โลกทั้งโลกคงตราตรึง และได้จดจารึกไปแล้ว กับความยิ่งใหญ่ดุจเทพนิยายของพิธีเสกสมรสประวัติศาสตร์แห่ง วินด์เซอร์ เมื่อ “เจ้าชายวิลเลียม” รัชทายาทอันดับ 2 ของอังกฤษ พระชนม์ย่าง 29 ชันษา ทรงจูงมือซินเดอเรลล่าแสนสวย “แคทเธอรีน เอลิซาเบธ มิดเดิลตัน” วัย 29 ปี เข้าสู่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเฝ้าติดตามชมอย่างใจจดใจจ่อของประชาชนหลายพันล้านคน จากทั่วทุกมุมโลก
นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของ “เคท มิดเดิลตัน” จะไม่มีวันเหมือนเดิมอย่างแน่นอน เพราะบัดนี้ หญิงสาวจากครอบครัวชนชั้นกลาง ที่ร่ำรวยจากการค้าขายอุปกรณ์ตกแต่งปาร์ตี้ ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆอีกต่อไป
แต่เธอคือ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” พระชายาผู้เลอโฉมของ “พรินซ์ วิลเลียม” ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งจะก้าวขึ้นเป็นพระราชินี ครองคู่กับกษัตริย์ของอังกฤษในอนาคต
...
แม้ “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” จะไม่ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศพรินเซส ตามกระแสคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น แต่สำหรับแฟนๆของ “เคท มิดเดิลตัน” ต่างก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า เธอมีคุณสมบัติคู่ควรกับการเป็น “เจ้าหญิงองค์ใหม่แห่งวินด์เซอร์” อย่างยากจะปฏิเสธได้
และ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าซินเดอเรลล่าคนนี้คู่ควรกับความเป็น “เจ้าหญิงแห่งปวงชน” อย่างแท้จริง ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก “เคท มิดเดิลตัน” ได้ใช้ชุดเจ้าสาวที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน
เป็น สาส์นชั้นดีในการประกาศความพร้อมที่จะเป็นสมาชิกใหม่เต็ม ขั้นของราชวงศ์อังกฤษ เฉกเช่นเดียวกับที่ “เจ้าหญิงไดอาน่า” พระมารดาผู้ล่วงลับของ “เจ้าชายวิลเลียม” ทรงเคยสร้างความประทับใจมาแล้ว จากชุดอภิเษกสมรสที่งดงามตระการตาดุจเทพนิยาย ซึ่งเป็นที่จดจารึกในประวัติศาสตร์
ย้อนกลับไปในยุคกลาง เจ้าสาวมักจะใช้ชุดแต่งงานเพื่อแสดงออกถึงฐานะความมั่งคั่งของ ครอบครัว สมัยนั้นชุดเจ้าสาวยังมีหลากสีสัน และวัสดุผสมผสานหลายชนิด เพิ่งจะมาเปลี่ยนเทรนด์นิยมชุดเจ้าสาวเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ยาวกรุยกราย และประดับประดาลูกไม้ ก็ในสมัยของควีนวิคตอเรีย ยุคศตวรรษที่ 17 และกลายเป็นธรรมเนียมที่แพร่หลายต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบัน
พระราชพิธีอภิเษกสมรสของ “สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย” กับ “เจ้าชายอัลเบิร์ต” เมื่อปี 1840 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ วิหารภายในพระราชวังเซนต์เจมส์ กรุงลอนดอน โดยองค์ประมุขของอังกฤษ ทรงฉลองพระองค์ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ตัดเย็บจากผ้าซาตินและลูกไม้โฮนิตัน มีผ้าคลุมหน้าเข้าชุดกัน สนนราคาในยุคนั้นประมาณ 1,000 ปอนด์ เทียบกับยุคปัจจุบัน ก็ตกราว 72,100 ปอนด์
ในยุคของ “เอลิซาเบธ โบว์สลีออง” หรือ ควีนมัม พระราชมารดาของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นหญิงสามัญชน ทรงเลือกชุดเสกสมรสยุคทเวนตี้ส์ ออกแนวเรียบเก๋ มากกว่าจะหรูหรา ฝีมือออกแบบของดีไซเนอร์ดังแห่งยุค “มาดามแฮนด์ลีย์ ซีย์มัวร์” โดยขณะที่เสกสมรส ในปี 1923 ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ยังไม่นึกฝันว่า พระสวามี คือ “เจ้าชายอัลเบิร์ต” ดยุคแห่งยอร์ค จะได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ แทนที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ซึ่งทรงสละราชสมบัติ
...
