“มะเร็ง” คือเพชฌฆาตร้ายอันดับหนึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก แต่ใช่ว่าทุกคนที่เป็นมะเร็งจะต้องเสียชีวิต!! เพราะหากตรวจพบแต่เนิ่นๆ และรู้จักดูแลรักษาตัวเองถูกแบบแผน ต่อให้มะเร็งจะร้ายกาจขนาดไหน ก็รักษาให้หายขาดได้
เพื่อให้ประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจมากขึ้นในการดูแลด้านโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทางมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย องค์กรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “อาหารนั้นสำคัญไฉนในผู้ป่วยมะเร็ง” อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเผยแพร่ความรู้ความตระหนักแก่ประชาชนเรื่องโรคมะเร็ง และการดูแลรักษาโรคมะเร็งอย่างเหมาะสม โดยมี “นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ และ “พญ.สิรกานต์ เตชะวณิช” แพทย์ผู้เชี่ยว ชาญด้านอายุรศาสตร์โภชนาการ ร่วมแบ่งปันความรู้ ณ โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้
“นพ.วิโรจน์” เปิดประเด็นว่า ปัจจุบัน อัตราการเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคมะเร็งสูงเป็นอันดับต้นๆ โดยชนิดของมะเร็งที่คร่าชีวิตชายไทยมากที่สุดคือ มะเร็งตับ และท่อน้ำดี รองลงมาคือมะเร็งปอด ส่วนเพศหญิงคือ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก วิธีการรักษาโรคมะเร็ง มี 3 วิธี หลักๆคือ การผ่าตัด การฉายรังสี และการให้คีโม บางคนรักษาเพียงวิธีเดียว แต่บางคนอาจต้องใช้ทั้ง 3 วิธี แล้วแต่ชนิดของมะเร็งและระยะเวลาของโรค อันที่จริงแล้ว มะเร็งสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะถ้าเราเจอในระยะเริ่มต้น เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่เป็นในระยะที่ 1-3 สามารถรักษาให้หายขาดได้ถึง 80% โดยสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งคือ การเลือกทานอาหาร เพราะในการรักษาแต่ละวิธีจะทำให้ร่างกายเกิดผลข้างเคียง ถ้าร่างกายขาดสารอาหาร หรือมีโภชนาการที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ฟื้นตัวช้า และประสิทธิภาพการรักษาลดลง
อย่างไรก็ดี คุณหมอย้ำว่า การบริโภคอาหารที่ถูกต้องไม่ใช่วิธีการรักษา แต่เป็นส่วนเสริม ซึ่งอาจแยกคนไข้ออกเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงที่เป็นโรคมะเร็งและรับการรักษาอยู่ ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง หรือการให้ยาเคมีบำบัด จึงจำเป็นต้องมีโภชนาการที่สมบูรณ์ มิฉะนั้นจะได้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร แต่หลังจากที่ได้รับการรักษาแล้ว จะเป็นช่วงฟื้นฟูด้วยภาวะโภชนาการเพื่อไม่ให้โรคมะเร็งกลับมาอีก และร่างกายไม่เสื่อมโทรม
“ผมมีคนไข้โรคมะเร็งหลายคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จะทนการรักษาไม่ดีและติดเชื้อได้ง่าย ทำให้โอกาสเสี่ยงที่จะรักษาไม่ได้ผล ในขณะที่คนไข้อีกหลายคนทานอาหารเต็มที่จนร่างกายแข็งแรง ทำให้รักษาได้ผลดี จึงขอยืนยันว่า การรักษาทางการแพทย์ทั้ง 3 วิธีเป็นการรักษาหลัก ส่วนอาหารเป็นส่วนเสริม และต้องได้รับอาหารให้ครบถ้วน การให้กำลังใจผู้ป่วยก็เป็นสิ่งสำคัญ ครอบครัวและเพื่อนๆ จำเป็นจะต้องช่วยกันประคับประคองผู้ป่วย”
เรื่องของภาวะโภชนาการที่เหมาะสมถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษามะเร็งให้เกิดประสิทธิผล โดย “พญ.สิรกานต์” บอกเล่าว่า การรักษาโรคมะเร็งจะได้ผลดี กับผู้ป่วยที่มีโภชนาการดี ผู้ป่วยที่ทานอาหารได้ดี ย่อมสามารถต่อสู้กับอาการข้างเคียงจากการรักษา และช่วยให้รับมือกับปริมาณยาบางตัวในระดับสูงๆได้ หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือฉายรังสีมา ร่างกายจำเป็นต้องใช้โปรตีนในการรักษาเนื้อเยื่อในร่างกายและต่อสู้กับการติดเชื้ออักเสบ ดังนั้น หากขาดโปรตีน ร่างกายจะใช้เวลานานมากกว่าเพื่อจะฟื้นตัวจากโรคภัยไข้เจ็บ
“สำหรับอาหารที่ให้โปรตีนนั้น สามารถทานได้ทั้งเนื้อสัตว์, ปลา, สัตว์ปีก, ผลิตภัณฑ์จากนม, ถั่วเปลือก แข็ง, ถั่วฝักแห้ง, ถั่วฝักเมล็ดกลม, ถั่วเมล็ดแบน และอาหารจากเต้าหู้ ต้องเน้นว่า ถ้าให้อาหารโปรตีนสูง คนไข้ต้องได้รับพลังงานทั้งวันที่เพียงพอก่อน โปรตีนถึงจะนำไปเสริมสร้างเซลล์ส่วนที่สึกหรอ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า โปรตีนที่มาจากสัตว์ไม่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง หมอขอแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะโปรตีนจากสัตว์มีคุณภาพดี ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น ส่วนโปรตีนจากพืชก็มีแง่ดีเช่นกัน คือ ไม่มีไขมันอิ่มตัว ผู้ป่วยจึงควรกินโปรตีนให้ครบถ้วนทั้ง 2 อย่างในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้สารอาหารที่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ กระนั้น อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ อาหารไม่สด และไม่สะอาด รวมถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ และอาหารหมักดอง โดยเฉพาะช่วงที่คนไข้มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ...ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็ง คลิกที่ www.tsco.or.th
...