ขึ้นทำเนียบคู่รักสุดร้อนแรงที่น่าจับตามองที่สุดไปแล้วในวินาทีนี้ สำหรับผู้บริหารหนุ่มไฮโซเนื้อหอมฉุยกลุ่มเคพีเอ็น กรุ๊ป “กรณ์ ณรงค์เดช” ลูกชายคนสุดท้อง วัย 33 ปี ของ ดร.เกษม และคุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช ที่ประกาศวิวาห์สายฟ้าแลบกับหลานสาวสุดเปรี้ยวของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ เจ้าของโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศฯ “หนูเล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร” รองเอ็มดีรุ่นใหม่ไฟแรง วัย 31 ปี แห่งบริษัท โรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด โดยกำหนดฤกษ์ดีไว้วันที่ 17 มี.ค.2555

สำหรับคนในแวดวงสังคมไฮโซของเมืองไทย คงต้องช็อกๆๆ และถามไถ่กันให้แซ่ดว่า คู่นี้รีเทิร์นกลับมารักกันได้ยังไง อะไรทำให้ถ่านไฟเก่าคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ดับมอดไปตั้งนานสองนานแล้ว หลังจากเป็นแฟนควงกันออกงานสมัยยังเอ๊าะๆเมื่อ 8 ปีก่อน และต่างก็แยกย้ายไปตามหารักแท้ให้ชุลมุนวุ่นวายหัวใจ

คู่นี้ไปไงมาไงถึงกลับมารีเทิร์นกันอีกครั้ง

เล็ก : พี่สาวคนโตของเล็กคือ “พี่ลูกแดง” เป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับ “พี่กรณ์” เมื่อปีที่แล้ว “พี่ลูกแดง” กลับมาอยู่เมืองไทย ทำให้ได้เจอกับกลุ่ม “พี่กรณ์” บ่อยๆ พอช่วงไหน “เล็ก” ว่างก็ไปจอยด้วย ทำให้ได้เจอ “พี่กรณ์” บ่อยขึ้น ตอนนั้นเราทั้งคู่ไม่มีใคร ก็เลย...ขึ้นมา (หัวเราะ) ยังไม่ได้คบเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ แต่จู่ๆ “พี่กรณ์” บอกว่า ไหนๆเราสองคนก็รู้จักกันอยู่แล้ว รู้นิสัยกันดีทุกอย่าง และไม่ต้องปรับตัวอะไรกันอีก งั้นเรามาแต่งงานกันไหม (หัวเราะเขิน)

...



ไม่ช็อกเหรอคะ ถูกขอแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ!!

เล็ก : (ยิ้มเขินๆ) ก็กลับมาเจอกันได้ไม่ถึงเดือน “พี่กรณ์” ไม่ได้ขอแต่งงานด้วยซ้ำ แต่คุยกันมากกว่า ไม่มีฉากโรแมนติกอะไรเลย ตอนนั้นกำลังนั่งทานข้าวกันสองคนอยู่ในร้านอาหาร แล้วจู่ๆ “พี่กรณ์” ก็พูดขึ้นมาว่า เราแต่งงานกันเหอะ!!

แล้ว “เล็ก” ตอบตกลงทันทีไหม

เล็ก : (พยักหน้า) “เล็ก” คิดว่า “พี่กรณ์” คือคนที่ใช่!! เราสองคนเป็นอะไรที่ไม่ใช่ความรักหวือหวา ต้องส่งดอกไม้ ต้องหวานโรแมนติก แต่เป็นความรักที่มั่นคง

