ทีมผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี รศ.พญ. ประสาทนีย์ จันทร, ศ.นพ.อร่าม โรจนสกุล, ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน และ ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์.
นับจากนี้ไปอีกเพียงไม่กี่อึดใจ อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ซึ่งเป็นอาคารแห่งใหม่ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็จะได้ฤกษ์เปิดให้บริการอย่างเต็มพิกัดครบวงจร และจะเป็นศูนย์การรักษาโรคซับซ้อนที่มีมาตรฐานในระดับภูมิภาคเอเชีย สามารถรองรับ
ผู้ป่วยได้ถึง 1,200,000 คนต่อปี ดังนั้น เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพด้านการให้บริการภายในศูนย์ฯ ตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นำโดย ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน, ศ.นพ.อร่าม โรจนสกุล, ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจน-เศรษฐ์, รศ.พญ.ประสาทนีย์ จันทร ฯลฯ จึงร่วมกันพาทัวร์ด้วยความภาคภูมิใจ เพื่อให้ได้สัมผัสความทันสมัยทางการแพทย์ของอาคารดังกล่าว
เริ่มจาก ชั้น 1 หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกอายุรกรรม ให้บริการผู้ป่วยทั้งบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ ประกันสุขภาพเอกชน หรือจ่ายเงินเอง แบ่งออกเป็น 15 ประเภทคลินิก และลด
ขั้นตอนการบริการเพื่อการตรวจรักษาได้อย่าง รวดเร็ว โดยมีโถงเฉลิมพระเกียรติอยู่ทางเข้าอาคาร ประดิษฐานพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงถึง 1 เท่าครึ่ง จากฝีมือของจิตรกรเอก อ.สมาน คลังจตุรัส และสวนเฉลิมพระเกียรติ มีพระบรมสาทิสลักษณ์ล้นเกล้าฯสองพระองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สูงราวตึก 5 ชั้น ฝีมือ อ.สมาน คลังจตุรัส ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะเป็นกำลังใจและเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้กับผู้ ป่วยทุกคน
...
ส่วนชั้น 2 หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกศัลยกรรม สำหรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัด มีเครื่องมืออันทันสมัย โดยสหวิชาชีพต่างๆ เมื่อรับการตรวจรักษาเสร็จเรียบร้อย สามารถชำระเงิน เจาะเลือด และรับยา ได้ที่ชั้นเดียวกัน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วย ขณะที่ชั้น 3 ศูนย์รังสีวิทยา เป็นศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส มีทั้งทีมรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพทันสมัยที่สุดไว้บริการผู้ป่วย ใช้ระบบการดูภาพเอกซเรย์ผ่านระบบดิจิตอล สามารถรองรับการบริการที่มีจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว แพทย์ทุกหน่วยสามารถดูภาพเอกซเรย์ผ่านระบบดิจิตอลทางจอมอนิเตอร์ได้ทันที ชั้น 4 ศูนย์ตรวจสุขภาพ เป็นศูนย์ตรวจค้นหาโรคแต่เนิ่นๆ เช่น เครื่องตรวจมะเร็งเต้านม เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย ฯลฯ ทั้งยังให้บริการแบบวันสต๊อปเซอร์วิสเสร็จสิ้นในวันเดียว
ส่วนชั้น 5 นับเป็นชั้นที่มีความน่าสนใจหลาก หลาย ได้แก่ หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต เป็นไอซียูที่นำสมัย มี 3 ห้องที่เป็นแรงดันลบตามมาตรฐานสากล สำหรับป้องกันการแพร่กระจายของโรค เช่น ไข้หวัดใหญ่ 2009, วัณโรค หรือไข้หวัดนก โดยมีระบบสารสนเทศที่สามารถเชื่อมและเก็บข้อมูลต่างๆอัตโนมัติจากเครื่อง ตรวจต่างๆ และเชื่อมโยงกับอาคารหลัก แพทย์ผู้รักษาสามารถเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงของอาการ และสั่งการรักษาได้จากที่อื่นผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็วปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมี หน่วยบำบัดระยะสั้น เป็นศูนย์ที่มีบริการสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งในเรื่องเตียงให้บริการ ยาเคมีบำบัด เลือด ส่วนประกอบของเลือด และยาต่างๆ สามารถรับผู้ป่วยได้ 70 คนต่อวัน รวมถึง ห้องผ่าตัด ที่ได้มาตรฐานนานาชาติ และ งานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ ที่ทันสมัย
ทั้งนี้ อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม 2554 นับเป็นศูนย์การแพทย์สำคัญที่เป็นความหวัง และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยอีกหลายล้านคนต่อไปในอนาคต.