แพทย์ด้านความงามเตือน ใช้ยาไอซ์ลดหุ่น ผอมได้แต่ไม่คงทน ซ้ำยังเสี่ยงเกิดโยโย่ และ อันตรายถึงตายไม่รู้ตัว...

เกิดเป็นประเด็นสังคมขึ้นอีกครั้ง สำหรับเรื่องการเสริมความงามที่มีความเชื่อผิดๆ ล่าสุดยาไอซ์ ยาเสพติดยอดฮิตของนักท่องราตรี ก็กลายเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายคนเชื่อว่าสามารถลดความอ้วนได้ จนถึงขั้นยอมติดยาเพื่อหุ่นให้สวยเช้ง ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในช่วงนี้

ยาไอซ์นั้นเริ่มเข้ามาในเมืองไทย นานสิบกว่าปีแล้ว เป็นยาที่มีราคาสูง คนที่ซื้อเสพส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีเงิน และเหล่าผีเสื้อกลางคืนทั้งหลาย ซึ่งยาชนิดนี้มีลักษณะเป็นเกล็ดผลึกคล้ายก้อนน้ำแข็ง มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท แต่เดิมทีคนที่เสพส่วนใหญ่ต้องการให้ร่างกายตื่นตัว กระตุ้นอารมณ์ให้รู้สึกเพลิดเพลิน สนุกสนานจนตาค้างยันเช้า ต่อมายาไอซ์ยิ่งระบาดหนักมากขึ้นในกลุ่มนักศึกษาที่ยอมพลีกายแลกเงิน แต่ยังยอมรับไม่ได้กับการต้องนอนกับคนแปลกหน้า หรือผู้ชายแก่คราวพ่อ ตัวตันม่อต้อลงพุง จึงเสพยาไอซ์เพื่อกระตุ้นประสาท ให้รู้สึกไม่เคอะเขิน เกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่ายขึ้น ในระยะหลังมานี้ ยาไอซ์ ซึ่งถือเป็นยาเสพติดร้ายแรงนั้น เริ่มระบาดอย่างหนักในหมู่วัยรุ่นสาวที่ต้องการลดความอ้วน เพราะเชื่อว่า การเสพยาไอซ์สามารถทำให้น้ำหนักนั้นลดลง

ทางด้าน พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจาก Apex Profound Beauty ได้แนะนำผ่าน 'ไทยรัฐออนไลน์' ถึงความเชื่อที่ผิดๆ ของวัยรุ่นที่เสพยาไอซ์ เพียงเพราะอยากผอมว่า เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตอย่างมาก เพราะแค่ยาลดความอ้วนที่ไม่ผ่าน อย. ที่ซื้อมาทานกันเองก็เสี่ยงอยู่แล้ว แต่ยาไอซ์เป็นยาเสพติดกระตุ้นประสาทด้วย ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายก็มีมากกว่าหลายเท่า

...

"ยาไอซ์ เป็นยาที่ออกฤทธิ์คล้ายยาบ้า ซึ่งจะไปกระตุ้นประสาททำให้รู้สึกแอคทีฟตลอดเวลา สามารถทำกิจกรรมได้ตลอด ร่างกายมันถึงเกิดการเผาผลาญ แต่ทีนี้แทนที่จะหิวอยากทานอาหาร ก็จะรู้สึกไม่อยากทาน มันเลยทำให้น้ำหนักลดลง ซึ่งจริงๆแล้ว คนที่คิดนำยาไอซ์มาเสพเพื่อลดความอ้วน เป็นการเอาผลข้างเคียงของยามาใช้เท่านั้น นานๆ ไปยาพวกนี้จะไม่ตอบสนอง ซึ่งจะทำให้เกิดการดื้อยา จากนั้นก็จะเกิดโยโย่ตามมา น้ำหนักก็จะมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ร่างกายเสื่อมโทรมลง และมีผลต่อระบบประสาทอย่างมาก"

ขณะที่ยาไอซ์กำลังระบาดหนักในกลุ่มสาวๆ ที่รักสวยรักงาม วิธีการรักษาด้วยยาลดความอ้วนทั่วๆ ไปเอง ก็ยังเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่ ผู้หญิงหลายคนยังซื้อยาลดความอ้วนมาทานเอง โดยไม่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรง นอกจากนี้ตัวเลือกทางลัดในการลดความอ้วน อย่างเช่น การทานอาหารเสริมจำพวกไฟเบอร์ และกาแฟ ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า

"การทานยาลดความอ้วนเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ไม่ควรซื้อมาทานเองเด็ดขาด ทางที่ดีควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ให้ช่วยจ่ายยาให้ เพราะเขาจะรู้ว่าผู้รักษาแบบไหน ที่ควรทานยาในปริมาณเท่าไหร่ และประเภทไหน ซึ่งก็จะจัดยาให้อย่างเหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายมาก ทำให้ใจสั่น ปากแห้ง และนอนไม่หลับ ส่วนพวกอาหารเสริมสำหรับลดความอ้วน จริงๆแล้วถ้าผ่านการรับรองจาก อย. ก็สามารถทานได้ ซึ่งจะเห็นผลช้ากว่า ไม่มีผลข้างเคียงตามมาภายหลัง แต่ในกรณีที่ซื้ออาหารเสริมที่ไม่การรับรองจาก อย. ก็ไม่ควรทาน เพราะเกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน"

ไม่ว่าจะเป้นการใช้ยาลดความอ้วนแบบใดก็ตาม ต่างก็มีผลข้างเคียงตามมาทั้งนั้น ท้ายสุดทางคุณหมอจึงได้ฝากเตือนถึงวัยรุ่นที่หลงเชื่อกับค่านิยมที่ผิดๆ เหล่านี้ รวมถึงแนะนำวิธีการลดหุ่นที่ปลอดภัยที่สุด

"การรักษาด้วยยาลดความอ้วน คนที่ควรรักษาควรจะมีน้ำหนักที่เกิน 30-35 กิโลกรัมขึ้นไป เพราะถ้าต่ำกว่านั้น คิดว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าคิดว่ายังไม่พอใจในรูปร่างตัวเอง ควรใช้วิธีการออกกำลังกายให้มาก และทานอาหารให้น้อยดีกว่า เพราะการใช้ยาลดความอ้วนเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า และที่สำคัญไม่ได้ทำให้ผอมลงได้ถาวรด้วย".

Twitter : SRIPLOI_THAIRATH