"ผมจะมาชำแหละวงการแฟชั่น" อีก 1 ประโยคที่เผยถึงความตั้งใจที่จะบอกเล่าเรื่องราวของวงการแฟชั่นไทยของดีไซเนอร์ขบถทางความคิดที่ชื่อ จิตต์สิงห์ สมบุญ Head of Designer ของห้องเสื้อ PLAYHOUND By GREYHOUND เขาเป็นไอดอลที่วัยรุ่นอยากจะทำตามทั้งเรื่องสไตล์การแต่งตัว รวมไปถึงอาชีพที่เขาทำ...
ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องฝีมือ และประสบการณ์การทำงานของผู้ชายคนนี้ ที่ผ่านมาหลายคนอาจเห็นจากผืนผ้าหลากหลายดีไซน์ แต่นับจากนี้ตลอดเวลาอีก 1 ปี เต็ม เขาจะมาเป็นคอลัมนิสต์ให้กับทางไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่น่าสนใจอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาจะถ่ายทอดให้ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ได้รู้ ก็คือเรื่องวงการแฟชั่นที่เป็นมากกว่าอาภรณ์สำหรับนุ่งห่มตามกระแส
ครั้งแรกสำหรับบทบาทคอลัมนิสต์เต็มตัวของจิตต์สิงห์ ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เขาจะยอมสละเวลาการทำงานประจำที่แน่นทุกๆ วันมาแบ่ง เพื่อเขียนคอลัมน์ให้กับใครง่ายๆ แต่ด้วยนิสัยที่ชอบทดลองอะไรใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจยากนักสำหรับเขา ถ้าจะเปลี่ยนจากการวาดรูปมาจับปากกาเขียนหนังสือเล่าเรื่องอาชีพของตัวเองไม่กี่บรรทัดให้คนอื่นได้อ่าน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง ซึ่งเนื้อหาที่จะมานำเสนอตลอด 1 ปีเต็ม ก็จะเป็นในสไตล์ของจิตต์สิงห์ ที่อาจจะใช้คำพูดเสียดสีบ้าง ตามนิสัยของคนปากจัด กัดเจ็บ แต่จริงใจ และก่อนที่จะได้เริ่มอ่านเรื่องราวในวงการแฟชั่นจากเขา ''ไทยรัฐออนไลน์'' จึงมาพูดคุยทำความรู้จักกับดีไซเนอร์หัวใจขบถคนนี้กันก่อนแบบเต็มๆ
ช่วงนี้มีผลงานอะไรอยู่บ้าง?
"ตอนนี้ผมก็ยังทำงานอยู่ที่บริษัทเกรย์ฮาวด์ครับ เป็น Head of Designer ของแบรนด์ PLAYHOUND by GREYHOUND และก็กำลังทำโปรเจกต์ Greyhound 1.1 กับทางห้างในเครือเดอะมอลล์ด้วย นอกจากนั้นผมก็เป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านแฟชั่น และการออกแบบที่มหาวิทยาลัยศิลปากร, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมีตรวจทีสิสของนักศึกษาปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยรังสิตด้วย ส่วนเวลาที่เหลือจริงๆ ผมก็จะนั่งทำงานศิลปะ เพื่อเตรียมจัดแสดงด้วย"
ตัวตนของจิตต์สิงห์ เป็นดีไซเนอร์ หรือศิลปิน?
"ผมมองว่าตัวตนจริงๆ คงไม่ใช่ดีไซเนอร์หรอก แต่พอดีผมชอบแต่งตัว ชอบมองสังเกตคนที่เดินไปมา ว่าเขาแต่งตัวกันยังไง เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ผมว่านิสัยที่เป็นแบบนี้เลยทำให้เราคิดอะไรได้แตกต่างจากคนอื่นมากกว่า แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นศิลปินก็คงไม่ใช่อีกเหมือนกัน ผมเป็นแค่คนทำงานศิลปะเท่านั้นเอง คำนี้น่าจะเหมาะกับตัวตนของผมมากที่สุดแล้ว"
...
รู้สึกอย่างไรที่มาเป็นคอลัมนิสต์ให้กับไทยรัฐออนไลน์?
"จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนเสพสื่อออนไลน์น้อยมาก รุ่นผมอาจถนัดทางหนังสือพิมพ์มากกว่า ตอนแรกที่ได้รับการติดต่อ ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ยอมรับในตัวผม ถ้าไม่มาก็คงเสียดายนะ เพราะโปรเจกต์นี้ก็มีอีกหลายคนที่มีความสามารถ มาร่วมเขียนให้กับไทยรัฐออนไลน์ และโดยส่วนตัวมองว่า ถึงสื่อออนไลน์จะเป็นสื่อใหม่ แต่ผมเชื่อว่าด้วยความเป็นไทยรัฐ วัฒนธรรมคงเหมือนกัน คือเข้าถึงคนง่าย พูดจาฉะฉาน และกล้านำเสนอ ผมเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ถึงแค่ระยะสั้นๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้มาลอง "
คนอ่านจะได้อะไรจากคอลัมน์แฟชั่น?
"เรื่องราวที่จะนำเสนอในไทยรัฐออนไลน์ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องงานที่ทำอยู่ ทั้งเรื่องแฟชั่น และงานศิลปะ ที่มีสาระ แต่อาจจะเสียดสี สะท้อนสังคมบ้างในบางครั้งคราว (หัวเราะ)"
ฝากอะไรถึงคนอ่านไทยรัฐออนไลน์
"อยากให้ติดตามกันครับ เพราะสิ่งที่ผมอยากจะสื่อสารกับผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ก็คงเป็นเรื่องที่ผมรู้ และสามารถเอามาเปิดเผยได้ คนนอกอาจมองเห็นแค่ผิวเผิน แต่ไม่ใช่เรื่องกอซซิปครับ จะเป็นเรื่องที่ให้ประโยชน์ต่อคนอ่านแน่นอน"