อะไรทำให้คิดว่า ผู้ชายคนนี้คือคนที่อยากอยู่ด้วยตลอดชีวิต

เล็ก : “เล็ก” เคยเจอความรักหวือหวามาเยอะแล้ว ฮันนีมูนพีเรียดอาจจะตื่นเต้นหวือหวา แต่จบเร็ว เพราะ “เล็ก” เป็นคนเบื่อง่าย แต่กับ “พี่กรณ์” มันรู้สึกดีตลอด ไม่เคยเบื่อเลย ถ้าเรารู้สึกยังงี้กับ “พี่กรณ์” ได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ก็คงไปรอดแล้วล่ะ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เขาเคยเป็นยังไง วันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ “พี่กรณ์” เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายมาก ถึงจะเลิกเป็นแฟนกันแล้ว เขาจะนึกถึงเราตลอด ไม่เคยลืมเลย เขาดูแลเราดีมาก สำหรับ “เล็ก” เขาคือคนที่เพอร์เฟกต์ที่สุดแล้ว เป็นคนที่มาเติมเต็มชีวิตเราให้สมบูรณ์ขึ้น สมัยก่อน “เล็ก” จะคุยกับคุณยายทุกเรื่อง แต่พอคุณยายไม่อยู่แล้ว ก็มี “พี่กรณ์” เข้ามารับฟังแทน สิ่งที่เล็กคุยกับ “พี่กรณ์” บางอย่างก็คุยกับพ่อแม่ไม่ได้ แต่เราปรับทุกข์กับเขาได้ “พี่กรณ์” เข้ามาคอมพลีทชีวิต “เล็ก” ตั้งแต่คบกันตอนเด็กๆ คุณยายเคยบอกไว้ว่า ถ้า “เล็ก” จะแต่งงานกับ “พี่กรณ์” เมื่อไหร่ คุณยายจะจัดงานให้ เด็กบ้านนี้เป็นเด็กดีทุกคน ยายรักและสนับสนุน



ถามจริงๆนะคะ “พี่กรณ์” เป็นมือที่สาม ทำให้เลิกกับหนุ่มลูกครึ่งเวียดนามหรือเปล่า

เล็ก : โอ้โห!! ไม่เกี่ยวเลยค่ะ เล็กเลิกกับ “โอลิเวอร์ โด” นานแล้ว เลิกกันประมาณ 6 เดือน ถึงจะกลับมาเจอ “พี่กรณ์” ไม่มีเรื่องมือที่สามอะไรทั้งนั้น

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะแต่งงานกับ “โอลิเวอร์” แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงไม่เวิร์ก

เล็ก : เราคบกัน 2 ปีครึ่ง เขาก็ดีนะ แต่สรุปแล้วมันไม่เวิร์ก คือเกือบใช่แต่ไม่ใช่ เขาเป็นต่างชาติ ไม่ค่อยอยู่เมืองไทย เวลา “เล็ก” คบใครก็อยากคุยกันได้ จับต้องได้ ไม่ใช่คุยกันทางโทรศัพท์ ไม่เห็นหน้า แต่ “เล็ก” โชคดีอย่างคือ แฟนเก่าทุกคนจะคบกันเป็นเพื่อนได้หมด ถึงจะเลิกกันไปแล้ว “เล็ก” จะคุยกับแฟนทุกคนว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็น่าจะเป็นเพื่อนกันต่อไป เพราะการเป็นแฟนกันทำให้รู้จักกันมากกว่าเพื่อน เราเคยคบกันแล้ว รู้จักกันสนิทสนมขนาดนี้ มันน่าเสียดาย ถ้าเราจะไม่คุยกัน การที่คนสองคนมาคบกันขนาดนี้ต้องมีอะไรจูนกันได้ เวลา “เล็ก” คบใครไม่เคยคบแบบผิวเผิน จะให้ใจทั้งหมด เราเล่าทุกอย่างให้ฟังหมด คนคนนั้นจะรู้เรื่องของ “เล็ก” เยอะมาก เหมือนเป็นเพื่อนสนิทของเรา ซึ่งแฟนเก่าทุกคนก็เห็นด้วยหมดเลย รวมถึง “โอลิเวอร์” ก็ยังเป็นเพื่อนกัน

ถาม “กรณ์” บ้างนะคะ ตกหลุมรักสาวเปรี้ยวเข็ดฟันคนนี้ตรงไหน

...


กรณ์ : ผมรักเขามาตลอด!! ผมเป็นคนรักคนยากนะ แต่อยู่กับ “เล็ก” แล้วเป็นตัวของตัวเอง สบายใจ และมีความสุข สามารถพูดด้วยตรงๆได้ ไม่มีงอนเหมือนผู้หญิงทั่วไป ไม่อยากไปก็บอกได้ตรงๆว่าขี้เกียจไม่อยากไป เขาสามารถไปเองได้คนเดียว คืออยากพูดอะไรก็พูดได้ตรงๆ มันสบายใจมากๆ เขานิสัยเหมือนผมมาก ไม่ชอบอะไรที่ยืดเยื้อ และต้องรอคอยนานๆ หรืออะไรที่ดูพยายามมากเกินไป ไม่ชอบคนเฟคไม่จริงใจ ผมว่า “เล็ก” ก็คือผมในภาคผู้หญิง เวลาผมมีเรื่องอะไร แค่พูดไม่กี่คำ “เล็ก” จะจับความรู้สึกได้ทันที คือ รู้จักตัวตนของกันมาก

