ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำหน้าที่ “ครู” เพื่อบ่มเพาะเด็กตัวเล็กๆให้เป็นคนดี รู้จักคิด รู้จักเลือกในสิ่งที่ดี จึงทำให้คนรุ่นใหม่อย่าง อ้อนแอ้น-อิสริยาภรณ์ อุวรรณโณ ทายาทคนโตของนักวิชาการด้านกฎหมาย ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กับไฮโซคนดัง ดร.ปาริชาติ ชุมสาย ณ อยุธยา ตัดสินใจเข้ามาทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยให้กับ เด็กนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ KIS ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเกศินี วิลล์ ย่านเหม่งจ๋าย และเธอก็ได้พิสูจน์บทบาทของความเป็นครูที่เป็นผู้ให้ จนได้รับการยอมรับจากเด็กนานาชาติว่าเป็นครูคนไทยที่ดี ที่สุด!!!
อ้อน บอกถึงการทำหน้าที่ครูว่า เป็นความรู้สึกที่เริ่มมีตั้งแต่อายุได้ 14 ปี เพราะช่วงเวลานั้นคุณแม่ปาริชาติมีน้องเล็กๆอีกคนหนึ่ง และเธอได้ช่วยคุณแม่เลี้ยงน้องอย่างจริงๆจังๆอยู่ถึง 3 เดือน จนรู้สึกเหมือนลูกและผูกพันมาก ทำให้เกิดความรู้สึกอยากทำอะไรเกี่ยวกับเด็ก อยากสอนเด็ก อยากทำให้เด็กได้ดี “อ้อนมองว่าการเลี้ยงเด็ก ไม่ใช่สักแต่ว่าเลี้ยง แต่ต้องสอนให้เขาเป็นเด็กดี รู้จักคิด แค่ที่บ้านสอนอย่างเดียวคงไม่พอ ถ้าเด็กได้ครูดี เด็กก็จะดีด้วย” ว่าแล้ว อ้อน จึงเลือกเรียนคณะครุศาสตร์ เอกปฐมวัย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 จากนั้นจึงไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารการศึกษา ที่ Curtin University of Technology Perth, Australia เพราะลึกๆก็อยากมีโรงเรียนเป็นของตัวเอง จึงจำเป็นต้องมีความรู้ด้านอื่นให้กว้างขึ้น
“อ้อนว่า เด็กช่วงแรกเกิดถึง 6 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุด ถ้าได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่ หรือบ่มเพาะให้เขารู้จักคิดรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็จะส่งผลดีต่อเขาในระยะยาว” ตอนนี้ อ้อน จึงเป็นครูสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยเด็กปฐมวัยโรงเรียน นานาชาติ KIS ซึ่งไม่เพียงแต่สอนให้เด็กอ่านเขียนภาษาไทย แต่ยังให้เด็กต่างชาติได้รู้ถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทยอีก ด้วย และด้วยความที่เป็นครูอารมณ์ดี ไม่เคยดุ หรือตีเด็ก แต่จะใช้เหตุผลและการพูดจาที่เข้าถึงจิตใจของเด็ก จึงทำให้เด็กกล้าที่จะเข้ามาพูดคุยและปรึกษาปัญหาต่างๆอย่าง ไว้ใจ จนได้รับคำชมจากเด็กต่างชาติว่า “You are the best thai teacher”
และในการทำงานนั้น อ้อน บอกว่าเธอได้รับการสอนจากบุพการีมาตลอดว่า คนเราทำอะไรก็ได้ แต่ต้องทำให้ดีที่สุด เธอจึงเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทุ่มสุดตัว เต็มที่ แต่ไม่ได้คาดหวัง ที่สำคัญคือมีการนำหลักธรรมะที่ว่า “ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา” มาใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งหมายถึงคนเราต้องมีใจรักในสิ่งที่ทำ มีความพากเพียรไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค มีความเอาใจใส่ในงานที่ทำ และรู้จักคิดใคร่ครวญในสิ่งที่ทำว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร
คุณ ครูใจดีบอกด้วยว่า เธอมีเป้าหมายในชีวิตที่แน่ชัดมาก คืออยากมีโรงเรียนเป็นของตัวเอง แต่ช่วงเวลาที่กำลังจะไปถึงตรงนั้น เธอขอทำหน้าที่ครูพัฒนาเด็กให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เด็กรู้จักคิด มีจิตอาสา และมีจิตสำนึกพลเมืองที่ดี เมื่อถึงเวลาที่พร้อมเธอคงจะทำโรงเรียนอนุบาลที่เป็นภาษา อังกฤษ แต่เน้นวัฒนธรรมไทย เพราะต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษนั้นสำคัญ แต่ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมไทยก็เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรช่วยกันสืบสานให้ อยู่คู่ชาติไทย...เมื่อเวลานั้นมาถึง เราคงได้เห็นโรงเรียนดีๆ ที่คิดและทำเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้เด็กๆอย่างแน่นอน!!!
...