เมื่อมาถึงยุคของ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จฯเข้ามหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อปี 1947 เพื่ออภิเษกสมรสกับ “เจ้าชายฟิลิป” ด้วยชุดเจ้าสาวที่สุดแสนจะเรียบง่าย เพราะบ้านเมืองเพิ่งฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผลงานดีไซน์ของ “นอร์แมน ฮาร์ตเนลล์” ได้แรงบันดาลใจจากภาพเขียนชื่อดังชุด “Primavera” ของบอตติเซลลี ตัดเย็บจากผ้าซาติน ประดับประดาด้วยมุก, ดอกกุหลาบ และมีหางยาว 15 ฟุต
...
ขณะที่ “เจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเร็ต” พระขนิษฐาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสวมชุดเจ้าสาว ของ “นอร์แมน ฮาร์ตเนลล์” เช่นเดียวกัน เพื่อเข้าพิธีเสกสมรสกับช่างภาพหนุ่ม “แอนโทนี่ อาร์มสตรองโจนส์” ในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อปี 1960 โดยทรงเลือกชุดเจ้าสาวแขนยาวคอวีสไตล์คลาสสิก ส่วนผ้าคลุม หน้าตัดเย็บจากผ้าไหมตาข่าย กุ้นขอบด้วยผ้าซาติน
“เจ้าฟ้าหญิงแอนน์” พระราชธิดาองค์เดียวของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงจูงมือสามีคนแรก “ร้อยเอกมาร์ค ฟิลลิปส์” เข้าพิธีเสกสมรสในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อปี 1973 ด้วยชุดเจ้าสาวคอตั้ง สง่างามสไตล์ทิวดอร์ ตกแต่งแขนเสื้อแบบยุคกลาง ออกแบบโดยฝีมือดีไซเนอร์โลว์โปรไฟล์ “ซูซาน สมอลล์” ขณะที่ทรงเลือกเทียร่าประดับเพชรของพระเจ้าจอร์จที่ 3 เป็นเครื่องบ่งบอกอิสริยยศ
...
กระนั้น ในบรรดาชุดเจ้าสาวของพระราชวงศ์วินด์เซอร์ คงไม่มีชุดใดจะงดงามตระการตาดุจเทพ นิยาย เทียบเท่ากับชุดอภิเษกสมรสของ “เจ้าหญิงไดอาน่า” ที่ทรงเลือกใส่เพื่อเป็นเจ้าสาวของ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ในมหาวิหารเซนต์พอล เมื่อปี 1981 เป็นผลงานดีไซน์ของคู่สามีภรรยาดีไซเนอร์หน้าใหม่ “เดวิด และเอลิซาเบธ เอ็มมานูเอล” ลงทุนตัดเย็บด้วยผ้าไหมทาฟเฟต้า ตั้งใจออกแบบหางของชุดเจ้าสาวให้ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 25 ฟุต เย็บติดกับช่วงเอวด้านหลัง และปล่อยให้ลากยาวกรุยกรายไม่มีที่สิ้นสุด ถือเป็นชุดเจ้าสาวที่ฟูฟ่องและกรุยกรายที่สุดในประวัติศาสตร์
อดีตพระสุนิสาของควีนอังกฤษ “ซาราห์ เฟอร์กูสัน” ก็เสกสมรสกับ “เจ้าฟ้าชายแอนดรูว์” ในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อปี 1986 โดยสวมชุดเจ้าสาวของ “ลินด์ก้า ซีแร็ค” ตัดเย็บจากผ้าซาติน สีงาช้าง มีราคาสูงถึง 30,000 ปอนด์ หางของชุดเจ้าสาวยาว 17 ฟุต ปักตัวอักษรเอ ซึ่งเป็นพระนามย่อเจ้าบ่าว
ด้านพระสุนิสาองค์เล็กของควีนอังกฤษ “โซฟี รีส์-โจนส์” ซึ่งเสกสมรสกับ “เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด” ที่มหาวิหารเซนต์ จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อปี 1999 ถูกใจชุดเจ้าสาวแขนยาวสไตล์โมเดิร์นของดีไซเนอร์ดัง “ซาแมนธา ชอว์” ตัดเย็บจากผ้าไหมออร์แกนซ่าสีงาช้าง ผสมผ้าเครป และประดับประดาด้วยคริสตัลกับมุกมากกว่า 325,000 เม็ด ขณะที่ผ้าคลุมหน้าทำจากผ้าไหมตาข่าย และปักคริสตัลระยิบระยับ
