ไขสูตรลับ สวยจากภายในไปกับ เมย์ ริสสรา จันทรรัตน์ สาวสังคมมากความเก่ง มากความรวยและมากความสวยคนนี้ ที่ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีความสวยก็ยังคงเจิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และความสวยของเธอก็เกิดจากภายใน โดยการนั่งวิปัสสนา
นางสาวเมย์ริสสรา จันทรรัตน์ สาวสังคมมากความเก่ง มากความรวยและมากความสวยคนนี้ ใครจะเชื่อว่า ความงามที่ยังคงเจิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มาจากเคล็ดลับสวยจากภายใน โดยการใช้ธรรมะเข้ามาช่วย วันนี้ไทยรัฐออนไลน์พามาไขสูตรลับความงามจากภายในกับเซเลบฯ คนนี้กัน
เมย์เปิดเผยถึงกุญแจสำคัญที่ทำให้เธอสวยไม่สร่างว่า นอกจากดูแลตัวเองจากภายนอกแล้ว เธอเน้นดูแลตัวเองจากข้างในเป็นพิเศษ เพราะความงามที่แท้จริงเกิดจากภายใน และกุญแจสำคัญนี้คือการนั่งวิปัสสนาที่เธอปฏิบัติมาประมาณ 3 ปีแล้ว
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พี่เมย์ ผู้หญิงที่มีดีครบแทบจะทุกอย่าง ทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัว ความรวย ความสวย หันหน้าเข้าหาการนั่งวิปัสสนา ทั้งที่เธอน่าจะมีความสุขมากพอกับสิ่งที่มีพร้อม มีเงินทองมากพอที่จะซื้อความสุขมาเพื่อไล่ความทุกข์ที่เกิดขึ้นออกไปได้ แต่เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง ความสวยไม่ได้ทำให้สุขอยู่ตลอดเวลา อะไรคือหนทางความสุขที่พี่เมย์ค้นพบ ความสุขที่ทำให้เธอสวยจากภายใน
จุดประกายหนทางธรรม
ก่อนหน้านี้เมย์แทบไม่เชื่อและไม่มีความคิดในหัวเลยด้วยซ้ำว่า เธอจะหันหน้าเข้าหาธรรมะโดยการนั่งวิปัสสนา แต่น้องที่เธอรู้จักทำให้เธอจุดประกายความคิดใหม่
"เราเจอน้องผู้หญิงคนหนึ่งตามงาน พอเราเจอก็เอ๊ะ! เด็กคนนี้สวย คือในกลุ่มเขาที่ยืนกันอยู่ 5-6 คน เขาก็สวยนะ แต่ทำไมไม่สวยเหมือนน้องคนนี้ เขาสวยโดดเด่นกว่า คำพูดที่เขาพูดออกมาล้วนเป็นไปในแง่บวก มันไม่มีเคียดแค้น อิจฉาริษยา คือไม่มีอะไรในแง่ลบ คือ สวยใสจากภายใน คือรู้สึกดี ไม่ได้เสแสร้งหรือพยายามทำอะไร เวลาเขาพูด เขามีความสุขในตัวเขา สวยจากข้างในซึ่งเรารู้สึกได้ เราก็ว่าเออทำไมนะ พอคุยๆ ไป น้องก็คุยถึงเรื่องวิปัสสนา เราสนใจก็คุยกับเขา มันเลยจุดประกาย ทำให้เราหันมาสนใจการวิปัสสนา"
...
