เปิดคฤหาสถ์หรู ยูกิ ศรีกาญจนา เจ้าแม่ธุรกิจนาฬิกาแบรนด์หรู กับบทบาทซุปเปอร์มัมของ 3 พี่น้อง ปรางค์, พิม และพลอย ลูกสาวสุดสวย ที่กำลังโด่งดังในแวดวงสังคมขณะนี้...

ยุคนี้บทบาทของผู้หญิงอาจะเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เป็นแม่บ้าน ก็ออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น จากสถานะของผู้ตาม ก็สามารถก้าวมาเป็นผู้นำได้เหมือนกัน แต่ก็ยังควบคู่ไปกับบทบาทเดิมอย่างการเป็น "แม่" ของลูกได้สมบูรณ์


เรียกว่าเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟ็กต์คนนึงก็ว่าได้  สำหรับ ยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัทเพนดูลัม เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่สไตล์ Working Woman ที่มีความสามารถ  อีกทั้งยังเป็นคุณแม่ ของลูกสาวหน้าตาน่ารักถึง 3 คน ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในวงสังคมอย่างมาก วันนี้ 'ไทยรัฐออนไลน์' มีโอกาสได้มาเยือนถึงที่บ้านอันอบอุ่น เพื่อพูดคุยกับผู้หญิงเก่งคนนี้ กับบทบาทที่สำคัญที่สุดในชีวิต  นั่นก็คือ การเป็น “คุณแม่" ซุปเปอร์มัมของ  3  พี่น้องแห่งตระกูลศรีกาญจนา

...

"ดิฉันเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกให้คุยกับดิฉันได้ทุกเรื่อง สนิทกับลูกมาก มีอะไรก็คุยกันตลอด จะสอนลูกให้เข้าใจกับชีวิต มากกว่าการที่จะดุหรือห้ามไม่ให้ทำอะไร แต่จะอธิบายให้เข้าใจถึงเหตุผล อยากให้เขามีความเข้าใจมากกว่า คิดว่าตัวเองค่อนข้างเป็นคุณแม่สมัยใหม่หน่อย เพราะเลี้ยงลูกแบบผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและฝรั่ง คือสอนให้เขารู้เรื่องกิริยามารยาทแบบไทย การวางตัวให้ดี สำหรับการคิดตัดสินใจจะสอนให้เขาตัดสินใจเอง เป็นตัวของตัวเอง ช่วยเหลือดูแลตัวเองได้ และรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ตอนเขายังเล็กๆ อาจจะเหนื่อยหน่อยค่ะ เพราะเขาอายุไล่เลี่ยกัน การเลี้ยงเด็กอายุไล่เลี่ยกันถึงสามคนก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา ส่วนเมื่อโตขึ้น ลูกสาวทั้ง 3 คน ค่อนข้างอยู่ในโอวาทมาก และเป็นคนมีความรับผิดชอบ สำหรับเรื่องการเรียนก็ทำได้ดี"

พูดถึงลูกสาวทั้ง 3 คน เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหน้าตากันบ้างแล้วตามงานต่าง ๆ เพราะมักจะควงคู่มากับคุณแม่อยู่เป็นประจำ ทั้งน้องปรางค์-อภินรา, น้องพิม-พิมพ์พยัพ และน้องพลอย-พลอยพยัพ ซึ่งคุณแม่ของ 3 สาวนั้น บอกว่าลูก ๆ แต่ละคนค่อนข้างได้นิสัยมาจากแม่พอสมควร แต่จะเป็นคนละสไตล์กัน

"3 คนก็ 3 บุคลิกเลยค่ะ  แต่ก็ได้นิสัยของดิฉันมาคนละนิดละหน่อยไม่เหมือนกัน อย่างคนโตค่อนข้างจะมีนิสัยเป็นพี่ใหญ่ดูแลน้องๆ ได้เป็นอย่างดี  เหมือนแม่ตรงที่ว่องไว คล่องแคล่ว และไม่ขี้อาย ส่วนน้องพิมก็มีความเป็นตัวของตัวเอง และชอบอยู่บ้านเหมือนดิฉัน ส่วนน้องพลอยเป็นโลกส่วนตัวมากเหมือนกัน ค่อนข้างเหมือนแม่ และเขาจะมีความเป็นศิลปินสูง โชคดีที่ทั้ง 3 คนไม่มีคนไหนที่ดื้อเลยค่ะ เพราะเขาจะรับฟังสิ่งที่เราสอน และเป็นเด็กที่อยู่ในโอวาททั้ง 3 คน"

การเป็นคุณแม่ที่เข้าใจลูกสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นแบบนี้ สำหรับคุณยูกิอาจไม่มีความกังวลอะไรมาก เพราะ 3 สาวนั้นเชื่อฟังคุณแม่เป็นอย่างดี แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่แม่คนนี้เป็นห่วงอยู่ตลอด และสอนลูกเสมอ ก็คือเรื่องการดูแลตัวเอง และการวางตัวให้ดี

