คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์

อย่าเพิ่งดีใจไปเชียวนะคะ ถึงแม้พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ น้ำจะแห้งเร็วลดเร็วราวกับผีหลอก ใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียวก็เคลียร์ “น้องน้ำ” ได้อย่างหมดจด แต่อีกหลายๆพื้นที่ในกรุงเทพฯน้ำยังท่วมขังสูงไม่มีวี่แววจะยุบง่ายๆ โดยเฉพาะพื้นที่หลังบิ๊กแบ็กในเขตดอนเมือง, หลักสี่, หมู่บ้าน เมืองเอก, รังสิต รวมไปถึงโซนตะวันตก ซึ่งไม่ ได้รับการเหลียวแล เพราะเป็นประชาชนชั้นสองในสายตาชาวกรุง ก็ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างไม่ลดละ

และเพื่อตอกย้ำอุดมการณ์ว่า ทำจริงอะไรจริง ไม่ได้ทำดีหวังสร้างภาพ!! เหล่าไฮโซจิตอาสาจึงออกเดินหน้าตะลุยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่หลังเขาอย่างต่อเนื่อง  นำขบวนโดยนักธุรกิจสาวอินเตอร์ “คุณหรีด–รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์”


ไก่-สัณหจุฑา  จิราธิวัฒน์

ซึ่งแม้จะกลายเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมมาหลายอาทิตย์ แต่ “คุณหรีด” ก็สลัดความเศร้าทิ้ง แล้วลุกขึ้นสวมวิญญาณไฮโซจิตอาสาออกตระเวนบำบัดน้ำเสียที่ท่วมขังไปทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ด้วยจุลินทรีย์มหัศจรรย์จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้โครงการ 18 วัน SUPER SAFE ร่วมรณรงค์ฟื้นฟูสภาพน้ำเน่าด้วยจุลินทรีย์ซุปเปอร์เซฟ เพื่อบำบัดน้ำเสีย, ลดกลิ่นเหม็น และลดการสะสมของเชื้อโรค ใน 18 เขตพื้นที่ประสบอุทกภัยสำคัญ อาทิ ดอนเมือง, หลักสี่, สายไหม, บางเขน, คลองสามวา, จตุจักร, ทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน, บางพลัด, หนองแขม, บางแค, ภาษีเจริญ, บางกอกใหญ่, ลาดพร้าว, บึงกุ่ม, มีนบุรี, หนองจอก และดินแดง ท่ามกลางความเชื่อมั่นว่า จะไม่สร้างมลภาวะทางน้ำและไม่ทำให้เกิดสารตกค้างเหมือนน้ำหมักชีวภาพอีเอ็มบอลที่กำลังฮิตฮอต โดยเมื่อ

นำมาทำช็อคฟลีท แล้วแปรรูปเป็นผงบรรจุในถุง เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน จะสามารถเก็บได้นาน 2-3 ปี หากจะใช้เมื่อไหร่ก็นำผงจุลินทรีย์ซุปเปอร์เซฟมาผสมน้ำ ในสัดส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำหนึ่งลิตร หรือ 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่ แค่เทใส่น้ำท่วมขังเท่านั้นล่ะ จุลินทรีย์ซุปเปอร์เซฟจะไปไล่กินจุลินทรีย์ร้ายในน้ำเน่าเสียอย่างรวดเร็ว และย่อยสลายหายไปตามธรรมชาติ เหลือไว้แต่น้ำใสๆให้ชื่นใจ

...


ธงรบ ด่านอำไพ

ด้านไฮโซเสน่ห์แรง “สุชัญญา ธนาลงกรณ์” ก็ทนนิ่งเฉยไม่ไหว ต้องไล่โทร.จิกเพื่อนๆให้ออกมาแสดงน้ำใจ โดยนัดระดมพลกันทุกอาทิตย์ กระโดดขึ้นรถทหารออกตระเวนสร้างรอยยิ้มและให้กำลังใจผู้ประสบภัยตามพื้นที่น้ำท่วมที่ห่างไกลความเจริญ โดย “คุณนายพร” ลงทุนตื่นตั้งแต่ตีสี่ลุกขึ้นมาผัดข้าวผัดไฮโซ และห่อแซนด์วิชทูน่า วันละ 1,000 ชุด เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้อิ่มอร่อย ขณะที่เพื่อนๆร่วมก๊วน นำโดย “คุณหลี–สุดารัตน์ วิทยฐานกรณ์” ประธานกรรมการบริหารบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น ก็เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดทำถุงยังชีพขนาดบิ๊กแพ็ก ที่ครบครันไปด้วยข้าวของเครื่องใช้จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น สบู่เดทตอลฆ่าเชื้อ, แปรงสีฟัน ยาสีฟัน, ถุงดำ, ผ้าอนามัย, มาม่า, อาหารกระป๋อง, กระดาษทิชชู, ยาสามัญประจำบ้าน และน้ำดื่ม “คุณนายพร” เล่าว่า รู้สึกแฮปปี้มากที่ได้ออกไปช่วยเหลือคนอื่นบ้าง ไม่ใช่นอนสบายอยู่แต่ที่บ้าน เพราะบ้านน้ำไม่ท่วม และที่ประทับใจอีกอย่างก็คือ ท่ามกลางความทุกข์ยากของคนไทย กลับมีน้ำใจปรากฏให้เห็นในทุกที่ แม้แต่เด็กๆรุ่นใหม่ก็มีจิตอาสาช่วยแพ็กของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นเจ้าของสำนักงานทนายความ ชื่อว่า “ธงรบ ด่านอำไพ” ลงทุนถอยรถบิ๊กฟุตคันใหม่ออกมาวิ่งรับส่งและช่วยอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมในโซนพื้นที่ตะวันตกของกรุงเทพฯโดยเฉพาะ น้ำใจยิ่งใหญ่มาก!! หลายๆพื้นที่อยู่ห่างไกลมากและเข้าถึงยาก พอพวกเราเอาข้าวและถุงยังชีพเข้าไปแจกจ่าย พวกเขาก็ขอบคุณใหญ่ บอกว่าไม่ได้ทานข้าวมาเป็นอาทิตย์แล้ว น่าสงสารมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างไปแจกของที่ศาลายา ทหารมายืนโบกรถกลางถนนขอให้ช่วยนำคนแก่ไส้ติ่งแตกไปส่งโรงพยาบาล พวกเราก็ช่วยโดยไม่ลังเลใจ ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำเพราะอยากเด่นดัง แต่ทำด้วยหัวใจล้วนๆ

ก๊วนเพื่อนไฮโซจิตอาสาของ “สุชัญญา  ธนาลงกรณ์”

สำหรับสะใภ้ตระกูลจิราธิวัฒน์ “ไก่– สัณหจุฑา จิราธิวัฒน์” ระดมกำลังจากมูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ หรือ เอิร์ธเซฟ ซึ่งก่อตั้งเพื่อช่วย เหลือเกษตรกรให้มีวิถีพอเพียง และทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ตระเวนช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย โดยทางมูลนิธิได้รถยีเอ็มซีของทหาร 2 คัน และมีเรือเครื่อง 9 ลำ พร้อมเรือยางจำนวนหนึ่ง ก็แบ่งกันมอบให้ชาวบ้านที่รวมกลุ่มช่วยเหลือตัวเองในพื้นที่น้ำท่วมสูง เพื่อใช้สัญจรเป็นเรือเมล์ พวกเราออกตะลุยลงพื้นที่ทุกวันไม่เคยหยุด เพราะรู้ว่ามีคนเดือดร้อนรอคอยความช่วยเหลืออยู่อีกมาก โดยจะเน้นพื้นที่ห่างไกลความเจริญเป็นหลัก อยากให้ทุกคนเข้าใจหัวอกของผู้ประสบภัยที่ยังปักหลักอยู่กับบ้าน ไม่ยอมอพยพไปไหน แม้จะต้องอาศัยอยู่บนหลังคาบ้านก็ยอม เพราะนั่นคือบ้านของเขาซึ่งหามาทั้งชีวิตกว่าจะได้...อย่าทอดทิ้งพวกเขาเลย.