เล็ก : “เล็ก” รัก “พี่กรณ์” ในแบบที่เป็น รักที่เป็นแบบนี้ ถ้า “พี่กรณ์” พยายามเอาใจ “เล็ก” พยายามเป็นแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง เราก็คงไปกันไม่รอด เพราะ “เล็ก” เสแสร้งไม่เป็น ไม่ได้หวานเลี่ยน ก็เป็นตัวของตัวเองแบบนี้...ไม่เคยเปลี่ยน

เปรี้ยวขนาดนี้ “เล็ก” เจ้าชู้ไหมคะ

เล็ก : ก็พอสมควร (หัวเราะ) เป็นคนชอบคุยกับคน และศึกษาคน เป็นคนไม่ปิดกั้นตัวเอง “เล็ก” เป็นคนขี้เหงาพอสมควร ถ้าไม่มีเพื่อน ก็ต้องมีแฟน ต้องการมีคนอยู่ด้วยตลอด เราคบคนมาก็เยอะพอสมควร ถึงพูดได้เต็มปากว่า ชอบผู้ชายแบบไหน ต้องการอยู่กับคนแบบไหน นิสัยยังไงถึงจะเข้ากับเราได้ ไม่ใช่เข้ากันได้แบบแฟน แต่เป็นคู่ชีวิต

...


มีข่าวเมาท์ว่า “พี่กรณ์” อาจจะไม่แมนร้อยเปอร์เซ็นต์ เคยเอะใจเรื่องนี้ไหม?!

เล็ก : ไม่เคยเลย (เสียงจริงจัง)

มองย้อนกลับไป รักครั้งนี้ต่างจากรักครั้งก่อนยังไง

เล็ก : รอบนี้คบกันแค่ 4 เดือน ก็ชวนกันแต่งงานแล้ว (หัวเราะ) รอบที่แล้วเป็นแฟนกันปีกว่า ตอนนั้น “เล็ก” อายุแค่ 23 ปี “พี่กรณ์” โตกว่า 2 ปี อายุเท่าพี่สาวเล็ก เราสองคนคบกันแบบปั๊ปปี้เลิฟ เป็นความรักแบบเด็กๆ ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรด้วยซ้ำ “เล็ก” คิดว่า ถ้าจะให้แต่งงานกันตอนนั้นคงไม่รอด เพราะเรายังหาตัวเองไม่เจอ “เล็ก” เชื่อว่าคนเราต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ใครบอกให้ “เล็ก” หยุดเที่ยวหยุดแต่งตัวเปรี้ยว ก็คงฟัง...แต่ฟังแล้วจะทำหรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง!! คือ “เล็ก” รู้ว่าตัวเองค่อนข้างดื้อ เป็นคนที่ต้องเบื่อไปเอง เหนื่อยไปเองกับการเที่ยว ถึงจะยอมหยุด เหมือนกับเรื่องแฟน ถ้าให้มีแฟนมาแค่คนสองคนแล้วแต่งงานเลย ก็คงไม่รู้หรอกว่า จริงๆแล้วเราต้องการคนแบบไหนมาอยู่กับเรา

กรณ์ : ตอนเด็กๆที่คบกันจะอินมาก ผมไม่เป็นตัวของตัวเองเลย พยายามเอาใจ “เล็ก” ทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ที่มันเวิร์กเพราะเราไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่ได้แพลนว่าจะกลับมาคบกัน ทำให้เป็นตัวของตัวเองมาก พอไม่คาดหวัง มันกลับเวิร์ก ช่วงเลิกกันแรกๆก็มีแอบคิดถึงเขา เพราะรักเขามาตลอด!! ผมรู้ว่า “เล็ก” คือคนที่ใช่มาตั้งนานแล้ว และรู้สึกดีกับเขาตลอด แต่เป็นเรื่องของเวลาและจังหวะชีวิตด้วย ถ้าแต่งงานกันตอนนั้น ก็คงไม่เวิร์ก เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่

