สมกับที่ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ เอเชีย ให้เป็น 1 ใน 4 สุดยอดมหาเศรษฐีใจบุญแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2553 สำหรับ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เพราะแม้แต่วันแซยิดใหญ่ครบ 6 รอบ อายุ 72 ปี เจ้าสัวซี.พี.ยังงดจัดงานเลี้ยงรื่นเริง แต่ขอทำบุญฉลองวันเกิด ด้วยการแบ่งปันความสุขให้เด็กกำพร้าและเด็กยากจน ตามท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ
เป็นที่ทราบกันดีว่า แต่ไหนแต่ไรมา “เจ้าสัวธนินท์” ได้ทุ่มเททำงานเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ “เด็ก” ซึ่งถือว่าเป็นอนาคตของชาติ เจ้าสัวย้ำว่า หากวันนี้ดูแลเด็กกำพร้า เด็กยากจนให้เป็นคนดี มีการศึกษา คนเหล่านี้ก็จะช่วยพัฒนาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองในอนาคต
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี นักธุรกิจคนนี้ได้บริจาคเงินปีละกว่า 16 ล้านบาท ให้กับองค์กรการกุศลมากมาย ทั้งในด้านการศึกษา, สวัสดิภาพเด็ก และการทำนุบำรุงศาสนา โดยเจ้าสัวได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิภายใต้ชื่อ “มูลนิธิพุทธรักษา” ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากไร้ ตลอดจนเน้นการสนับสนุนให้โรงเรียนพึ่งพาตนเอง
...
นอกจากการบริจาคเงินเป็นทุนทรัพย์ให้เด็กยากจนแล้ว ทุกๆปีในโอกาสวันคล้ายวันเกิด “เจ้าสัวธนินท์” จะต้องเดินทางไปเลี้ยงอาหารเด็กๆ ณ สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและเด็กยากจนวัดสระแก้ว อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง สำหรับปีนี้ เจ้าสัวได้ชวนภรรยาคู่บุญ “คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์” ไปแบ่งปันโอกาสและความสุขให้เด็กๆด้อยโอกาสที่สถานสงเคราะห์ดังกล่าวเช่นเคย โดยนำอาหารที่เด็กๆชื่นชอบไปให้รับประทาน พร้อมกับมอบทุนการศึกษาด้วย
โอกาสนี้ “เจ้าสัวซี.พี.” ยังจุดประกายความคิดให้เด็กๆว่า พวกคุณทุกคนจะต้องมีอนาคตที่แจ่มใสแน่นอน ขอให้พยายามขยันศึกษาเข้าไว้ แม้ทุกวันนี้ พวกคุณจะเป็นเด็กอยู่ แต่อนาคตจะต้องเป็นเจ้าของประเทศ และประเทศจะเจริญได้ก็เพราะเด็กๆอย่างพวกคุณ ที่จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แล้วมาช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป
นอกจากนี้ “เจ้าสัวธนินท์” ยังฝากแง่คิดดีๆไว้ว่า คนที่จะเจริญรุ่งเรืองได้ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างในชีวิต คือ ต้องเป็นคนที่มีความกตัญญู, รู้จักตอบแทนบุญคุณ และต้องรู้จักให้คนอื่น เพราะยิ่งให้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้กลับคืนมามากเท่านั้น ซึ่งการให้มีหลายอย่าง ให้ได้ทั้งสิ่งของ, เงินทอง, ความนับถือ, จิตใจ และให้กำลังใจ
ขณะเดียวกัน “เจ้าสัวซี.พี.” ได้แบ่งปันเคล็ดลับสู่ความสำเร็จว่า บางคนคิดว่าผมทำงานหนักและเหนื่อย แต่ในความเป็นจริง ผมคิดว่าการทำงานเป็นความสนุก เลยไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ผมเชื่อว่า ถ้าเราสมัครใจและอยากทำสิ่งใดแล้ว เราจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ถ้าทำแล้วสนุก ก็เลือกทำสิ่งนั้น เหมือนผมทำธุรกิจแล้วสนุก แต่ผมตีกอล์ฟไม่เป็นเลยไม่สนุก คนที่จะทำงานให้สำเร็จได้ ต้องทำมากกว่าคนอื่น มีประสบการณ์มากกว่าคนอื่น ที่สำคัญก็คือ คนเราจะประสบความสำเร็จได้ต้องผ่านความล้มเหลวมาก่อน ฉะนั้น อยากให้ทุกคนอดทน, ขยัน และมีความรับผิดชอบ ทั้งต่องาน ต่อชีวิต และครอบครัว.