อาการหลงๆ ลืมๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ มักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง เช่น หาแว่นตาไม่เจอเจอทั้งๆ ที่คาดอยู่บนศีรษะ เดินหมุนตัวอยู่ในครัวเพราะจำไม่ได้ว่าจะมาหยิบอะไร หนักกว่านั้นลืมบางเหตุการณ์ของเมื่อวานไปเสียสนิท หรือแม้กระทั่งลืมไปว่าเช้านี้รับประทานอะไรไป เหตุการณ์ทำนองนี้ถึงแม้จะมองว่าเป็นอาการหลงลืมเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในบางกรณีหากเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกต่อไป
นพ.ชยานุชิต ชยางศุ อายุรแพทย์ระบบประสาท เปิดเผยว่า อัลไซเมอร์ (Alzheimer) เป็นโรคอย่างหนึ่งที่มีการทำลายเซลล์สมองไปเรื่อยๆ มีอุบัติการณ์ตามอายุที่มากขึ้น มักพบในคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยของกลุ่มโรคสมองเสื่อม "Dementia" ซึ่งมีการถดถอยในหน้าที่ของสมอง จำเหตุการณ์ และ ช่วงเวลาได้ไม่แน่นอน ความจำเสื่อม มีปัญหาเรื่องการคิดอ่าน หาเหตุผล มีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างแปลกๆ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่เหมาะสม อารมณ์จะไม่สม่ำเสมอ เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ
นพ.ชยานุชิต ชยางศุ กล่าวว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีการรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ เป็นการให้การรักษาตามอาการ และชะลออาการของโรคไม่ให้ลุกลามไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น ถึงแม้ว่าปัจจุบัน อัลไซเมอร์จะเป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่ก็ควรปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคอื่น ๆ วิธีการที่ดีที่สุดคือป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยการควบคุมโรคหัวใจ งดการสูบบุหรี่และดื่มของมึนเมา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานผักผลไม้และอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 6 บี 12 และกรดโฟลิค หลีกเลี่ยงอาหารมัน ฝึกสมาธิและการคิดคำนวณ บริหารจัดการความเครียด และอย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น อายุที่มากขึ้น ประวัติในครอบครัว และการผ่าเหล่าทางพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการของ Down’s Syndrome มักจะเกิดอัลไซเมอร์ก่อนอายุ 40 ปี
...
ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรค “ความจำเสื่อม”
ผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นมีโอกาสเป็นมากขึ้น ในประชากรอายุ 85 ปีขึ้นไป อาจพบได้ถึงร้อยละ 25
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง สูบบุหรี่ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเกี่ยวกับเส้นโลหิตในสมอง ซึ่งอาจส่งผลให้ความจำเสื่อมได้
หญิงวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ในวัยหมดประจำเดือนของผู้หญิง จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงให้แก่การเกิดโรคนี้ได้
กรรมพันธุ์ ถ้ามีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ หรือปัญญาอ่อน จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินบี โฟลิค และไทรอยด์ต่ำ เป็นต้น
ภาวะที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน
รู้ได้อย่างไรว่าอาจเป็นโรค “อัลไซเมอร์”
อาการหลงลืม เช่น หลงลืมสิ่งของ ลืมนัด จำเหตุการณ์หรือคำพูดที่เพิ่งผ่านมาไม่ได้
สับสนเรื่องเวลา สถานที่ กลับบ้านไม่ถูก
จำบุคคลที่เคยรู้จัก เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวไม่ได้ คิดว่าเป็นคนแปลกหน้า
มีปัญหาเรื่องการพูด ลืมหรือเรียกสิ่งของไม่ถูก พูดคำหรือประโยคซ้ำๆ
ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจ เช่น กิจกรรมประจำวัน งานอดิเรก
มีปัญหาเรื่องการนับหรือทอนเงิน การใช้โทรศัพท์
มีพฤติกรรมที่อาจเกิดปัญหายุ่งยาก เช่น ออกนอกบ้านเวลากลางคืน พฤติกรรมก้าวร้าว
ไม่สนใจดูแลความสะอาดของตัวเอง เช่น แปรงฟันไม่เป็น อาบน้ำไม่เป็น
หากพบว่า ผู้สูงอายุในครอบครอบครัวมีปัญหาดังกล่าวข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่า อาจเป็นไปได้ว่า มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ หรืออาจมีปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ ควรพามาพบแพทย์อายุรกรรมระบบประสาท เพื่อรับการตรวจโดยละเอียด และวินิจฉัยแยกโรค เนื่องจากมีโรคหลายอย่างที่มีอาการความจำเสื่อมซึ่งรักษาให้หายได้ เช่น โรคไทรอยด์ ซิฟิลิสขึ้นสมอง หรือโรคขาดวิตามินบี 12 เป็นต้น และหากตรวจพบว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็จะได้รีบให้การรักษา เพื่อชะลออาการของโรคออกไปให้นานที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท
โทร. 0-2734-0000 ต่อ 5400, 5444