พูดถึง “ออทั่ม เคลลี่” หลานสะใภ้คนโตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ก็ฉลาดเลือกสมกับเป็นสาวยุคใหม่ โดยเธอใช้ชุดเจ้าสาวราคาประหยัดของแบรนด์ “แซสซี่ โฮลฟอร์ด” ที่ควักกระเป๋าจ่ายไปแค่ 2,000 ปอนด์ เพื่อเป็นเจ้าสาวของ “ปีเตอร์ ฟิลลิปส์” โอรสองค์โตของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ เมื่อกลางปี 1999
สำหรับ ซินเดอเรลล่ายุคมิลเลเนี่ยม “เคท มิดเดิลตัน” ได้พิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นแล้วว่า เธอสอบผ่านฉลุย และพร้อมแล้วที่จะรับบทบาทใหม่ในฐานะเจ้าหญิงแห่งปวงชน เมื่อปรากฏโฉมพร้อมเทียร่าเพชร เรียบหรู ซึ่งพระเจ้าจอร์จที่ 6 ทรงซื้อเป็นของขวัญให้พระชายา คือ ควีนมัม ก่อนขึ้นครองราชย์เพียง 3 สัปดาห์ และตกทอดมาถึงควีนเอลิซาเบธที่ 2
ขณะที่ชุดเสกสมรส ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้คนสนใจใคร่รู้ที่สุด ก็สง่างาม เหมาะสมกับกาลเทศะ จนได้รับเสียงชื่นชมในรสนิยมด้านแฟชั่น และความมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ต้องยกเครดิตให้ดีไซเนอร์คนเก่ง “ซาราห์ เบอร์ตัน” ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ของห้องเสื้อ “อเล็กซานเดอร์ แมคควีน” ซึ่งมารับหน้าที่ออกแบบชุดเสกสมรสประวัติศาสตร์ครั้งนี้
หลัง จากเก็บงำเป็นความลับมานาน ตามธรรมเนียมของราชวงศ์วินด์เซอร์ และปล่อยให้ชาวโลกลุ้นกันตัวโก่ง “ซาราห์” เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ได้คุยกับ “เคท” อย่างใกล้ชิด และได้รับโจทย์ว่า เธออยากได้ชุดเจ้าสาวที่มีความคลาสสิกตามธรรมเนียมดั้งเดิม แต่ก็ทันสมัยไม่ตกยุค ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นชุดเสกสมรสคอวีแขนยาวเข้ารูปที่ แสนสง่างาม และเรียบโก้ มีกลิ่นอายคล้ายกับชุดเสกสมรสของเจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเร็ต ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินสีขาวผสมงาช้าง ตกแต่งลูกไม้งดงามวิจิตร และเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยภาวะ เศรษฐกิจตกสะเก็ด หางของชุดเจ้าสาวจึงดีไซน์ให้ยาวเพียง 8.8 ฟุต และชายกระโปรงก็ไม่กรุยกรายมาก จะได้ดูเรียบง่ายไม่ฟู่ฟ่าเกินไป สมกับเจตนาของคู่ขวัญคู่ใหม่แห่งวินด์เซอร์
ดูจากเสียง เชียร์และโห่ร้องของประชาชนตลอดเส้นทางขบวนเสด็จแล้ว เชื่อมั่นว่างานนี้ภาพลักษณ์ ของวินด์เซอร์คงสดสวยขึ้นหลายดีกรี และสามารถโกยคะแนนนิยมได้มหาศาล...นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของ ราชวงศ์อังกฤษที่น่าประทับใจจริงๆ!!
ทีมข่าวหน้าสตรี