เล็ก : พูดจริงๆ เล็กเป็นโรคเจอ “พี่กรณ์” ไม่ได้ มันจะของขึ้น (หัวเราะ) คือเจอกันเมื่อไหร่ มองหน้ากันก็หัวเราะ และจะเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวกันสองคน เพื่อนในกลุ่มจะรู้ว่า เราสองคนเป็นโรคตัดกันไม่ขาด ถึงจะเลิกกันไปแล้ว แต่กลับมาเจอกันเมื่อไหร่ก็จะมีโลกส่วนตัว ถึงมีคนอยู่เยอะขนาดไหน ก็เหมือนอยู่ในบับเบิลนั่งคุยกันแค่สองคน

คุณหญิงแม่ปลื้มว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้แค่ไหน

...



กรณ์ : ครอบครัวเราสนิทสนมกันดี เพราะคุณตาของผมเป็นเพื่อนกับคุณยายของ “เล็ก” และผมก็สนิทกับ “ลูกแดง” คุณแม่ผมเคยเห็น “เล็ก” ตั้งแต่เด็กๆ พอผมบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าจะแต่งงานกับ “เล็ก” พวกท่านก็สนับสนุน และบอกว่าดี เพราะชอบครอบครัวนี้อยู่แล้ว

ลูกสาวยอมแต่งงาน คุณพ่อคุณแม่จุดพลุเลยไหมคะ

เล็ก : พ่อแม่ก็งงๆ ตอนบอกว่าจะแต่งงาน เพราะรู้จักนิสัย “เล็ก” ดีว่า เป็นคนขี้เบื่อ แม่ก็ถามว่าแน่ใจแล้วเหรอ จะไม่เบื่อใช่ไหม จน “เล็ก” ต้องยืนยันว่า ตัดสินใจแล้ว แน่ใจตัวเองแล้วว่า อยู่กับ “พี่กรณ์” ได้ตลอดชีวิต ทุกคนก็ดีใจด้วย เพราะทุกคนในครอบครัวเรารัก “พี่กรณ์”

วางแผนจัดงานวิวาห์อลังการขนาดไหน

กรณ์ : ขอเก็บไว้เซอร์ไพรส์ แต่คงไม่ใช่งานแต่งงานแบบทั่วไป มีรูปหน้างาน มีวีทีอาร์ และตัดเค้กคงไม่ใช่เรา

เล็ก : เลือกชุดเจ้าสาวไว้แล้ว แม้แต่ “พี่กรณ์” ก็คงเห็นวันนั้นเลย ถ้าเขาไม่ชอบ ก็คงจบอ่ะ อันนี้กดดันนิดหนึ่ง “เล็ก” ไม่สนใจคนอื่น แต่ถ้า “พี่กรณ์” ไม่ชอบ เราคงนอยด์!! ส่วนเรื่องฮันนีมูน คุยกันไว้ว่าอยากไปเมืองริมทะเลโรแมนติกหน่อย

หลังแต่งงานแล้วจะใช้ชีวิตคู่แบบไหน จะมีลูกเลยไหม



กรณ์ : ก็คงปล่อยตามธรรมชาติ ถ้ามีลูกก็อยากให้ลูกหน้าตาดี ไปไหนมาไหนมีคนชม (หัวเราะ) ช่วงแรกคงใช้ชีวิตคู่ตามลำพัง และอยู่คอนโดไปก่อน พอมีลูกค่อยคิดว่าจะไปอยู่กับครอบครัวคุณพ่อคุณแม่

เล็ก : คงเป็นอะไรที่เหมือนเพื่อน เราไม่ใช่คู่รักโรแมนติกกุ๊กกิ๊ก แต่สามารถทำอะไรด้วยกันได้ทุกอย่างไม่เบื่อ ชีวิตคู่ของเราคงเหมือนเดิม เพียงแต่มีอีกคนมาอยู่ด้วย มาเติมเต็มให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น

กรณ์ : เราเป็นคู่ที่ไม่ต้องตัวติดกันตลอด 24 ชั่วโมง แต่จะพยายามหาเวลามาเจอกันทุกวัน แป๊ปหนึ่งก็ยังดี คืองานกับแฟนมันแทนกันไม่ได้ (หัวเราะ)

เล็ก : “พี่กรณ์” เป็นผู้ชายที่อบอุ่นและจิตใจดี อยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุดแล้ว “เล็ก” มั่นใจว่าเลือกไม่ผิดคน!!

ทีมข่าวหน้าสตรี