รับการทำธุรกิจหนังสือในประเทศไทยค่อนข้างยาก เนื่องจากนิสัยไม่รักการอ่านของคนไทย...

นับเป็นคนหนุ่มที่เต็มไปด้วยความคิดและความใฝ่ฝันทำดีๆเพื่อสังคม สำหรับบุรุษร่างโปร่ง หมิง–แม่ทัพ ต.สุวรรณ ทายาทคนเล็กในจำนวน 2 คน ของ นายวีระ–นางกรรณิกา ต.สุวรรณ อดีตหนึ่งในผู้บริหารสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ที่แม้เวลานี้บุพการีจะวางมือจากแวดวงสิ่งพิมพ์ไปแล้ว แต่ หมิง และพี่สาวร่วมอุทร ก็ได้ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ของครอบครัวที่จะทำหนังสือดีๆออกสู่สังคม โดยร่วมกันก่อตั้ง บริษัทพรีมาพับบลิชชิง สำนักพิมพ์ที่มุ่งเน้นผลิตหนังสือคุณภาพเพื่อเด็กและประชาชนทั่วไป

หมิง ร่ำเรียนมาทางด้านงานออกแบบ จบปริญญาตรีด้าน Interior Design จาก School of Visual Arts และปริญญาโทด้าน Industrial Design จาก Pratt Institute สหรัฐอเมริกา หลังเรียนจบ หมิง ทำงานกับบริษัทออกแบบที่นิวยอร์กอยู่ประมาณ 3 ปี ก็ถูกทางบ้านเรียกตัวให้กลับมาช่วยกันทำงานที่สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า โดยเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการพิมพ์ จนถึงงานด้านการตลาด กระทั่งถึงจุดจุดหนึ่งในการทำงาน หมิง และพี่สาวได้ตัดสินใจที่จะออกมาทำสำนักพิมพ์เป็นของตนเอง ด้วยการก่อตั้ง บริษัทพรีมาพับบลิชชิง จำกัด มุ่งเน้นที่จะผลิตหนังสือแนวคุณภาพสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ โดยเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์พจนานุกรมฉบับ "สอ เสถ–บุตร" ซึ่งเป็นพจนานุกรมฉบับแรกในเมืองไทย และเป็นพจนานุกรมที่มีความสมบูรณ์ที่สุดทั้งในเรื่องของคำศัพท์และคำแปล นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือเสริมทักษะความรู้สำหรับเด็ก หนังสือทำอาหาร ตลอดจนหนังสือธรรมะ ฯลฯ

"คอนเซปต์ในการทำหนังสือของพรีมาพับบลิชชิง คือผู้อ่านต้องได้อะไรนอกจากเรื่องที่เขาอ่าน อาทิ การสอดแทรกเรื่องศีลธรรม หรือแนวคิดต่างๆที่นำมาพัฒนาปรับปรุงตัวเองได้" ซึ่งการทำธุรกิจเกี่ยวกับหนังสือที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระนั้น หมิง ยอมรับว่าเป็นธุรกิจที่เหนื่อยมาก เพราะเท่าที่สังเกตคนไทยยังรักการอ่านน้อยกว่าฝรั่งมากๆ "อย่างเพื่อนผมที่เมืองนอก ไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กเรียนหรือไม่ใช่เด็กเรียน  เวลาขึ้นรถไฟเขาจะมีหนังสือเล่มเล็กๆออกมาอ่านตลอด ซึ่งบางคนไม่ได้เรียนสูงอะไรมากมาย แต่ความรู้ที่เขาได้รับจากการอ่านนั้นช่วยเขาในการดำเนินชีวิตได้ มากทีเดียว  ผมจึงพยายามทำหนังสือที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้คนไทยหันมารักการอ่านหนังสือกันให้มากขึ้น"

นอกจากจะพยายามสร้างสรรค์หนังสือดีมีคุณภาพออกมาเป็นตัวเลือกให้กับผู้ที่รักการอ่านในเมืองไทยแล้ว หมิง ยังมีความสุขกับการจัดกิจกรรมด้านธรรมะ ชักชวนเด็กๆมาเข้าค่ายธรรมะ เพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้เป็นเยาวชนที่มีสติ คิดดี ทำดี อยู่เป็นประจำ โดยมีความฝันเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในใจอีกหนึ่งสิ่งคือ การทำศูนย์กิจกรรมสำหรับสูงอายุ "ผมมองว่าผู้สูงวัยในเมืองไทยไม่มีอะไรให้ทำ ต้องอยู่บ้านและชีวิตแย่มาก ไม่ดีต่อสุขภาพจิต ผมอยากให้ผู้ใหญ่สูงวัยมีที่ที่มาทำอะไรร่วมกัน มีชีวิตดีๆ แต่ไม่ใช่เดย์แคร์ เพราะผมมองว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุมากแล้วก็มีความสำคัญไม่แพ้เด็ก" แต่ฝันนี้จะเป็นจริงเร็วช้าแค่ไหน คงต้องรอดูกันต่อไป!!!

ทีมข่าวสตรี

...