เด็กคืออนาคตของชาติ เพื่อพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กไทยยุคใหม่ให้มีสติปัญญาดี เอส–26 คลับ จึงได้จัดเสวนา หัวข้อ “7 กลุ่มอาหารพลังสมอง” เป็นแนวทางให้พ่อแม่มั่นใจว่าลูกน้อยได้สารอาหารครบถ้วน ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง สติปัญญาและร่างกาย โดย เกศกนก สุกแดง นักวิชาการโภชนาการ ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลศิริราช เปิดเผยว่า ทฤษฎี 7 กลุ่มอาหารเป็นหลักโภชนาการที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา โดยจำแนกตามชนิดของอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับในแต่ละวัน ประกอบด้วย ธัญพืช, ผัก, ผลไม้, น้ำมัน, นม, เนื้อสัตว์ และถั่ว โดยมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเด็กวัย 1-3 ขวบ
นักโภชนาการกล่าวต่อว่า 7 กลุ่มอาหาร ประกอบด้วย 1.ธัญพืช อุดมไปด้วยกลุ่มวิตามินบี ซึ่งช่วยพัฒนาเรื่องความจำ และกรดโฟลิคที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบประสาทของเซลล์ 2.ผักเป็นแหล่งรวมวิตามินซึ่งช่วยเรื่องกระบวนการคิดการเรียนรู้ 3. ผลไม้ เช่น สตรอเบอร์รี่ ถ้าทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงสมอง 4. น้ำมัน ควรใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างเยื่อไมอีลิน 5.นม มีสารอาหารซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเยื่อประสาท 6. เนื้อสัตว์ มีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ช่วยปกป้องเซลล์สมอง และ 7.ถั่ว ซึ่งเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุนานาชนิด ทั้งแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
ส่วน ดร.ขวัญ หาญทรงกิจพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพสมองในเด็ก กล่าวว่า ความแตกต่างของระดับสติปัญญาของคนเราขึ้นอยู่กับสมองของใครมีเยื่อไมอีลิน หรือเปลือกหุ้มเส้นใยประสาทที่เติบโตเต็มที่มากกว่ากัน เพราะเยื่อไมอีลินเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มการสื่อสารระหว่างเซลล์สมอง ที่ส่งผลต่อความฉลาดและสติปัญญา ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทได้เร็วและแม่นยำขึ้น ฉะนั้นการกระตุ้นให้เยื่อไมอีลินเติบโตอย่างเต็มที่จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเสริมพลังสมองในเด็ก ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเยื่อไมอีลินของลูกให้เพิ่มขึ้นได้จากการทานอาหารที่ดีมีคุณภาพ.
...