คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานในงาน มอบใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมยินดีกับคุณแม่จรรย์สมร วัธนเวคิน.
ร่วมรณรงค์ส่งเสริมความเข้มแข็งและความมั่นคงของครอบครัว สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงจัดดำเนินโครงการ “ครอบครัวไทยมีสุข สภาสตรีแห่งชาติฯ” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2554 คัดสรรครอบครัวจำนวน 61 ครอบครัวจากทั่วประเทศ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศจากสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่วังศุโขทัย พร้อมจัดงานเลี้ยงและมอบใบประกาศเกียรติคุณที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ เมื่อเร็วๆนี้
ในงาน คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาสตรีแห่ง ชาติฯ ได้กล่าวว่า การดำเนินโครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสมาชิกทั่วประเทศ 193 แห่ง ช่วยกันสรรหาครอบครัวที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตครอบครัว และเป็นการเชิดชูเกียรติและเผยแพร่แนวทางการดำเนินชีวิตครอบครัวให้มีความสุข อบอุ่น เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งครอบครัวที่มีความสุขเป็นเสมือนรากแก้วที่ยึดโยงความรัก ความสามัคคีของสังคม
...
สำหรับครอบครัวที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ครอบครัวไทยมีสุข สภาสตรีแห่งชาติฯ” ประจำปี 2554 มีอาทิ ครอบครัวเอนก-คุณหญิงวรรณี วิทยะสิรินันท์, เกียรติ-จรรย์สมร วัธนเวคิน, พลเอกสิงหา-พันเอกหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, ศ.นพ.เหลือพร-ดาริกา ปุณณกันต์, กิตติชัย-จตุพร ลิ้มปิยะศรีสกุล, ภูษิต-ศตกร ไล้ทอง เป็นต้น ซึ่ง คุณจรรย์สมร ที่สมรสกับคุณเกียรติมา 58 ปี ได้แนะนำการครองเรือนให้มีความสุขว่า ครอบครัววัธนเวคินเป็นครอบครัวใหญ่ ความที่มีคนจำนวนมากจึงมีทั้งความอบอุ่นและความอลหม่าน การอยู่ร่วมกันต้องมีความอภัยซึ่งกันและกัน ความเข้าใจเป็นเรื่องที่สำคัญ ขณะเดียวกันการอยู่รวมกัน แต่ละคนมีนิสัยไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ส่วนการเลี้ยงลูกต้องเลี้ยงตามยุคสมัยให้เหมาะสม ควบคุมจุดด้อยและส่งเสริมจุดเด่นของเขา ที่สำคัญคือครอบครัวเราจะให้ลูกๆทำงานช่วยเหลือสังคม ใครมีอาชีพอะไร ขอให้ช่วยสังคมในด้านนั้นๆ
ด้าน ดาริกา ปุณณกันต์ กล่าวถึงการเป็นครอบครัวมีสุขว่า คนในครอบครัวต้องมีความอดทน อย่าเห็นแก่ตัว การครองคู่ต้องมีความผ่อนปรน มีเยื่อใยและอภัยให้กันและกัน ถึงจะอยู่กันราบรื่น ซึ่งตนแต่งงานกับคุณหมอเหลือพรมา 45 ปีแล้ว ความผูกพันและการเอื้ออาทรของพ่อและแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ ส่วนการดูแลลูกและหลาน ตนยึดหลักการใกล้ชิด และเลี้ยงด้วยมือตนเอง เพราะเขาจะได้มีความอบอุ่น และเลี้ยงลูกแบบเพื่อน ให้เขายึดเราเป็นที่พึ่ง มีปัญหาอะไรให้นึกถึงเรา เวลามีปัญหาช่วยกันแก้ไข และพร้อมที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกๆ ตอนนี้มีหลานก็ใช้การเลี้ยงเช่นเดียวกับลูก คือพยายามเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดทั้งหลานยายและหลานย่า หลานชายก็จะต้องเล่นแบบผู้ชาย หลานสาวต้องเล่นแบบผู้หญิง
อีกหนึ่งครอบครัวที่มีสุข นาวาอากาศตรี จักรี จงศิริ กัปตันบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ดารารัตน์ จงศิริ แม่บ้านที่ดูแลลูกชาย 2 คน ที่เดินตามรอยคุณพ่อเป็นนักบินเช่นกัน โดยทั้งคู่ได้แนะเคล็ดลับในการครองเรือนว่า การอภัยเป็นสิ่งสำคัญ มีอะไรก็คุยกัน ทุกครอบครัวย่อมมีปัญหา อาจมีปากมีเสียงกันบ้าง แต่ต้องคุยกันและต้องอดทน ถ้าเรามีความรักต่อกัน ความรักจะเป็นพื้นฐานที่ให้อภัยกันได้ ส่วนการเลี้ยงดูลูกนอกจากความใกล้ชิดแล้ว การให้การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ.