“อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์” มองไลฟ์สไตล์ใช้งานไอทีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และครั้งแรกกับการถ่ายแฟชั่น พร้อมโดนเพื่อนๆ แซวเป็นเซเลบฯ หลังจับปากกานั่งเขียนคอลัมน์ “คนดังนั่งเขียน” ให้ “ไทยรัฐออนไลน์”...
หากใครที่อยู่ในแวดวงไอที คงต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ก่อตั้งเว็บบล็อกนัน (blognone.com) วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้ต้อนรับเขา ในฐานะคอลัมนิสต์ คนใหม่ล่าสุดประจำหน้าวิทยาการ-ไอที ที่จะมาสร้างมุมมองความแปลกใหม่ พร้อมการวิเคราะห์แวดวงไอที ผ่าน คอลัมน์ "คนดังนั่งเขียน" ที่เตรียมเปิดตัวสู่สายตาผู้อ่านในวันที่ 11 เดือน 11 ปี 2011 ที่ใกล้ถึงนี้ พร้อมกับความปลื้มหน้าเพจไทยรัฐออนไลน์ ที่มีพัฒนาการเนื้อหาข่าวใหม่ ฉีกแนว และคราวนี้ ภาพไอทีในสายตาสาธารณชนอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ก็เป็นได้...
มองภาพรวมของไทยรัฐออนไลน์ เป็นอย่างไรบ้าง
ไทยรัฐออนไลน์ สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ เป็นเว็บหนังสือพิมพ์ที่สวย เป็นอันดับต้นๆ ตั้งแต่เปลี่ยนลุคใหม่มา คือ ลุคเก่าอาจจะดูเก่าไปบ้าง แต่พอเปลี่ยนลุคใหม่มานี่ คือ ทำได้ค่อนข้างดี และน่าเข้า ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ผมคิดคนเดียว แต่มีคนพูดถึงหลายคน สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ พัฒนาการของไทยรัฐเอง จากการที่เอาข่าวจากหนังสือพิมพ์มาลงเว็บ ช่วงหลังก็จะเริ่มมีคอลัมน์ของออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นค่อนข้างชัด เมื่อก่อนถ้าผมจำไม่ผิด ข่าวจะขึ้นทุก 06.00 น. หรือ 05.00 น. และจะขึ้นทีเดียวหลายข่าว แต่ปัจจุบันนี้ เริ่มระหว่างวัน ก็จะเริ่มมีข่าวแทรกมาบ้าง ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เห็นชัดหลังจากอ่านมานาน
เว็บข่าวที่อ่านเป็นประจำ
ไทยรัฐออนไลน์ มติชนออนไลน์ และกรุงเทพธุรกิจ แต่จะอ่านเว็บบางกอกโพสต์บ้าง ส่วนหน้าข่าวที่เข้าอ่านมากที่สุดในไทยรัฐออนไลน์ คือ หน้าแรก ส่วนหน้ากีฬาที่เป็นคอลัมน์ฟุตบอลของแต่ละทีม มองว่าถ้าอัพเดตเพิ่มขึ้นอีก จะดีมาก
...
มองภาพรวมไอทีประเทศไทย ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ไอทีในประเทศไทย ช่วงหลังจะเห็นการใช้ไอทีในเชิงที่กำลังจะเปลี่ยนตัว จากของที่เป็นเฉพาะทาง เป็นสามัญมากขึ้น หมายความว่า ที่เห็นชัดๆ คือ เมื่อก่อนมองไอทีเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์ องค์กรข่าวก็จะเป็นแนวบริษัทเอกชนเปิดตัวคอมพิวเตอร์ ขายคอมพิวเตอร์ได้เท่าไร หรือองค์กรจับมือกับองค์กรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ แต่ปัจจุบันรูปแบบจะเป็นแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น อย่างเช่น สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต คือ คนที่เป็นลูกค้าทั่วไปจะเริ่มหันมาสนใจ กลายเป็นของที่คนต้องมีแล้ว เมื่อก่อนถ้าส่วนตัวอายุ 30-35 ปี อาจจะมีโทรศัพท์สักเครื่องหนึ่ง โน้ตบุ๊ก สำนักงานก็ซื้อให้ แต่ปัจจุบันนี้ มองว่า โทรศัพท์รุ่นไหนดี ใช้ไอโฟนยังไง หรือถ้าเป็นเด็ก อาจจะมีบีบีมั้ย ซึ่งจะเข้ามาเป็นไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากขึ้น และเห็นอย่างชัดเจน
มุมมองต่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก
