ถือเป็นธรรมเนียมประจำปีที่มักจะเห็นชาวอเมริกันแห่แหนไปนับถอยหลังขึ้นปีใหม่ที่จตุรัสไทมส์สแควร์ ณ มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ กันอื้ออึงนับแสนคน โดยประเพณีที่พบเห็นแต่สร้างความสงสัยแก่คนไทย คือ พวกเขาจูบกันทำไมเมื่อเข้าสู่วินาทีแรกของปีใหม่ จูบที่ดูดดื่ม จนบางคนยังอายแทน

บริเวณย่านไทมส์สแควร์ เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของโลกที่ผู้คนสนใจเฝ้ารอและอยากเป็นส่วนหนึ่งในการนับถอยหลังเข้าสู่ปีค.ศ. 2012 พร้อมๆ กัน สังเกตได้จากจำนวนผู้คนนับแสนคนที่ร่วมใจส่งเสียงนับเวลาถอยหลังอย่างกึกก้อง โดยทุกสายตามองไปบนเวทีขนาดใหญ่ที่มีนักร้องคนสวยรวยความสร้างสรรค์ในการปรากฏกายทุกครั้งอย่าง "เลดี้ กาก้า" ที่มาสร้างสีสัน พร้อมกับเป็นตัวแทนสัมผัสลูกบอลคริสตัลขนาด 3.7 เมตร น้ำหนักถึง 5,386 กิโลกรัม โดยความพิเศษของเจ้าลูกบอลนี้คือสามารถสร้างสีสันสะท้อนแสงได้ถึง 16 ล้านสี ซึ่งจุดประสงค์ของการสร้างลูกบอลคริสตัลนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์เข้าสู่ปีค.ศ. 2012 และเพื่อให้ชาวโลกจดจำความยิ่งใหญ่ของการเคาต์ดาวน์ครั้งนี้

...



แต่ธรรมเนียมที่เราพบเห็นเป็นประจำทุกปีใหม่ของชาวตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ คือการจูบอย่างดูดดื่มของคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นคู่ชายหญิง คู่หญิงหญิง หรือคู่ชายชาย โดยทุกคู่จะพร้อมใจกันประกบปากแบบไม่สนใจผู้ใดนานเป็นนาทีในช่วงวินาทีขึ้นปีใหม่ ซึ่งหลายคนพบเห็นจนชินตาแต่กลับไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจูบกันประเจิดประเจ่อข้ามปีขนาดนี้ เว็บไซต์วิกีพีเดียได้แถลงไขว่า การจูบต้อนรับปีใหม่ที่มาถึงบ่งบอกความรักระหว่างคนสองคนที่มาอยู่ร่วมกันในช่วงเวลาปรับเลขปีให้มากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นสัญลักษณ์เอาฤกษ์เอาชัยว่าชีวิตในอีก 12 เดือนข้างหน้า พวกเขาทั้งคู่จะยุติความเงียบเหงาที่เคยมี จะประคองความรักและความเข้าใจไปด้วยกัน


การจูบคือการแสดงความรักระหว่างคนตรงหน้า แต่ไม่จำเป็นว่าการจูบต้องทำกับคนที่เราครองคู่ด้วย เราสามารถจูบกับคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จักได้ เพราะจูบไม่ได้หมายถึงจูบปากอย่างเดียวเท่านั้น สามารถจูบปาก จูบคอ จูบแก้ม (หอมแก้ม) จูบมือ ซึ่งการจูบแต่ละที่ย่อมมีความหมายแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น การจูบมือ แสดงถึงความเคารพรัก จูบแก้มทั้งสองข้าง แสดงถึงมารยาทและความคิดถึงในการพบกันระหว่างเพื่อน หรือการจูบอย่างดูดดื่มปากประกบปากของคู่บ่าวสาวในงานแต่งงาน ก็มีความหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่ เชื่อว่าหลายๆ คนรู้จักการจูบ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าข้อดีของการจูบนั้นจะสวยหวานหอมน่าอร่อยเหมือนในภาพที่เห็นในภาพยนตร์หรือไม่ วันนี้ไทยรัฐออนไลน์มีคำตอบ

การจูจุ๊บมีประโยชน์ไฉนต่อสุขภาพ???
1. ลดปัญหาฟันผุ
แพทย์จากเมืองผู้ดียืนยันมาแล้วว่าการจูบก็เหมือนกับการเคี้ยวหมากฝรั่ง และหลังจากกินอาหาร ปากของคุณก็จะเต็มไปด้วยน้ำตาล และกรดน้ำลาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของหินปูน ดังนั้นการจูบกัน จะช่วยกระตุ้นน้ำลายให้ไหลผ่าน และทำให้คราบหินปูนลดน้อยลง

...


2. ใบหน้าอ่อนเยาว์
เวลาที่คนเราคิสกัน เป็นเสมือนการออกกำลังกายบริเวณกล้ามเนื้อตรงแก้มและกราม ซึ่งเป็นการบริหารอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้หน้าเต่งตึง ไม่หย่อนยาน

3. ความเครียดกระเด็น
เวลาที่เราจูบกัน แน่นอนเราก็ต้องรู้สึกมีความสุข ซาบซ่าน ด้วยเหตุนี้แหละ จะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย นอกจากนี้เวลาจูบจะทำให้คุณหายใจได้ลึกขึ้น และเมื่อตาของคุณปิดลงและบรรจงจูบ นั่นก็เป็นท่วงท่าของร่างกายในยามที่ผ่อนคลายที่สุด


4. จูบช่วยออกกำลังกาย
เพราะว่าการจูบที่เนิ่นนาน จะทำให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายมากกว่าปกติ แต่เผาผลาญพลังงานได้มากแค่ไหน ก็คงขึ้นอยู่กับความรุนแรงในการบดขยี้ริมฝีปาก จากผลวิจัยระบุว่าการจูบนานเป็นเวลา 10 นาที สามารถเผาผลาญได้ถึง 10 กิโลแคลลอรี่

5. หัวใจไม่แห้งแล้ง
การจู๊จุ๊บ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนารีน หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งทำให้เลือดในร่างกายหมุนเวียนได้ดีขึ้น หัวใจที่แห้งแล้งก็ชุ่มชื่นไปด้วยกระแสเลือด และกระแสแห่งความรัก.

...