"สิ่งที่เป็นห่วงลูกมาก ก็คงเรื่องความปลอดภัย เพราะตอนนี้เขาโตเป็นสาวแล้ว และเรียนอยู่ต่างประเทศด้วย เลยต้องสอนเรื่องความปลอดภัยมากหน่อย  ตรงนี้ก็ต้องทำใจค่ะ เพระเราไม่สามารถอยู่กับลูกตลอดเวลา ต้องคิดว่าเขาโตแล้ว ดิฉันเองจะบอกลูก ๆ เสมอว่า เมื่อไปอยู่ตามลำพังแล้ว ต้องรับผิดชอบดูแลตัวเองให้ได้  เราเป็นแค่คนแนะแนวทางให้ เรื่องการตัดสินใจว่าเขาจะทำอะไร หรือไม่ทำก็อยู่ที่ตัวเขา เพราะเราให้อิสระ  อยากให้ลูกรู้จักรับผิดชอบในการกระทำและในทุกสื่งที่ได้ตัดสินใจ การเรียนไม่ค่อยเป็นห่วงค่ะ เพราะลูก ๆ ทั้งสามรับผิดชอบในการเรียนดี เมื่อถึงเวลาที่ลูกจะมีคู่ครอง ก็อยากให้เขาเจอคนที่ดี ก็อยากได้คนที่มีความเป็นผู้นำ เป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ เป็นคนอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ที่สำคัญต้องเป็นคนขยัน เพราะตราบใดที่เราขยัน ดิฉันเชื่อว่าอนาคตก็จะไปได้ไกล"

...

แม้ว่าคุณแม่กับคุณลูกวัยอาจต่างกัน แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค หรือช่องว่างให้ความสัมพันธ์ของแม่ลูกนั้นน้อยลง มีเวลาว่างเมื่อไหร่ 4 สาวก็ต้องจับกลุ่มหากิจกรรมทำกันตลอดเวลา วันทุกวันจึงเป็นความพิเศษของครอบครัวนี้ ไม่แค่เฉพาะวันแม่เท่านั้น

"ดิฉันกับลูกจะสนิทกันมาก เวลาว่างก็จะไปช้อปปิ้งกัน ออกกำลังกายบ้าง หรือไม่ก็ทำอาหาร บางทีก็จะมานั่งรวมกันในห้องดูทีวี  และครอบครัวเราก็จะแสดงความรักกันตลอด วันพิเศษสำหรับบ้านเราเลยมีทุกวันค่ะ แต่จะมีที่พิเศษบ้าง ที่บางทีลูก ๆ ทำการ์ดให้ อย่างพลอยเขาชอบวาดรูป ก็มีวาดรูปเขากับแม่ ส่วนปรางค์และพิมก็เขียนการ์ดมาให้เหมือนกัน นอกจากนั้นก็มีที่จะยกกันทั้งบ้านไปทานอาหารข้างนอก ซึ่งก็จะมีญาติ พี่น้องไปด้วย"

...

สำหรับการเป็นแม่นั้น คือ บทบาทและประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งคนที่เป็นแม่ทุกคนคงจะเข้าใจ แต่บทบาทของการเป็นลูกที่ดี ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ซึ่งเวิร์คกิ้งวูแมนคนเก่งนี้  ก็ได้ฝากทิ้งท้ายไว้สำหรับผู้หญิงทุกคน ที่ต้องทำงานไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย รวมถึง ลูก ๆ ที่อาจทำงานหนักจนเกินไป จนลืมคุณพ่อคุณแม่

"ดิฉันเชื่อว่า สิ่งที่ลูกทุกคนควรจะต้องมี คือ ความกตัญญูต่อคุณพ่อคุณแม่ เพราะท่านให้ชีวิต และเลี้ยงเรามา ให้ความรักแบบไม่มีเงื่อนไขกับเรา เราจึงต้องตอบแทนท่าน ซึ่งข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเป็นลูกที่ดี ดิฉันเชื่อว่าความกตัญญูเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกที่กตัญญูทุกคนเจริญก้าวหน้า  นอกจากนี้เราเองต้องมีความรับผิดชอบที่ดีในชีวิตตัวเอง ต้องสามารถที่จะตัดสินใจให้ถูกต้อง และเป็นการตัดสินใจที่ดีทุกครั้ง เมื่อต้องมีการตัดสินใจ ส่วนคนที่ตอนนี้กำลังเป็นคุณแม่ และต้องทำงานไปด้วย ดิฉันคิดว่ายังไงก็ต้องหาเวลาอยู่กับลูก และใกล้ชิดกับพวกเขา โดยเฉพาะตอนเด็ก  เพราะจะเป็นการสร้างความอบอุ่นได้ดีที่สุด ความอบอุ่น คือ พื้นฐานที่ทำให้ความรักของครอบครัวแข็งแรง  ครอบครัวไหนที่มีตรงนี้  ลูกๆ ก็จะไม่รู้สึกว่าขาดและเรียกร้องความสนใจจากเรา ดิฉันเชื่อว่า ตรงนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับทุกบ้าน เพราะอย่างตัวดิฉันเองถึงทำงานก็จริง แต่เสร็จงานแล้วก็กลับบ้าน ไม่ได้ใช้ชีวิตเที่ยวกลางคืนอะไร พอถึงบ้านเราก็เปลี่ยนบทบาทเป็นแม่บ้าน ทำอาหารขึ้นโต๊ะ ทานข้าวด้วยกันกับลูกๆ พูดคุยกัน เป็นความสุขที่เรียบง่ายของครอบครัวเราค่ะ".


Twitter : Sriploi_social