำคนใหม่ของเกาหลีเหนือ “คิม จอง-อุน”

...

ในทำเนียบเดียวกันยังมีเพื่อนมหาเศรษฐีนักธุรกิจที่โด่งดังไปทั่วเอเชียอีกหลายคน รวมถึง “มาดามโฮ ชิง” ผู้อำนวยการบริหารและซีอีโอใหญ่บริษัทเทมาเส็กของสิงคโปร์ โดยตลอด 8 ปีเต็มที่ภริยาของนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง แห่งสิงคโปร์ กุมบังเหียนบริหารกิจการยักษ์ใหญ่ของรัฐ “มาดามโฮ” สร้างรายได้ให้เทมาเส็กเพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 3 เท่าตัว จาก 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2003 พุ่งขึ้นเป็น 149,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เธอยังได้รับเครดิตอื้อซ่าส์จากการนำเทมาเส็กบุกเบิกไปลงทุนในต่างประเทศ จนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ

...

ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน มีนักธุรกิจหญิงเก่งๆ และร่ำรวยมากมายนับไม่ถ้วน รายที่น่าสนใจที่สุดในวินาทีนี้ ต้องยกให้ “หวู หยาจุน” ผู้ก่อตั้งบริษัทลองฟอร์ พร็อพ-เพอร์ตี้ส์ เจ้าแม่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ยักษ์ของประ- เทศจีน หมวยใหญ่วัย 47 ปี เพิ่งแย่งตำแหน่งเศรษฐินีรวยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของจีนมาจากแชมป์เก่า “เฉิง หยาง” ราชินีแห่งขยะ ซึ่งร่ำรวยจากการผลิตวัสดุแพ็กเกจ-จิ้งในนามของบริษัทไนน์ ดราก้อนส์ เปเปอร์ โดยมีสินทรัพย์มูลค่าถึง 5,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ติดทำเนียบดอกไม้เหล็กทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียด้วยก็คือ “จาง ซิน” ซีอีโอหญิงแกร่งสู้ชีวิต วัย 46 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัทโซโห เจ้าแห่งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่สุดของกรุงปักกิ่ง เธอติดโผมหาเศรษฐีรวยที่สุดเป็นอันดับ 16 ของประเทศจีน โดยมีสินทรัพย์มูลค่า 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็นตัวอย่างของคนจนที่สู้ชีวิตจนสามารถตั้งเนื้อตั้งตัวเป็นมหาเศรษฐีได้สำเร็จ จากสาวโรงงานเย็บผ้าโหลในฮ่องกง เธอเก็บหอมรอมริบส่งตัวเองเรียนหนังสือจนจบเคมบริดจ์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศอังกฤษ และทำงานเป็นวาณิชธนกิจของโกลด์แมน ซาคส์ ที่นิวยอร์ก ก่อนจะคิดการใหญ่ชวนสามีก่อตั้งธุรกิจเป็นของตัวเอง เมื่อปี 2005

...

สำหรับนักธุรกิจหญิงทรงอิทธิพลที่อายุน้อยที่สุดในทำเนียบปีนี้เป็นซุปเปอร์สตาร์คนดังของอินเดียชื่อว่า “เอ็กต้า คาปูร์” เจ้าของฉายาควีน ออฟ โซป โอเปร่า เธอรั้งตำแหน่งเอ็มดีใหญ่ของบริษัท บาลาจี เทเลฟิล์มส  ค่ายผลิตภาพยนตร์และละครทีวีชั้นนำของบอลลีวูด เธอเรียนไม่จบวิทยาลัย และทิ้งการเรียนเพื่อมาช่วยบิดาทำงานเบื้องหลังวงการบันเทิง ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจใหญ่วงการมายา.

ทีมข่าวหน้าสตรี