ปัญหานำพาเข้าหาธรรมะ
และแล้วประกายความคิดใหม่ที่เธอตกผลึกจากน้องที่รู้จักนั้น ก็ถูกนำมาใช้เมื่อเธอเจอกับปัญหาครั้งใหญ่ และจุดหันเหที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เดินหน้าใช้ธรรมะเข้าช่วย เป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นกับมนุษย์แทบจะทุกสังคมที่มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลง และปัญหาก็ถาโถมตัวเธอจนถึงขนาดทิ้งสังคม โทรศัทพ์มือถือ เครื่องสำอาง แฟชั่น เพื่อนุ่งขาวห่มขาว นั่งวิปัสสนาเป็นเวลา 10 วัน
"ตอนนั้นตัวเรามีปัญหา และไม่รู้ว่าจะหาทางออกยังไง เป็นปัญหาครอบครัว เรื่องหย่าด้วย และมีอะไรหลายๆ อย่าง มันก็ทำให้เราสับสน มนุษย์พอสับสนแล้วจะนึกถึงธรรมะ เมื่อก่อนจะไม่นึกถึงเลย คือมันต้องมีอะไรสักอย่างดลใจ ไม่ใช่อกหักแล้วไปบวชชีนะ (หัวเราะ) พี่ไม่ได้อกหักหรือผิดหวังเรื่องความรัก เราเป็นฝ่ายเลือกที่จะไปเอง เพียงแค่หลายๆ อย่างเราสับสนว่าตัดสินใจถูกไหม และเราต้องการคิด มันก็ต้องหาอะไรยึดไว้ให้เรากระจ่างตรงนี้ได้ โดยการใช้ธรรมะเข้ามาช่วย"
10 วันกับการนั่งวิปัสสนา
ถึงแม้จะมีความคิดล้มเลิกการนั่งวิปัสสนาหลายต่อหลายครั้ง เพราะกลัวว่าจะทำไม่ได้ และกลัวอยู่ไม่ได้ แต่ในที่สุดก็ถึงวันที่พี่เมย์เดินทางออกจากบ้านไปวิปัสสนาที่ศูนย์ธรรมอาภากับอาจารย์โกเอ็นก้า เธอหอบหิ้วกระเป๋า 1 ใบ นุ่งขาวห่มขาว หน้าซีดไร้เครื่องสำอาง และนั่งรถบัสมุ่งตรงไปที่ศูนย์ธรรมแห่งนี้ โดยกติกาสุดโหดในภารกิจนี้คือ ทุกคนต้องสงบนิ่ง ไม่พูดคุย และไม่มองหน้ากัน
"3 วันแรกจะหนี มันทรมาน คือนั่งๆ อยู่ มันสับสน ก็คิดเรามาทำอะไร ทำเพื่ออะไร แล้วทำแล้วได้อะไร มันคลุ้มคลั่ง จากที่เราเคยรับโทรศัทพ์ เคยพูดคุยอะไรต่างๆ นานา แล้ว อยู่ๆ ทุกอย่างหยุดนิ่ง มันเป็นไปไม่ได้ พอมาวันที่ 4 เราเริ่มทบทวนตัวเอง เราก็คิดว่านี่มัน 3 วันแล้วนะ เราจะล้มเหลวเหรอ คือเวลาพี่ทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ เราก็มาคิดว่าครั้งนี้มันล้มเหลวไม่ได้ และวันต่อๆ มาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และพี่ก็ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพราะเราต้องการผลลัพธ์ ซึ่งผลมันก็ได้กับตัวเราจริงๆ ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริง ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจเรา ไม่ใช่ว่าเราไปหมุนตามกงจักรต่างๆ"
...
หลักธรรมนำมาใช้
หลังจากที่เธอผ่านการปฏิบัติครบ 10 วัน ก็ได้ค้นพบอะไรมากมายที่เป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข พี่เมย์เล่าว่าเมื่อก่อนจะเป็นคนแคร์คนรอบข้างมาก ใครจะพูดอะไร ก็จะเก็บไปคิด และบางทีโกรธ เพราะคิดว่าเธอคิดดีพูดดีทำดีแล้วกับทุกคน แต่ทำไมทุกคนไม่ดีตอบ มันก็ทำให้โกรธ แต่จริงๆ พอเอาหลักวิปัสสนามาใช้ คนที่เราแคร์ที่สุดคือตัวเอง หากทำดีแล้วคนอื่นจะคิดอย่างไร เราก็ไม่ควรจะหยิบมาใส่ใจ
"พยายามหาจุดกึ่งกลางของชีวิต ความพอดี ทำจิตใจให้สบาย มองโลกในแง่บวก ไม่ยินดีกับสิ่งที่สูงส่งหรือว่ายินร้ายกับสิ่งที่มันโหดร้ายหรือว่าเศร้า พอจิตใจมีความสุข พยายามขจัดความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชัง มนุษย์มันมีตรงนี้ มันทำให้เราไม่มีความสุข เมื่อก่อนเราอาจจะโกรธใครมานาน หรือบางทีเราโกรธ เราก็ต้องมีสติ เอาวิปัสสนามาใช้ เราอาจจะโกรธแค่ 5 หรือ 10 นาที แต่มันต้องใช้เวลา แล้วก็ไม่เครียดโดยการใช้การปล่อยวาง คือทุกอย่างเราไม่สามารถยึดเหนี่ยวอะไรไว้ได้ พอตายเราก็ไปแต่ตัว ก็ทำให้เราปลง ว่าท้ายที่สุดแล้ว เราก็เอาอะไรไปไม่ได้ แล้วเราจะแบกโลกไว้ทำไม นี่คือข้อดีของวิปัสสนา ก็ทำให้เราหยิบยกมาใช้ได้หมดเลย" เธอกล่าวในที่สุด