อุปทูตโปรตุเกส “ฌูแซ คาร์ลูช ซือราฟีนู” และลิเดีย–ศรัณรัชต์ วิสุทธิธาดา ช่วยกันชวนชิมขนมไทยและโปรตุเกส.
ร่วม สืบสานขนมไทยให้คงอยู่อย่างต่อเนื่อง เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ได้จัดเทศกาลงานขนมไทย “Thai Sweet Festival 2011” มาเป็นปีที่ 5 โดยเฉพาะในปีนี้เป็นการร่วมฉลองครบรอบ 500 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-โปรตุเกส ซึ่งเป็นประเทศชาติตะวันตกที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมายาวนานที่สุด ด้วยการนำเสนอขนมไทยตำรับโปรตุเกส ที่เข้ามาแพร่หลายในไทยจนถึงทุกวันนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.ฌูแซ คาร์ลูช ซือราฟีนู อุปทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย และ วิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน
บรรยากาศภายใน งานนอกจากจะมีขนมไทยให้ลองลิ้มชิมรสกันแล้ว ไฮไลต์ของงานคือการนำเสนอขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เดินทางด้วยเรือสำเภามาค้าขายกับกรุง ศรีอยุธยา ตั้งแต่ปี 1511 โดย “มารี กีมาร์” หรือที่คนไทยเรียกว่า “ท้าวทองกีบม้า” ภรรยาเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ซึ่งได้นำสูตรขนมโปรตุเกสเข้ามาเผยแพร่ โดยใช้วัตถุดิบที่มีในประเทศสยามขณะนั้นเป็นส่วนผสม เช่น ไข่, น้ำตาล และแป้ง นำมาทำเป็นขนมที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ ขนมทองหยอด ซึ่งมาจากขนม Trouxos das caldas ของโปรตุเกส และ Fios de Ovos คือ ต้นตำรับขนมฝอยทอง, Queijadas de Coimbra เป็นต้นตำรับขนมบ้าบิ่น, Massap’es เป็นต้นตำรับขนมลูกชุบ และ Tigelada เป็นต้นตำรับขนมหม้อแกง เป็นต้น
...
งานนี้ได้มีเหล่าเซเลบริตี้ได้มาเปรียบเทียบความอร่อยของขนมไทย กับโปรตุเกสที่ได้เคยลิ้มรสด้วย อาทิ คริสติน่า เศรษฐบุตร บอกว่า ได้ลองชิม Tigelada และหม้อแกงของไทย รู้สึกว่าอร่อยทั้งสองอย่าง สูตรดั้งเดิมของโปรตุเกสทราบว่าเขาใช้นมทำ แต่หม้อแกงของไทยเราใช้กะทิ สิ่งที่แตกต่างที่รู้สึกได้คือ ของโปรตุเกสจะหอมเนยนม ส่วนของไทยจะเด่นเรื่องความหวานมัน ขณะที่ วิภาวี คอมันตร์ บอกว่า ได้ลองรับประทานขนมแปลกๆเยอะมาก ลองขนมโปรตุเกสและของไทย ทั้งหน้าตาและรสชาติไม่เหมือนกันเท่าไหร่ แต่อร่อยสูสีกันมาก.