มีความสุขและทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ เป็นนิยามการทำงานของ ศิรินันท์ ศิริพานิช สาวรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพกับงานที่ตัวเองรัก ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ขณะเดียวกันก็ยังเป็นอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ด้วย

ศิรินันท์ หรือ อ้อ สาวหน้าคมวัย 27 ปี ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว อาวุธ-นฤมล ศิริพานิช เจ้าของธุรกิจตลาดเช่าที่ประตูน้ำ ยอมรับว่าเป็นคนไฮเปอร์ที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ชอบที่จะทำงานมากกว่า ตอนเด็กๆออกแนวเด็กเรียน โดยเรียนระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ แผนกวิทยาศาสตร์ คะแนนชีวะดีมาก มาพลิกตอนที่ได้ทุน AIF ไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ ในเมืองเล็กๆ ได้เจอคนเยอะมาก และ “อ้อ” เป็นคนแอ็กทีฟ ชอบคุยกับคน เลยสนิทกับคนทั้งเมือง พอกลับมาเลยเปลี่ยนความคิด ที่เดิมอยากเป็นหมอฟัน มาเรียนสายการทูต, การเมืองแทน

ด้วยความตั้งใจบวกกับความสามารถ  อ้อ  สอบเข้าคณะศิลป-ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคปกติได้ แต่ขอเลือกที่จะเรียนภาคภาษาอังกฤษแทน ซึ่งคิดถูก และจบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยม อันดับ 1 ทุนภูมิพล (เหรียญทอง) จากนั้นเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ทางด้านการบริหารและการจัดการเมืองอย่างยั่งยืน ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ และจบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1

อ้อ เล่าต่อว่า ระหว่างที่เรียนจบแล้วมีเวลาเหลืออยู่ ก็ไปฝึกงานในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการพัฒนาโรงเรียนในสังกัดนครนิวยอร์ก ของสำนักงานงบประมาณนิวยอร์ก แม้จะทำไม่กี่เดือนแต่รู้สึกสนุกและชอบ เลยคิดอยากทำงานการปกครองท้องถิ่น อย่างกรุงเทพมหานคร เพราะเรียนมาสาย City Urban Policy โดยตรง และโชคดีที่ได้มาทำงานให้กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน

“อ้อ ทำงานมา 2 ปี งานที่ กทม.สนุกมากค่ะ ได้รับประสบการณ์มากทุกรูปแบบ ทั้งงานเอกสาร ซึ่งคุณชายสุขุมพันธุ์เป็นอาจารย์ที่ดีมาก ได้เรียนรู้จากท่านมาก ท่านทำงานละเอียด ซึ่งงานหลักนอกจากดูเรื่องการเตรียมสุนทรพจน์และงานด้านต่างประเทศแล้ว อ้อยังช่วยดูแลงานการผลักดันกรุงเทพฯให้เป็น “เมืองหนังสือโลก” หรือ World book Capital 2013 แล้วยังมีงานที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ และติดต่อกับ NGO รวมทั้งชาวบ้านด้วย นอกจากนี้ ในช่วงมีม็อบ อ้อก็ลุยไปกับท่านผู้ว่าฯด้วย คอยติดต่อประสานงานกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่อยากสัมภาษณ์ท่าน เป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้จริงๆเลยค่ะ”

แม้งานจะยุ่ง แต่สาวไฮเปอร์คนนี้ ยังแบ่งเวลาไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนให้กับนักศึกษาปี 3 และ 4 ของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต คณะศิลปศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ควบด้วยการเรียนปริญญาเอก ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งสาวคนนี้วางอนาคตไว้ว่าจะก้าวเข้าสู่การเมือง

“อ้อชอบทำงานที่ รู้สึกว่ามีผลต่อคนจำนวนมาก ทำแล้วสนุก ไม่ได้อยากทำงานการเมืองเพราะกระแส และงานที่ทำทุกงานจะใส่ใจลงไปด้วยตลอด อ้อคิดว่าถ้าเราทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด ผลคือองค์กรก็จะดีขึ้น”

...

อยากเห็นคนรุ่นใหม่ มากด้วยสามารถและความคิดใหม่ๆ แบบนี้อยู่ในสภาผู้แทนฯจังค่ะ.