ตอนนี้ของประเทศไทยจะคล้ายๆ กับทั่วโลก คือ หมดระยะการบูมเบื้องต้นแล้ว ช่วงอีก 2-3 ปี หลังจากนี้ ก็คงไม่มีประเภทที่มาใช้ทวิตเตอร์กันเถอะ หรือเฟซบุ๊กกันเถอะ เป็นของใหม่มาก แต่ว่าอนาคตในอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า ก็คงไม่มีเหตุการณ์แบบเดียวกันเท่าไร แต่จะเป็นการใช้เครือข่ายที่มีอยู่แล้ว เช่น ทวิตเตอร์ ยูทูบ และเฟซบุ๊ก ที่มีอยู่แล้วให้มันเกิดประโยชน์มากขึ้น ซึ่งหากจัดลำดับช่วงโซเชียลเน็ตเวิร์ก จะเห็นว่า ช่วงแรกเป็นช่วงค้นพบ ว่าผลิตภัณฑ์อันนี้เป็นของใหม่ จะใช้มันอย่างไร ควรใช้ หรือไม่ควรใช้อย่างไร อย่างทวิตเตอร์ก็มีการเรียนรู้ เช่น เมื่อก่อนคุณพิมพ์ยาวเกินไป ไม่พอที่ 1 ข้อความ ก็ต้องฝึกหัดให้พิมพ์ได้ 1 ข้อความได้ ในบล็อกหนึ่งพอดี หรือมีวิธีพิมพ์ต่อ ซึ่งคนก็ผ่านระยะการเรียนรู้มาระยะหนึ่งแล้ว ช่วงต่อมาก็คงเป็นพัฒนาในเชิงอื่นมากขึ้น เช่น อาจมีการรวมกลุ่มกัน มีการจัดกิจกรรมมากขึ้นของคนในทวิตเตอร์ เกิดความเป็นชุมชนมากขึ้น
โชว์จุดเด่นของคอลัมน์ไอที ที่จะสามารถดึงดูดผู้อ่าน
ที่จะพยายามนำเสนอ จะเป็นเรื่องไอที แต่เป็นไอทีภาพกว้าง เน้นไปในเชิงวิเคราะห์มากกว่าที่จะเป็นข่าว หรือเป็นเรื่องของโปรดักส์ ทั้งนี้ จะพยายามดึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับไอที ซึ่งส่วนมากจะเป็นระดับนานาชาติเป็นหลัก เพราะประเทศไทย ต้องยอมรับว่ายังไม่มีบริษัทไทยที่คิดโปรดักส์ไอทีมากนัก แต่ก็มีบ้าง ซึ่งส่วนตัวจะนำเสนอในเชิงว่า บริษัทเหล่านี้ตัดสินใจทำอย่างนี้ แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรต่อสภาพการแข่งขัน หรือสภาพตลาด ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอในมุมนี้เป็นหลัก ส่วนมุมอื่นๆ ที่จะนำมาช่วยเสริมนั้น คงเป็นเรื่องความสำคัญของเทคโนโลยีกับสภาพชีวิตในสังคม อย่างเช่น สมาร์ทโฟน ที่มองมากกว่า แค่ทำอะไรได้ แต่มองว่าฟังก์ชั่นการทำงาน ของโทรศัพท์ลักษณะนี้ จะเกิดผลกระทบอะไร เช่น ส่วนตัวไปโพสต์ผ่านมือถือว่า ขณะนี้ไปเที่ยวอยู่ แล้วเช็กอิน อาจจะทำให้โดนปล้นบ้าน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการใช้ชีวิต
กดดันหรือไม่กับบทบาทคอลัมนิสต์ “คนดัง นั่งเขียน”
ก็มีแต่คนดังครับ มีผมไม่ดังอยู่คนเดียว ผมยังไม่ค่อยรู้เลยว่ามีใครเขียนบ้าง แต่พอรู้แล้วก็กดดันครับ(หัวเราะ) ที่กดดันเพราะกลัวเขียนไม่ทัน ส่วนชื่อผมอาจจะเป็นรองหน่อย แต่เนื่องจากว่าเรื่องที่เขียน เป็นเรื่องเฉพาะอยู่แล้ว ในส่วนของเนื้อหาจึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เต็มที่ครับ
...
ความรู้สึกที่ได้เป็นหนึ่งของคนเขียนคอลัมน์ “คนดัง นั่งเขียน”
ภูมิใจมากครับ มาเป็นเซเลบฯ (หัวเราะ) แต่ก็มีแต่คนแซวว่ากลายเป็นเซเลบฯ ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ปกติจะเขียนงานลงเว็บฯตัวเองอยู่แล้ว และก็มีเขียนลงวารสารบางเล่มบ้าง ตามสะดวก แต่ไม่ได้เขียนประจำ แต่นับจากนี้ไป คอลัมน์คนดังนั่งเขียนจะเป็นการเขียนประจำ นอกจากนี้ เมื่อหลายปีก่อนยังเคยเขียนให้กับคอลัมน์ไอที ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจด้วย
วันนี้มาถ่ายแฟชั่นด้วย รู้สึกอย่างไรบ้าง
ตื่นเต้นครับ ไม่เคยถ่ายมาก่อน เป็นครั้งแรกในชีวิต ตอนนี้ยังไม่ท่าที่จะโพสต์ รอให้ทีมงานครีเอทให้ดีกว่า เพราะผมไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน (หัวเราะ)
ฝากถึงผู้อ่านคอลัมน์
หลักๆ คงให้ผู้อ่านติดตาม และส่วนตัวจะพยายามนำเสนอหัวข้อที่น่าสนใจ และแตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาด ส่วนตัว ทำการบ้านหนักขึ้น เพราะประเด็นที่เขียนลงบล็อกนัน จะเป็นประเด็นที่ค่อนข้างเฉพาะเรื่องเทคนิค ขณะที่ประเด็นที่เขียนลงไทยรัฐออนไลน์ กลุ่มผู้อ่านจะกว้างกว่าเยอะ ก็จะต้องเตรียมตัวว่าผู้อ่านจะเข้าใจหรือไม่ จะต้องปูพื้นฐานอย่างไร.
...