เข้าสู่เดือนสิงหาคมแบบนี้ วันสำคัญวันหนึ่งที่ไม่่พูดถึงไม่ได้ก็คือ วันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 12 ส.ค.ของทุกปี เพราะนอกจากจะเป็นวันที่คุณแม่หลายๆคนตั้งตารอแล้ว เพราะเป็นวันที่ทั้งคุณแม่และคุณลูกจะได้รำลึกถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง สายใยรักที่มีต่อกันมาตั้งแต่รู้จักกันในบทบาทแม่และลูกแล้ว ยังเป็นวันที่คุณแม่จะเติมเต็มความรักความห่วงใยที่มีต่อลูก โดยการให้พร แนะนำสั่งสอน ย้ำเตือนบทบาทของลูกในแบบที่แม่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าปัจจุบันการสื่อสารมีความก้าวหน้ามากขึ้นทำให้โลกเล็กลง วัฒนธรรมมีการผสมผสานมากขึ้น สังคมไทยได้รับอิทธิพลจากสังคมตะวันตกมากขึ้น ซึ่งมีทั้งการผสมผสานแล้วได้่ลงตัวและไม่ลงตัว ครอบครัวไทยที่ได้รับผลจากการผสมผสานนั้นมีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในครอบครัว รวมถึงวิถีหรือแนวทางในการเลี้ยงดูบุตร จนกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ที่สำคัญยังมีอัตราคุณแม่ที่เลี้ยงลูกโดยขาดการแนะนำมากขึ้น บ้างก็มีภาระงานที่มากขึ้นจนมีเวลาให้ลูกน้อยลง ส่งผลให้เด็กในสังคมไทยเกิดปัญหามากขึ้น จะเห็นได้ว่าการเป็นแม่ยุคใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ดังนั้นเนื่องในโอกาสวันแม่จึงขอแนะแนวทางการเป็นแม่ยุคใหม่ที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมครอบครัวไทยที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้คุณแม่มือใหม่มีแนวทางการเลี้ยงเด็กในยุค 2009 ที่อาจจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่เป็น “แม่ยุคใหม่ ที่ลูกคุณต้องการ”
แพทย์หญิงระพีพรรณ แสงโสมวงศ์ จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่าในการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งต้องให้การดูแลทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กัน ซึ่งหมายถึง การตอบสนองปัจจัยพื้นฐาน 4 ประการ และการให้ความรักที่เหมาะสม อย่างในวัยทารา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญเพราะเป็นช่วงวัยที่มีพัฒนาการทางจิตสังคมของเด็ก เป็นพื้นฐานของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกที่จะส่งผลในอนาคต ในช่วงวัยทารกการดูแลทางกายที่เหมาะสม หมายถึง แม่ตอบสนองกับเด็กเวลาที่เด็กหิว ขับถ่าย ไม่สบายตัว แต่ในขณะเดียวกันการตอบสนองทางกายจะเกิดควบคู่กับการตอบสนองทางจิตใจด้วย หมายถึง เวลาที่แม่ได้เข้าไปให้นมลูกเวลาที่ลูกหิว ดูแลความสะอาดเวลาที่ลูกขับถ่าย และเช็ดตัวเวลาลูกไม่สบาย แม่สามารถให้การดูแลทางจิตใจหรือให้ความรับกับลูกได้โดยการที่แม่เข้ามาพูดคุยกับลูก การโอบกอดสัมผัสลูก และการจัดการกับปัญหาให้ลูก ทั้ง 3 วิธีการนี้ต้องทำไปพร้อมกัน ช่วยให้ความพึงพอใจกับลูกและลดความวิตกกังวลให้ลูก
ขณะที่เมื่อเข้าสู่วัยเด็ก ซึ่งเป็นช่วงวัยของการเปิดโลกกว้าง พ.ญ.ระพีพรรณ แนะนำว่าคุณแม่สามารถจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาทั้งทางร่างกายและสมองของลูกโดยการส่งเสริมการทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ จัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ลูก แม่ที่เด็กต้องการจะต้องรู้วิธีการฝึกระเบียบวินัยให้กับลูกแบบที่ไม่ทำให้ลูกรู้สึกถูกบังคับ เพราะเด็กวัยนี้เป็นวัยที่จะต่อต้านเพื่อเรียนรู้ปฏิกิริยาจากแม่ แม่ต้องทำให้เรื่องของการฝึกระเบียบวินัยเป็นเรื่องที่สนุก ทำให้เหมือนกับการเล่มเกม ถ้าลูกทำได้ดี ต้องมีรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่แม่ให้กับลูก
สำหรับช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ คุณแม่บางคนอาจจะทำความเข้าใจลูกวัยรุ่นได้ยากขึ้น เพราะลูกวัยนี้ต้องมีการพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง ลูกใช้เวลาส่วนใหญ่กับเพื่อนเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์แบบต่างๆ พ.ญ.ระพีพรรณ แนะนำว่าคุณแม่ที่ลูกๆต้องการจะเป็นแม่ที่สามารถทำตัวเป็นเพื่อนกับลูกได้ ไปกับกลุ่มเพื่อนๆ ได้ ไปเที่ยวพร้อมกัน ไปทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน และในบางครั้งคงต้องแนะนำการคบเพื่อนต่างเพศเพราะลูกเริ่มมีคนมาจีบ แม่ต้องสนับสนุนในเรื่องการเรียนที่ลูกตัดสินใจเลือกเอง วัยนี้เป็นวัยที่ควรจะมีเป้าหมายในการเรียนของตนเองที่ชัดเจน แม่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา ไม่วางแผนให้ลูกเดินตามสิ่งที่แม่วางไว้ ชีวิตในอนาคตควรจะเป็นสิ่งที่ลูกเลือกเอง ไม่ใช่สิ่งที่แม่เลือกให้
พอเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วัยนี้เป็นวัยที่ลูกบางคนเริ่มมี 2 บทบาท ทั้งบทบาทที่เป็นลูก และบทบาทที่เป็นแม่ แม่ที่ลูกวัยนี้ต้องการคือ แม่ที่คอยให้คำปรึกษาในการดำเนินชีวิต ครอบครัว อีกทั้งการแนะนำบทบาทของสามีหรือภรรยาที่ดี รวมถึงบทบาทของพ่อแม่ที่ดีของลูก ประสบการณ์ที่แม่มีและได้สอนลูกจะถูกถ่ายทอดไปสู่รุ่นต่อๆ ไป
พ.ญ.ระพีพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม่ที่ลูกทุกวัยต้องการ คือ แม่ที่เข้าใจลูกและมีกลยุทธ์ในการดูแลลูกแต่ละช่วงวัยให้เหมาะสม การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกในทุกช่วงวัยเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ส่งผลให้ลูกประสบผลสำเร็จในการดำเนินชีวิต เพราะลูกมีการพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง มีความมั่นใจ รับมือกับปัญหาและแก้ปัญหาได้ดี สามารถสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม เพียงเท่านี้แม่ที่เห็นลูกมีความสุข ก็จะมีความสุขมากกว่าลูกเป็นร้อยเท่าพันเท่า....
...